บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8

กว่างานช่วงกลางวันจะผ่านไปได้ก็ทำเอาทั้งคุณนาย และเจ้าบ่าวเจ้าสาวเหนื่อยลิ้นห้อยทีเดียว แถมตกเย็นนี้ยังต้องมีงานเลี้ยงฉลองแต่งงานอีก เพราะคุณนายเนื้อทองรวบรัดทุกอย่างให้เสร็จในวันเดียวเพื่อความมั่นใจ

ภาณุเริ่มบ่นกระปอดกระแปดเพราะเขาทำหน้าปั้นยากเต็มทน หลังจากที่ในงานเต็มไปด้วยอดีตคู่ควงของเขาที่เอาแต่จ้องมองเขา บ้างก็ตาละห้อย บ้างก็กัดฟันกรอดๆ ไหนเขาจะเหนื่อยกับงานพิธีที่ไม่ค่อยคุ้นเอาเสียเลย

“แกจะบ่นอะไรตาณุ ทียัยน้ำแม่ยังไม่เห็นบ่นซักคำ” คุณนายเนื้อทองว่าลูกชาย

ภาณุเลยปรายตาไปมองแม่คนเก่ง ปรากฏว่าหลับคาโซฟาไปเป็นที่เรียบร้อย เขาสะกิดผู้เป็นแม่ให้ดู แล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ไหนว่าเก่งไงครับ แล้วนี่จะบ่นได้ไงล่ะครับ หลับปุ๋ยขนาดนี้” คุณนายเลื่อมทองมองหญิงสาวด้วยความสงสาร สงสัยจะเหนื่อยมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงกับฟุบไปอย่างนี้ ว่าแล้วคุณนายก็หันมาสั่งลูกชายตัวดี

“อุ้มยัยน้ำไปนอนในห้องก่อนไปตาณุ” ภาณุทำหน้าไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่อยากขัด จำใจลุกขึ้นมาช้อนร่างบาง ทำท่าจะพาเดินไปที่เรือนหลังเล็ก “เดี๋ยวๆๆๆๆๆ” คุณนายเนื้อทองร้องเรียก ก่อนจะมองหน้าลูกชาย “จะพาไปไหนน่ะ”

“อ้าว ก็พาไปส่งที่ห้องยัยน้ำไงครับ คุณแม่ก็ ผมหนักนะครับ” เขาทำหน้าบิดเบี้ยว ถึงจะตัวบางร่างเล็กก็เถอะ แต่วันนี้เขาก็ล้าเหมือนกัน ไม่ได้มีแรงมาอุ้มเธอนานนักหรอก

“ข้างบนเลย ห้องแกน่ะ ลูกสะใภ้ฉัน เอาไปไว้เรือนหลังเล็กได้ยังไง”

“ได้ไงครับคุณแม่” ชายหนุ่มประท้วง “ไม่เอาผมไม่ให้นอนห้องผมหรอก” เขากับผู้หญิงยิ่งเหมือนน้ำมันกับไฟอยู่

“งั้นก็เอาไปนอนที่ห้องแม่” คุณนายเลื่อมทองตัดความรำคาญ มันอะไรนักหนา ไอ้ลูกคนนี้นี่นะ

ภาณุอุ้มร่างเล็กมาวางไว้ที่เตียงของผู้เป็นแม่ หญิงสาวยังหลับไม่รู้เรื่อง สงสัยจะเหนื่อยมากนะเนี่ย ขนาดเขาอุ้มมาขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตัวเลย ชายหนุ่มคลี่ผ้าห่มคลุมให้เธอ ก่อนจะพูดเบา ๆ

“ก็บอกแล้วว่าฉันให้สองเท่า แถมไม่ต้องเหนื่อยด้วยเธอก็ไม่เอา” เขายักไหล่ราวกับจะบอกว่า ช่วยไม่ได้นะ เธอเลือกเอง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

