ตอนที่ 7
แม้จะเป็นห้องรับแขกที่ด้านนอกเต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เจตนาของดารกาคือจงใจให้คนอื่นเห็น ดังนั้นกิริยาออดอ้อนจึงไม่ได้ละไว้ว่าเป็นสิ่งที่น่าละอายในเวลาเช่นนี้ ภาณุเองก็ด้วยความเคยชินดูเหมือนว่าลูกอ้อนของหญิงสาวข้างกายจะได้ผลเสียด้วย ภาพที่น้ำค้าง ซึ่งกำลังจะเดินเข้ามาหยิบของได้เห็นก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอกำลังคลอเคลียกับสาวอื่นอย่างไม่เกรงใจใคร แต่ก็ยังดีที่เขายังชะงักเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา
“น้ำมาหยิบของเฉย ๆ ค่ะ” เธอว่าพลางยิ้มแหยๆไม่คิดว่าจะเดินเข้ามาเจอภาพแจ็คพอตขนาดนี้เสียด้วยสิ แต่จะว่าเขาได้อย่างไร ก็นี่มันบ้านเขานี่
“มาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง” ภาณุหน้าชา ละอายแก่ใจ ราวกับว่าเขาเป็นคนไม่เลือกที่เลือกเวลาเอาเสียเลย
“ขอโทษนะคะคุณณุ เดี๋ยวคราวหลังน้ำจะเดินร้องเพลงเข้ามา” เธอตอบหน้าซื่อ แต่ในใจก็จะแหย่เขานั่นแหละ
ภาณุลุกเดินมาจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง
“ประชดฉันเหรอ”
“เปล่านะคะ” น้ำค้างส่ายศีรษะปฏิเสธ “น้ำมาเอาของแล้วเดี๋ยวจะไปแล้วคะ เดี๋ยวคุณนายรอนาน ข้างนอกกำลังยุ่งด้วย” หญิงสาวเดินเลี่ยงชายหนุ่มเข้าไปในครัว
ภาณุมองตามก่อนจะเดินตามเข้าไป
ดารกามองทั้งคู่ด้วยความขัดใจ ก่อนจะฮึดฮัด เมื่อนังเด็กรับใช้นั่น สามารถเรียกความสนใจของภาณุไปจากเธอได้
ภาณุที่เดินตามน้ำค้างเข้ามาข้างใน เห็นเธอเปิดตู้หาของอยู่ ก็เอ่ยถาม
“หาอะไร”
“มีดค่ะ” เธอพูดพร้อมกับหาไปด้วย “ข้างนอกมีดไม่พอ น้ำเลยเข้ามาเอาให้” หญิงสาวหยิบเอามีดหลายเล่มมาวางรวมกัน “คุณณุไปรับแขกต่อเถอะค่ะ แค่นี้น้ำหาได้ สบายมาก” เธอหันหน้ามายิ้มให้เขาอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“น้ำ” เขาเรียกเธอจริงจัง พร้อมด้วยใบหน้าที่ปั้นยากเหลือเกิน
“คะ” น้ำค้างเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสีหน้าของเขา
“เธอไม่รู้สึกว่าฉันหยามเธอมั่งเหรอ” เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทั้งที่เขาจะแต่งงานกับเธออยู่รอมร่อ แต่เธอกลับไม่เคยแสดงอาการอะไรซักนิดเลยเมื่อเห็นเขาคลอเคลียกับผู้หญิงอื่น น้ำค้างยังยิ้มกว้างหมือนเคย
“ไม่หรอกค่ะ น้ำรับจ้างคุณนายมาแต่งงาน ไม่ได้มาควบคุมหรือห้ามให้คุณณุทำอะไร ที่เหลือก็อยู่ที่ใจของคุณณุแล้วล่ะค่ะ ว่าจะกรุณากับน้ำมากแค่ไหน”
คำพูดของเธอเรียกสติให้เขาได้ทุกครั้ง เขาแค่สงสัยว่าทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงยังมีแต่รอยยิ้ม ตลอดเวลาที่เห็นเธอมา เธอยิ้มได้ตลอดเวลา โกรธใครไม่เป็น โมโหใครก็ไม่เป็น น้อยใจหรือเขาก็ไม่เคยเห็น หรือนี่จะเป็นของขวัญที่ป้าเอี่ยมทิ้งไว้ให้กับลูกสาว คำพูดที่ป้าเอี่ยมมักจะพูดอยู่เสมอ ๆ ก็คือ
‘แค่มีรอยยิ้ม ความสุขก็วิ่งมาหาเราแล้วล่ะค่ะ’
“เหนื่อยหรือเปล่าล่ะ เห็นทำงานมาแต่เช้าแล้ว นี่เลยเที่ยงมาแล้วนะ” เขาเอ่ยถามเสียงอ่อนโยนลง หญิงสาวเหลือบตาไปมองนาฬิกาแล้วก็อุทานด้วยความตกใจ
“ตายแล้ว!!!”