งานเลี้ยงตอนเย็นเต็มไปด้วยแขกเหรื่อในแวดวงไฮโซ ทั้งคุณหญิงคุณนาย ข้าราชการชั้นสูงทั้งหลายแหล่ รวมทั้งหญิงสาวที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของเจ้าบ่าวก็มา นักข่าวเองก็หลายสำนักสาขา ที่หน้างานมีรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่คุณนายเลื่อมทองคัดเลือกเอารูปที่ทั้งคู่ดูรักกันสุด ๆ มาใส่กรอบตั้งโชว์รูปเบ้อเริ่ม ซึ่งกว่าจะหารูปที่ดูรักกันได้ ก็แทบจะกระอักเลือด เมื่อแต่ละรูปที่ทั้งคู่ถ่ายออกมาดูยังไงก็จำใจถ่ายชัด ๆ

คุณนายเลื่อมทองพาเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินทักทายแขกไปทั่วงาน น้ำค้างอยู่ในชุดสีขาวกระโปรงบานสั้นเท่าเข่าที่เธอใส่ถ่ายรูปคราวก่อน ผมดัดเป็นลอนกำลังเหมาะ สวมเทียร่าลายดอกไม้ประดับด้วยไข่มุก ที่ลำคอมีสร้อยเพชรเส้นเล็กที่คุณนายยกให้สวมเข้ากันดีกับใบหน้าหวานยิ่งนัก

ส่วนภาณุอยู่ในชุดสูทสากลสีขาวตามสมัยนิยม คุณนายเลื่อมทองจัดแจงให้น้ำค้างเดินคล้องแขนพาชายหนุ่มไปทักทายโต๊ะโน้นโต๊ะนี้ไปทั่วทั้งงาน แม้ว่าจะมีเสียงนินทาตามหลังมาว่าลูกชายคุณนายเนื้อทองได้เด็กรับใช้ในบ้านเป็นเมียก็ตาม แต่คุณนายเนื้อทองกลับหน้าระรื่นชื่นบาน ยิ่งนินทายิ่งสมใจคุณนายที่อยากจะแกล้งลูกชาย ซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าปั้นยากเต็มที

“สวัสดีค่ะท่าน” คุณนายเลื่อมทองยกมือไหว้ท่านรัฐมนตรีเทิดทูนกับคุณหญิงชม้อย อย่างนอบน้อม โดยมีดารกาผู้เป็นลูกสาวของท่านนั่งตาขวางมองเจ้าบ่าวเจ้าสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ครับสวัสดีครับ ยินดีด้วยนะครับคุณนาย ได้ลูกสะใภ้สมใจซะที” คำพูดของท่านรัฐมนตรีทำเอาคุณนายเลื่อมทองยิ้มแป้น

“ก็สมใจมากเลยล่ะค่ะ” ดารกาที่นั่งไม่พอใจอยู่แล้วพูดขึ้นทันที

“สมใจสิคะยัยน้ำค้างเนี่ยดิฉันปั้นมากับมือ แสนดี เอาใจเก่ง ดูแลผู้หลักผู้ใหญ่อย่างรู้ใจ หาแบบนี้ไม่มีอีกแล้วล่ะค่ะ”

“ค่ะ” น้ำค้างเป็นคนพยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม “น้ำเป็นได้ทั้งแม่บ้าน ได้ทั้งเพื่อนแก้เหงา คุณแม่ท่านเลยสมใจน่ะค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มหวาน แถมเรียกคุณนายเลื่อมทองว่าแม่ซะเต็มปากเต็มคำ ยิ่งทำเอาคุณนายหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเข้าไปใหญ่ ผิดกับภาณุที่หน้าเริ่มเจื่อนและรอยยิ้มก็เริ่มแหยมากขึ้นทุกที