“อะไร”
“คุณนายยังไม่ได้ทานข้าวเลยค่ะ นี่บ่ายโมงแล้ว แย่เลย น้ำไปหาอะไรให้คุณนายทานก่อนนะคะ” น้ำค้างพูดแล้วก็หยิบมีดแล้วเดินออกไปทันที
ภาณุมองตามหลังว่าที่เจ้าสาวของเขาไป ด้วยความรู้สึกที่แปลกพิกล แปลกแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
พอเดินกลับมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งเขาก็เห็นดารกานั่งทำหน้าบึ้งไม่พอใจ ตั้งท่ารอจะให้เขาเข้ามาคลอเคลียเหมือนเดิม แต่ชายหนุ่มกลับเดินมานั่งลงตรงข้ามกับเธอ พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“คุณกลับไปก่อนเถอะครับ” เขาคงไม่สามารถทำลายเกียรติของมารดาและน้ำค้างได้ลงอีก
ดารกาถึงกับหน้าเสีย
“นี่คุณไล่ดาเหรอคะ นังคนใช้มันพูดอะไรกับคุณคะ คุณถึงมาไล่ดาแบบนี้”
“เปล่าหรอกครับ แต่ว่าพรุ่งนี้ผมจะแต่งงานอยู่แล้ว มันไม่เหมาะ” ดูเหมือนเขาเพิ่งจะนึกได้ถึงความเหมาะสม
“อะไรนะคะ” ดารกาถามเสียงสูง เธอเหมือนกับโดนตบหน้าอย่างแรง ก่อนที่หญิงสาวจะหยิบกระเป๋าเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก ภาณุได้แต่มองตามดารกาที่เดินออกไป แล้วก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร ไปเหมือนกัน
ตกค่ำมาคุณนายเลื่อมทองก็มานอนอย่างสิ้นท่าอยู่ที่โซฟาห้องรับแจก หลังจากที่คุมการจัดสถานที่มาทั้งวัน ภาณุเดินลงมาจากข้างบนเห็นน้ำค้างกำลังบีบนวดให้แม่เขาอยู่ เขาเลยเดินมานั่งลงตรงข้ามผู้เป็นแม่ คุณนายเลื่อมทองผงกหัวมาดูลูกชายแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจยังงอนเรื่องแม่สาวนั่นไม่หาย
“เราไม่เหนื่อยมั่งเหรอ” เขาเอ่ยถามน้ำค้างที่ทำงานมาทั้งวันแต่ยังมีแรงมานวดให้แม่ของเขาได้อีก หญิงสาวส่ายหน้า
“นิดหน่อยค่ะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณณุจะอยากมานวดให้คุณนายเองก็ได้นะคะ”
“เชอะ เอาเวลาอันมีค่าของแกไปมีความสุขกับสาว ๆ เถอะ” คุณนายพูดอย่างงอนๆ ทำเอาภาณุหน้าเหวอ
“คุณแม่งอนเหรอครับ”
“แกดูไม่ออกรึไง รึต้องให้แม่บอกให้ยัยน้ำอธิบายให้แกฟัง” คนเป็นแม่แหวใส่ลูกชาย
“ใช่นี่ครับ ตอนนี้อะไรคุณแม่ก็ยัยน้ำ ยัยน้ำ ผมเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วนี่ครับ”
“เฮอะ ! ทำมาเป็นงอน คิดว่าฉันจะง้อแกเรอะ ลูกไม่ได้ดั่งใจอย่างแกมีแต่จะตัดหางปล่อยวัดเท่านั้นแหละ” ผู้เป็นแม่บอกอย่างไม่สนใจไยดี ชายหนุ่มหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อมุกของเขาไม่ได้ผล
น้ำค้างหัวเราะเบา ๆ กับอาการงอนของสองแม่ลูก ทำเอาชายหนุ่มต้องหันมาถลึงตาโตใส่เธอ
“หัวเราะอะไรน้ำ” เขาพูดเสียงดุ แต่น้ำค้างก็ยังไม่หยุดยิ้ม
“น้ำว่าคุณนายไปพักผ่อนดีกว่านะคะ พรุ่งนี้วันงานต้องเหนื่อยอีก” หญิงสาวบอก คุณนายเลื่อมทองเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย จึงรีบลุกขึ้นข้างบนไป หญิงสาวมองตามพลางยิ้มนิด ๆ ตามเคย แต่พอหันกลับมาก็เจอสายตาของภาณุที่นั่งจ้องเธอเขม็ง “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณณุ”
“แล้วเราไม่เหนื่อยเหรอ ฉันเห็นทำงานทั้งวัน” หญิงสาวทำท่าเบ่งกล้ามเป็นการใหญ่
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ น้ำแข็งแรงจะตาย” ภาณุส่ายหน้าช้าๆ
‘ไม่เหนื่อยหรอก น้ำแข็งแรงจะตาย’ พูดมาได้ยังไง หน้าซีด ขนาดนี้ แถมเหงื่อยังชื้นไปหมด
“อย่ามาโกหกนะน้ำ”
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ เพื่อคุณนายน้ำทำได้” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มเหมือนเคย ภาณุเอื้อมมือมาวางที่ศีรษะเธอเบา ๆ แววตาของเขาอ่อนโยน
“ไปนอนพักซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ้าสาวของฉันขี้เหร่” เสียงของชายหนุ่มนุ่มทุ้ม ฟังแล้วอบอุ่นจนเธอรู้สึกได้ น้ำค้างเงยหน้าขึ้นสบตาของเขาแล้วก็ต้องหลบวูบ เมื่ออยู่ดี ๆ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น
“ค่ะ น้ำรับคำสั่ง” เธอพูดอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินกลับเรือนคนใช้ไป ภาณุมองตามร่างนั้นจนลับสายตา
จากเด็กสาวกะโปโลที่เคยวิ่งเล่นกับเขาอยู่เมื่อก่อน แล้วตอนนี้...........เธอโตเป็นสาวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันน้ำค้าง
สถานที่ทุกตารางนิ้วภายในบ้านของคุณนายเลื่อมทองถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงามโดยเฉพาะบริเวณที่จัดไว้เป็นที่รดน้ำสังข์ของคู่บ่าวสาว ดอกกุหลาบสีขาวถูกจัดไว้เต็มบ้านเพราะคุณนายเลื่อมทองชอบเป็นพิเศษ น้ำค้างแต่งตัวเสร็จแต่เช้า ก่อนที่เธอจะออกมาตักบาตร หญิงสาวยืนมองรูปของหญิงคนหนึ่งที่จากเธอไปด้วยความรัก
“แม่จ๋า” น้ำค้างเรียกเสียงอ่อน “แม่ไม่ต้องห่วงน้ำหรอกนะ คุณณุน่ะถึงจะเจ้าชู้ไปหน่อย ปากร้ายไปนิด ขี้เก๊ก แล้วก็ขี้บ่น เรื่องมาก เอาแต่ใจ” หญิงสาวร่ายสรรพคุณของเจ้าบ่าวซะยาวเหยียด “แต่แม่บอกเองนี่นาว่าคุณณุน่ะเป็นคนดี แล้วคุณณุก็รักแม่มากด้วย น้ำว่าเขาต้องเมตตาลูกสาวของแม่แน่ ๆ” เธอพูดพร้อมยิ้มออกมาบางๆ หากแต่แววตากลับฉายแววกังวล “แม่จ๋า... น้ำขอแค่ให้แม่มอบความเข้มแข็งให้หัวใจของน้ำก็พอ แม่ก็รู้....ใครรักผู้ชายอย่างคุณณุก็มีแต่เสียใจ แม่อย่าให้น้ำเสียใจนะ” หญิงสาวก้มลงกราบรูปของผู้เป็นแม่ด้วยความรัก ก่อนจะมองภาพนั้นอีกครั้ง แล้วลุกเดินออกจากห้องของเธอไป
พิธีตักบาตรตอนเช้าหญิงสาวอยู่ในชุดไทยจิตรลดาแบบเรียบ ๆ สีครีม ส่วนชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีครีมสไตล์ไทย คุณนายเลื่อมทองเป็นคนจัดการเรื่องพิธีตักบาตรตอนเช้าทั้งหมด ได้ญาติๆที่สนิทชิดเชื้อคอยช่วยเหลือ น้ำค้างกับภาณุตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์พร้อมกับกราดน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล ในตอนเช้าส่วนใหญ่จะมีแต่แขกที่สนิทชิดเชื้อและญาติผู้ใหญ่ทางฝั่งคุณนายเลื่อมทองมาร่วมพิธีเท่านั้น
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีตักบาตรตอนเช้า น้ำค้างก็ผละไปเปลี่ยนชุดที่ห้องคุณนายเลื่อมทองเพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีรดน้ำสังข์ตอนบ่าย
ร่างบางระหงอยู่ในชุดแต่งงานแบบไทยประยุกต์ ผ้าไหมอิตาลีสีออฟไวท์ตัดแบบเสื้อแขนเดี่ยวเดรปจีบต่อสไบ ติดกันกับกระโปรงผ้าวังทองเป็นชุดเดียวกัน ปักปล้องอ้อยสีทองที่เชิงหน้านาง และที่สไบประดับปล้องอ้อยลวดลายอ่อนช้อย
ภาณุมองแล้วก็ให้รู้สึกประหลาดในใจพิกล ผมที่เคยมัดแบบลวก ๆ วันนี้ถูกรวบเก็บอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหวาน ๆ ตาแป๋ว ๆ ที่น้อยครั้งนักจะได้แต่งแต้มเครื่องสำอางวันนี้แต่งสีหวานขับให้ผิวขาวยิ่งชวนมองขึ้นไปอีก
พิธีรดน้ำมีแขกเหรื่อมามากมายทั้งผู้ที่เต็มใจมา และก็มาเพื่อถลนตาใส่หญิงสาวซึ่งก็ได้แก่บรรดาสาวๆของเจ้าบ่าว แขกเหรื่อผู้ใหญ่ก็มากันมากมายเพราะทั้งคุณนายเลื่อมทองและภาณุเองก็มีหน้ามีตาในสังคมไม่น้อย ภาณุยังนั่งหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา ผิดกับเจ้าสาวที่ยิ้มกว้าง เพราะพอจบงานแต่งงานเมื่อไหร่เธอก็จะได้เรียนปริญญาสมใจทันที แต่พอชำเลืองมองไปทางเจ้าบ่าวกลับเห็นเขาเอาแต่ตีหน้าขรึม จนเธออดสะกิดกระซิบเบาๆไม่ได้
“นั่งหน้าบึ้งเดี๋ยวแก่เร็วนะคะคุณณุ”
“ฉันไม่ใช่เรานี่จะได้ยิ้มได้ทั้งวัน” เขาแอบกระซิบกลับ
“ก็น้ำเป็นคนอารมณ์ดี ไม่เหมือนคุณณุ คนแก่ขี้โมโห” เธอพูดแล้วก็ยิ้มล้อเลียนเขา ทำเอาภาณุเขม่นมองด้วยความหมั่นไส้
“เรานี่มันแสบนักนะ คอยดูเถอะ เข้าหอเมื่อไหร่เจอดีแน่”
“คุณณุกำลังฝันแน่ ๆ คุณนายบอกแล้วไงคะว่าห้ามล่วงเกินน้ำ” เธอพูดแกมข่มขู่ แต่เขากลับไม่สนใจ แย้มยิ้มที่ริมฝีปากเจ้าเล่ห์
“ฉันไม่เคยรับข้อเสนอนั้นซักหน่อย” ชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทำไม่สนใจเธอที่นั่งหน้างอแทนเพราะถูกเขาแหย่
#นิยายรัก #นิยายออนไลน์ #นิยายชายหญิง #นิยายหวานๆ #แนะนำนิยาย #แนะนำนิยายชายหญิง