คุณนายเลื่อมทองคุยกับท่านรัฐมนตรีกับคุณหญิงอยู่ซักครู่ก่อนจะขอตัวพาเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปทักทายโต๊ะอื่นต่อ ลับหลังคุณนายไปไม่เท่าไหร่ ดารกาก็ขมุบขมิบปากมองตามคู่บ่าวสาวไปด้วยความขุ่นเคืองจนแทบอยากจะร้องกรี๊ด

โต๊ะที่บ่าวสาวได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นโต๊ะของบรรดาเพื่อน ๆ ของน้ำค้างที่แทบจะยกกันมาตั้งแต่สมัยประถมยันมหาวิทยาลัยทีเดียว แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะคนที่มีแต่รอยยิ้มอย่างน้ำค้างก็คงห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนเป็นธรรมดา

“สวยมากเลยนะน้ำ” มารตีเพื่อนสนิทเอ่ยชมจากใจจริง ไม่คิดเลยว่าเพื่อนของตัวเองจะสวยได้ขนาดนี้

“ใช่ ๆ เนอะ” หลายเสียงสนับสนุน คงจะมีแต่เอกภพที่ยังนั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว

“พี่ยินดีด้วยนะน้ำ” เขาพูดเสียงเศร้า ทำเอาภาณุขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เขาเป็นผู้ชายเรื่องนี้ก็พอจะอ่านสายตาของชายหนุ่มอีกคนออก

“ขอบคุณค่ะพี่เอก” หญิงสาวยิ้มให้อย่างจริงใจ ก่อนจะนั่งลงกับเพื่อน ภาณุจึงเอ่ยขอตัว

“เดี๋ยวฉันไปหาคุณแม่ก่อนนะ” น้ำค้างพยักหน้าด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน

เมื่อได้เวลาคุณนายก็พาเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมายังบนเวที น้ำค้างเดินอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เพราะเธอไม่ชินกับส้นสูงเอาเสียเลย เลยจำต้องเกาะแขนชายหนุ่มไว้อย่างจำเป็น ภาณุนึกว่าหญิงสาวยังแกล้งเขาไม่เลิกจึงกระซิบว่า

“เลิกเกาะได้แล้ว ไม่ต้องเป็นบ่าวที่ดีทำตามคำสั่งที่นายสั่งขนาดนั้นก็ได้”

หญิงสาวยู่หน้า ก่อนจะหันมากระซิบเขา

“น้ำไม่ได้อยากเกาะคุณณุซักหน่อย แต่น้ำกลัวพลาดตกบันไดเวทีต่างหาก” เธอว่า รู้สึกหมั่นไส้คนหลงตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน

“งั้นก็ระวังแล้วกัน ฉันไม่อยากขายขี้หน้า”

“คุณณุขายไปใครเขาจะซื้อคะ” น้ำค้างย้อนมาทันควัน

ภาณุหันมามองตาแทบถลน แต่เธอก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เกาะแขนเขาเดินขึ้นไปบนเวทีหน้าตาเฉย

คุณนายเลื่อมทองยืนพูดขอบคุณแขกเหรื่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนที่จะส่งไมค์ต่อให้พิธีกรบนเวทีเป็นคนจัดการ ฝ่ายพิธีกรก็สัมภาษณ์อย่างสนุกสนาน ทำเอาภาณุหน้าเจื่อน ยิ้มแห้งไปทันที ก็ตอนเจอคำถามที่ว่า

“อยากให้เจ้าบ่าวพูดถึงความรักที่เริ่มต้นกับเจ้าสาวหน่อยครับ” น้ำค้างลอบขำ ก่อนจะยิ้มหวานทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เมื่อรู้สึกว่ามีมือมาสะกิดที่หลังเธอเบา ๆ

“อย่าแกล้งนะน้ำ” ภาณุมองเธอตาดุ

น้ำค้างเลยจำต้องเป็นคนเอาไมค์มาจ่อปากพูดเสียเอง

“เรื่องความรักเหรอคะ ถ้าจะให้พูดเรื่องความรัก คุณณุคงไม่ถนัดนัก น้ำขอเป็นคนตอบแทนแล้วกันค่ะ” หญิงสาวพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นยิ้มแหยของเขา ทีกับผู้หญิงคนอื่นล่ะทำเป็นเก่ง แค่ให้พูดแค่นี้ก็ไม่ได้ “ความรักเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่ทราบแน่ชัดหรอกค่ะ รู้แต่ว่าพอรู้ตัวอีกทีคุณณุก็มานั่งในใจน้ำเสียแล้ว จนกระทั่งมาถึงวันนี้แหละค่ะ วันที่หัวใจของคุณณุกับน้ำตรงกัน และยินดีจะอยู่ร่วมกันไปชั่วชีวิต” น้ำค้างยังแต่งเรื่องต่อได้อีกเป็นตุเป็นตะ ชนิดที่นักเขียนมือหนึ่งยังอาย เพราะเจ้าสาวเล่นเล่ามาตั้งแต่เป็นเด็ก ไปเที่ยว การบอกรัก สารพัดเรื่องหวานแหวว ที่ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าเธอไปเอามาจากไหนเหมือนกัน

ตลอดเวลาการสัมภาษณ์คู่บ่าวสาวบนเวที น้ำค้างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บ้างก็หัวเราะเบา ๆ ก็หน้าคุณณุของเธอตอนนี้ตลกน้อยซะเมื่อไหร่ พิธีแต่งงานที่ทำเอาผู้ชายเจ้าชู้ กลายเป็นแมวไปทันทีเมื่อตามเรื่องเล่าของสาวน้อยที่ชื่อน้ำค้างไม่ทัน แต่แล้วดูเหมือนว่าฟ้าจะกลั่นแกล้งเมื่อคำต่อมาของพิธีกรทำเอาน้ำค้างหุบยิ้มทันที

“รักกันขนาดนี้ ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวหวาน ๆ โชว์หน่อยสิครับ”

เสียงเชียร์ดังลั่น ก็ไม่ใช่ใคร บรรดาเพื่อนของน้ำค้างเองนั่นแหละที่มายืนส่งเสียงลุ้นให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวดังลั่น คราวนี้ได้ทีภาณุยิ้มกริ่ม ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้ามาใกล้ น้ำค้างดันร่างเขาไว้ พลางยิ้มแหย

“คุณณุอย่าแกล้งน้ำนะ”

“ฉันแกล้งอะไรกัน ไม่เห็นเหรอ เพื่อนเธอเชียร์ออกขนาดนั้น”

“อย่านะคุณณุ น้ำฟ้องคุณนายนะ” น้ำค้างยกเอาคุณนายขึ้นมาขู่ แต่พอเหลือบไปมอง คุณนายเองก็หนึ่งในบรรดาผู้ที่เชียร์นั่นแหละ หญิงสาวเลยไม่รู้จะทำยังไง ภาณุเองก็โน้มหน้าใกล้เรื่อย ๆ ท่าทางเขาจะเอาจริงเสียด้วย

ฟั่บ!!

เมื่อไม่มีทางเลือก น้ำค้างเลยยกมือขึ้นมาปิดปากเอาเสียดื้อ ๆ พลางมองเขาตาแป๋ว ภาณุเลยได้กัดฟันด้วยความเจ็บใจ เขาจำต้องยืดตัวตรงหันมายิ้มให้บรรดาแขกเหรื่อ เหมือนเดิม น้ำนะน้ำ.... ขอกำไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ พอเหล่ตาไปมอง ก็เห็นเธอยิ้มหวานทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้เสียแล้ว

“แหม! สงสัยเจ้าสาวจะเขินหนักนะครับ” เสียงพิธีกรแซวทิ้งท้าย

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #นิยายออนไลน์ #นิยายชายหญิง #โรมานซ์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel