ตอนที่ 5
สองทุ่มแบบไม่ขาดไม่เกิน ที่น้ำค้างเดินเข้ามาในบ้าน หลังงานปาร์ตี้จบลงพร้อมกับความสงสัยของเพื่อน ๆ ว่าเหตุใดเธอจึงไม่ไยดีว่าพี่เจ้าบ่าวเลยสักนิดเดียว น้ำค้างไม่อยากใส่ใจ การแต่งงานเริ่มต้นจากบุญคุณ มิใช่ความรัก ความหวงราวกับว่าเขาคือสมบัติจึงไม่มีอยู่ แต่จะให้อธิบายบอกเพื่อน ๆ ไปคงจะเป็นเรื่องยาก เพราะมันจะตามมาด้วยคำถามมากมายว่า แล้วเหตุใดเธอจึงไปแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักเข้า การเลือกไม่สนใจจึงช่วยจบเรื่องราวได้ง่ายกว่า
หญิงสาวเห็นว่าไฟบนตึกใหญ่ยังไม่ดับ จึงเดินไปดูแล้วก็ได้พบว่าคุณนายเลื่อมทองยังนั่งรอลูกชายอยู่ด้วยความเป็นห่วง คนมองนึกสงสารจับใจ
คุณณุจะรู้มั้ยหนอ ว่าทำเอาคนเป็นแม่เป็นห่วงขนาดไหน .....
คุณนายเลื่อมทองสีหน้าดีอกดีใจเมื่อเห็นว่าที่ลูกสะใภ้เดินเข้ามาหา หลังจากนั่งเหงารอลูกชายอยู่คนเดียว
“กลับมาแล้วเหรอยัยน้ำ”
“ค่ะ”
“เป็นไงสนุกมั้ยล่ะ” คุณนายถามตามประสา ขยับท่านั่งจากด้านหนึ่งไปด้านหนึ่งแก้เมื่อย น้ำค้างรู้งาน เข้ามาบีบนวดให้ “แล้วไม่ไปพักผ่อนล่ะ ไม่ต้องมารายงานฉันก็ได้”
“น้ำมาอยู่เป็นเพื่อนคุณนายค่ะ เผื่อคุณนายจะกลัวผี” สาวใช้จอมทะเล้นพูดเรียกอารมณ์ขันของผู้เป็นนาย และก็ได้ผลเมื่อคุณนายเลื่อมทองยิ้มออกมาได้
“เธอจะบ้าเหรอ ฉันแก่ปูนนี้แล้วจะมากลัวผงกลัวผีอะไร เดี๋ยวอีกไม่นานก็กลายเป็นผีแล้ว” คุณนายว่า
“อย่าเพิ่งรีบเลยค่ะคุณนายน้ำกลัวผี” น้ำค้างพูดแล้วก็ทำท่าลูบแขนลูบขาท่าทางขนลุก “แล้วทำไมคุณนายยังไม่นอนอีกล่ะคะ” เอ่ยถามทั้งที่เธอเองก็พอจะรู้ดีแก่ใจว่าทำไม ก็คงเป็นเพราะความเป็นห่วงของคนเป็นแม่นั่นแหละ
“ก็รอตาณุนั่นแหละ” พูดแล้วคุณนายก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ “ถ้าเธอทำให้ตาณุเลิกเจ้าชู้เลิกเที่ยวกลางคืนได้นะ ฉันแถมส่งเสียให้เธอเรียนจบเอกเลยนะเนี่ย” คุณนายพูดอย่างไม่หวังอะไรนัก คล้ายจะบ่นเรื่อยเปื่อยเสียมากกว่า
แต่คนที่ได้ฟังหูผึ่งขึ้นมาทันที
“จริงเหรอคะคุณนาย” เจ้าตัวถามย้ำ
คุณนายเนื้อทองเลิกคิ้ว เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นนั้น “จริงสิ ลองมั้ยละ” ผู้เป็นนายลองเสนอ จากสายตาที่มองเห็นแม่สาวรับใช้ยิ้มพราวแววตาเป็นประกายอย่างนี้มีหวังชัวร์
“ค่ะคุณนาย น้ำรับข้อเสนอค่ะ” เธอตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด กำไรสองเท่าขนาดนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
คุณณุนี่ตัวนำโชคสำหรับเธอจริง ๆ ได้ทั้งโทได้ทั้งเอก ว้าว! คิดแล้วสาวน้อยคนซื่อก็ทำท่าตาลอยแบบเพ้อฝัน อีกไม่นานเธอก็จะได้เป็นด็อกเตอร์แล้ว ช่างคุ้มจริง ๆ สำหรับการแต่งงานครั้งนี้
คุณนายเลื่อมทองรอจนเผลอหลับไปที่โซฟา มีแต่น้ำค้างที่พยายามถ่างตารอผู้เป็นนายกลับมาอย่างไม่ยอมย่อท้อ อยากจะปลุกคุณนายไปนอน แต่คิดว่าคุณนายก็คงไม่ยอมแน่ จึงปล่อยเลยตามไปก่อน
เข็มนาฬิกาชี้เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว สักพักเสียงบีบแตรก็ดังลั่น น้ำค้างรีบวิ่งออกไปทันที
ภาณุขับรถมาจอดที่หน้าตึกใหญ่ ก่อนจะเดินคลอเคลียมากับหญิงสาวคนหนึ่งตามเคย หลายครั้งที่น้ำค้างอยากจะถามเหลือเกินว่า...ไปตกเบ็ดมาได้มาเหรอคะคุณณุ ถึงได้มีกลับมาวันละคนแบบนี้
ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวคนรับใช้แวบหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ เดินกอดสาวที่เขาพามาจากผับเข้าบ้านไปทันที น้ำค้างเองก็รีบตามเข้าไป แล้วก็ได้เห็นคุณนายเลื่อมทองยืนมองด้วยแววตาโกรธจัดเหมือนเคย
“เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะตาณุ!!!” เสียงคุณนายตวาดแว้ด! แต่คราวนี้ภาณุไม่ได้เมา
“โธ่คุณแม่ครับ ทำไม่รู้ไม่เห็นก็ได้นี่ครับ” เขาโอดครวญ
คุณนายเลื่อมทองถึงกับกัดฟันแน่น พยายามระงับความโกรธ หันมาเห็นน้ำค้างยืนมองตาปริบ ๆก็สั่งทันที “น้ำค้าง ฉันให้เธอจัดการว่าที่เจ้าบ่าวเธอได้ตามใจชอบ” คำสั่งของคุณนายทำเอาภาณุไม่พอใจ หันมาจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง น้ำค้างยิ้มหวาน ก่อนจะตอบ
“คุณนายไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้ำจัดการเอง” คุณนายมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นข้างบนไปทันที นางไว้ใจในตัวของน้ำค้างว่าต้องจัดการได้แน่
พอผู้เป็นแม่ขึ้นไปแล้ว ภาณุก็หันมาแสดงท่าทีไม่พอใจใส่น้ำค้าง
“รู้มั้ยว่าเราน่ะเป็นคนรับใช้” เขาแกล้งว่า
“รู้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักอย่างยอมรับ
“เพราะฉะนั้นไม่มีสิทธิ์มาจัดการอะไรฉันทั้งนั้น อย่าบังอาจ” เขาข่มขู่เสียงเข้ม น้ำค้างพยักหน้าอีก
“คุณณุอยากทำอะไรก็ทำสิคะ น้ำไม่ห้ามหรอกคะ อยากจะอะไร ๆ กันก็ตามสบายสิคะที่นี่บ้านคุณณุนี่คะ คุณณุจะพาผู้หญิงมานอนด้วยก็เป็นสิทธิ์ของคุณณุ ยังไงคุณพ่อของคุณณุก็สร้างไว้ให้คุณณุอยู่แล้วนี่คะ” ทำพูดของน้ำค้างทำเอาภาณุชะงัก เมื่อเหมือนเขาจะแปลมันออกมาได้ว่า
‘พ่อแม่ของคุณณุสร้างไว้ให้คุณณุพาผู้หญิงมานอนอยู่แล้วนี่คะ’ แล้วยิ่งสายตาตำหนิของหญิงสาวทำเอาเขาหน้าชาราวกับโดนเธอต่อว่าและดูถูกในคราวเดียว
“อย่ามาพูดกับฉันอย่างนี้นะน้ำ” ภาณุมีท่าทีไม่พอใจขึ้นมาทันที
หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเองก็เริ่มหงุดหงิด
“น้ำขอโทษค่ะถ้าทำให้คุณณุไม่พอใจ”
“การที่คุณแม่ให้เธอมาแต่งงานกับฉัน นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะมามีสิทธิ์เท่าเทียมกับฉันนะ”
“น้ำทราบค่ะ” น้ำค้างยังตีหน้าแป๋วเหมือนเดิม “แล้วก็อีกเรื่องนึงที่น้ำอยากจะบอกก็คือ.....” หญิงสาวยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เจือรอยหยันเอาไว้ “คุณผู้หญิงคนนี้คงจะหงุดหงิดเต็มทีแล้วล่ะค่ะ พาไปหาที่ระบายกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะพาลกันเปล่า ๆ” หญิงสาวพูดแล้วก็ยิ้มแป้น
ภาณุถึงกับหน้าแดงด้วยความทั้งโกรธทั้งอายที่เหมือนโดนด่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มันจะมากไปแล้วนะน้ำ!” เขาตวาดลั่น
น้ำค้างหลับตาปี๋ ก่อนจะพูดต่อ
“ไปเถอะค่ะจะได้หายอยาก” หญิงสาวพูดแล้วก็เผ่นออกไปอย่างเร็ว ไม่อย่างนั้นเธออาจจะโดนบีบคอก็เป็นได้ ภาณุกัดฟันมองตามร่างบางไปอย่างโมโห รอให้แต่งงานแล้วเขาจะแก้เผ็ดให้สาสมเลย
น้ำค้างวิ่งหนีมายืนถอนหายใจด้วยความโล่งอกอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ดีนะคุณณุไม่ตามมาบีบคอเธอเข้าด้วย ไม่อย่างนั้นมีหวังสิ้นชีพแน่ยัยน้ำเอ้ย.... หญิงสาวหัวเราะให้กับตัวเองตามประสาคนมองโลกในแง่ดี ก่อนจะเดินเข้าไปทางเรือนหลังเล็ก ซึ่งคุณนายสั่งให้สร้างไว้ให้ตั้งแต่สมัยแม่เธอยังอยู่ ตอบแทนที่แม่ของเธอเคยดูแลคุณนายตลอดชีวิต
*******************************
ภาณุเดินหงุดหงิดลงมาจากข้างบนแต่เช้า หลังจากที่เมื่อคืนเขาต้องไปเรียกให้นายเดชขับรถไปส่งแม่สาวที่เขาพามาด้วย เพราะหมดอารมณ์ตั้งแต่เจอฤทธิ์ฝีปากแสนซื่อแบบแสบทรวงของว่าที่เจ้าสาวเข้าไป แถมเช้านี้คนที่ฝากคำพูดอันเจ็บแสบไว้เมื่อคืนยังยืนคุยกับแม่ของเขาหน้าระรื่นอยู่ที่โต๊ะอาหารอีกด้วย
“อ้าว ตาณุนี่แม่กำลังคุยกับยัยน้ำเรื่องเมื่อคืนพอดี” คนเป็นแม่วางระเบิดอารมณ์ให้ลูกชายแต่เช้าด้วยใบหน้าระรื่น แฝงแววสมน้ำหน้าในที
“คุณแม่ไม่ต้องมาพูดเลยนะครับ” ชายหนุ่มออกอาการงอน ทำเอาคนเป็นแม่หัวเราะร่วน
“งอนเป็นเด็กไปได้น่ะตาณุ มะรืนนี้ก็จะแต่งงานอยู่แล้วนะ”
“ผมไม่ได้เต็มใจแต่งซักหน่อย” เขาว่าพลางเหลือบหางตาไปมองคนที่ยืนท่าทางเรียบเฉยข้างหลังด้วยท่าทีหนักใจ
“แต่ยัยน้ำต้องเต็มใจแน่” คุณนายหันมาทางว่าที่สะใภ้ “เนอะยัยน้ำเนอะ”
น้ำค้างรีบพยักหน้าทันที คุณนายว่ายังไงเธอก็ว่าตามนั้นแหละ
“แล้ววันนี้ออกไปไหนหรือเปล่าล่ะ วันหยุดไม่ใช่เหรอ”
“คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าล่ะครับ” ภาณุทำงอน ทำคนเป็นแม่ยิ้มอย่างชอบใจ
“ก็จะให้ไปถ่ายรูปกับยัยน้ำเขานั่นแหละ จะได้เอาไปตั้งหน้างาน แม่ไม่อยากลำบากจนถึงขั้นที่จะต้องเอารูปแกไปตัดต่อหรอก เดี๋ยวแขกเหรื่อเขาจะว่าแม่บังคับแกมาแต่ง”
“มันก็อย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” เขาพูดเสียงขุ่น แต่น้ำค้างเอาแต่หัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ นาน ๆ ทีจะได้เห็นผู้ชายตัวโตหน้าดุคนนี้ออกอาการงอนซักที ถ้าไม่มีบุญจริง ๆ คงจะไม่ได้เห็นเป็นแน่
“แม่แกไปบังคับแกเมื่อไหร่”
“ผมไม่ได้เต็มใจแต่งนี่ครับ”
“อ๊ะ ๆ แกอย่ามาพูดอยางนี้นะตาณุ แกเป็นคนรับคำท้าแม่เอง นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างแม่กับแกนะ ไม่ใช่การขู่เข็ญยังคับขืนใจ”
“โอเค ๆ ครับ”
คุณนายเลื่อมทองโบกไม้โบกมือบ๊ายบายลูกชายที่พาว่าที่เจ้าสาวขับรถออกไปด้วยหน้ามุ่ยๆ น้ำค้างเองก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นั่งยิ้มหน้าระรื่น ไม่ใช่เพราะดีใจที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายที่สาวๆหมายปองอย่างคุณณุหรอก แต่เธอกำลังดีใจที่อีกไม่กี่ปีคงจะได้เป็นด็อกเตอร์น้ำค้าง เปี่ยมสุข หญิงสาวยิ้มปลื้มพลางคิด เธอนี่เปี่ยมสุขเหมือนนามสกุลจริง ๆ
“จะยิ้มอะไรนักหนาฮะ” เสียงขุ่นของเขาทำเอาเธอหันมามองอย่างเสียไม่ได้
“คนมีความสุขก็ยิ้มสิคะคุณณุ”
“ใช่สิเธอน่ะสุข ฉันกำลังทุกข์ แล้วนี่ฉันจะบอกเพื่อนบอกฝูงยังไงเนี่ย ว่าจะแต่งงานกับกับเธอเนี่ยพวกนั้นมันคงหัวเราะเยาะฉันแน่” ท่าทางหนักใจของเขาทำเอาน้ำค้างต้องลอบเบ้ปาก เชอะ ถ้าไม่หวังปริญญาเอกนะ เธอไม่มีทางยอมแต่งงานกับผู้ชายอย่างคุณณุเด็ดขาด เจ้าชู้หาใดจะเปรียบ ไหนจะปากร้ายจนน่าโมโหอีก
“ถ้าคุณณุไม่รู้จะบอกยังไงก็ไม่ต้องบอกสิคะ จะพยายามบอกให้มันเหนื่อยทำไม” น้ำค้างเสนอความคิดง่าย ๆ
ทีจะบอกว่าแต่งงานล่ะทำอาย ที่เอาผู้หญิงเข้ามาคลอเคลียวันละคนล่ะไม่เห็นจะอายเลย
“เฮอะ เธอไม่ใช่ฉันนี่ก็พูดได้อยู่แล้ว อยากจะรู้จริง ๆ ว่าคุณแม่เอาอะไรมาเสนอเธอ เธอถึงได้ยอมเนี่ยฮะ” เขาถามพลางหันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง เป็นจังหวะรถติดไฟแดงพอดี
“บอกไม่ได้หรอกค่ะคุณณุ บอกได้แค่ว่าคุ้มมาก ๆค่ะ” เจ้าตัวพูดแล้วก็ยิ้มแป้น
ภาณุเบือนหน้าหนีอย่างไม่พอใจ พอเห็นว่าเป็นไฟเขียวแล้วก็กระชากรถออกอย่างแรงทำเอาหญิงสาวหน้าเกือบทิ่มใส่หน้ารถ
น้ำค้างหันมาเหล่เขาอย่างเคือง ๆ แต่ชายหนุ่มกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ขับรถต่อไปหน้าตาเฉย
ชายหนุ่มนั่งรอน้ำค้างที่ไปแต่งหน้าทำผมด้วยอาการหงุดหงิด ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดจนเจ้าของร้านถ่ายรูปยืนยิ้มแหย คิดในใจว่านี่จะมาถ่ายรูปแต่งงานหรือว่าถ่ายรูปติดบัตรแล้วจะรีบไปสมัครงานกันแน่ เพราะดูเจ้าบ่าวหงุดหงิดตลอดเวลาเลย
ร่างของหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวกระโปรงบานสั้นเท่าเข่าที่เจ้าตัวเป็นคนเลือกเองเดินออกมาแบบกะย่องกะแย่งเมื่อต้องใส่รองเท้าส้นสูง ผมฟูถูกรวบไว้ข้างเดียวแล้วดัดหยิกเป็นลอนประบ่า ใบหน้าที่เคยทั้งมันทั้งโทรมแต่งแต้มด้วยสีสันจนน่ามอง ผิดแต่รอยยิ้มแหยเท่านั้นแหละที่เจ้าตัวเผยออกมาเพราะไม่ชินนักกับการใส่รองเท้าส้นสูง
“คุณณุเสร็จนานแล้วเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม ภาณุเองยังไม่เลิกวางฟอร์มหงุดหงิด แม้ในใจจะยอมรับว่าวันนี้สาวน้อยประจำบ้านเขาสวยจนน่ามองขนาดไหน
“ก็ถ้าไม่เสร็จฉันจะมายืนอยู่นี่เหรอ”
“จริงด้วย น้ำขอโทษนะคะที่ช้า” เธอก้มหัวให้เขาเล็กน้อย ช่างภาพมองทั้งคู่งง ๆ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนักว่าทั้งคู่คือคนที่จะแต่งงานกัน แต่ตามหน้าที่ ช่างภาพจึงจำเป็นต้องบอกทั้งคู่ให้เหมือนกับคู่บ่าวสาวคู่อื่นที่มาถ่ายรูปกัน
“เดี๋ยวคุณผู้ชายกอดเอวคุณผู้หญิงนะครับ ไม่ต้องแน่นมาก เอาหลวม ๆ แล้วก็คุณผู้หญิงเอี้ยวตัวไปสบตากับคุณผู้ชายนะครับ ทำสายตาหวานซึ้งนะครับ”
ภาณุยื่นมือไปกอดเอวหญิงสาวแบบทื่อ ๆ คนละเรื่องละราวกับท่าทางที่ช่างภาพบอกอย่างสิ้นเชิง ทำเอาน้ำค้างต้องเอี้ยวตัวมากระซิบ
“คุณณุคะ เมื่อเช้าไม่ได้ถ่ายท้องเหรอคะ”
ภาณุเกิดอาการหมั่นไส้จึงกอดเธอไว้ซะแน่น คราวนี้หญิงสาวทำหน้าเหยเกก่อนจะบอก “คุณณุน้ำหายใจไม่ออก” พอเห็นหน้าแหย ๆ ของเธอ ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมานิด ๆ อย่างชอบใจ รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น
“ถ้าบ่นมากอีกฉันจะรัดให้หายใจไม่ออกเลย” เขาขู่ แสร้งทำตาดุ
“ถ้าน้ำหายใจไม่ออกตาย น้ำจะเป็นผีมาหลอกคุณณุแหละคนแรกเลย”
“ฉันไม่กลัวผีซะหน่อย” เขาว่า ทำเอาน้ำค้างเมินหน้าอย่างงอน ๆ ภาณุก็ทำเป็นไม่สนใจ ช่างภาพเลยได้แต่เกาหัวแกรก เขาว่าเขาบอกให้ทำหน้าซึ้ง ๆ นี่นา แต่ทำไมว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเมินหน้าหนีกันซะอย่างนั้น
กว่าจะเสร็จจาการถ่ายรูปก็นานโข เพราะว่าที่เจ้าบ่าวกับว่าที่เจ้าสาวเอาแต่งองแงงใส่กันไปมาจนช่างภาพลำบากใจ ไม่กล้าบอกให้ทำท่าหวาน ๆ เลยต้องจัดท่าให้แบบธรรมดาไป เสร็จจากถ่ายรูปชายหนุ่มก็หิวจนตาเกือบจะลายเพราะเลยเวลาเที่ยงมาสองชั่วโมงแล้ว ร้านอาหารแบบสบาย ๆ ที่ไม่ไกลจากร้านถ่ายรูปนักจึงเป็นที่ฝากท้อง พร้อมกับแม่สาวรับใช้ตาแป๋ว
“กินอะไรล่ะเราน่ะ” เขาถามเสียงขุ่นยังไม่เชิงอยู่ น้ำค้างมองอย่างหมั่นไส้ เธอไม่ได้บังคับเขามาซักหน่อย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเขาเองต่างหากที่ไปตกปากรับคำกับคุณนายมา
“แล้วแต่คุณณุแล้วกันค่ะ” เธอว่า ก่อนจะมองไปรอบร้าน คนไม่เยอะนัก ตกแต่งได้เป็นธรรมชาติสดชื่นดี
ภาณุหันไปสั่งอาหารสองสามอย่าง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าแม่สาวรับใช้ตาเขม็ง
“น้ำ” เขาเรียกเธอเสียงจริงจัง น้ำค้างหันมามองเขา
“คะ”
“ฉันให้เธอสองเท่าจากที่คุณแม่ให้ แต่เธอไม่ต้องแต่งงานกับฉันเอามั้ย” น้ำค้างส่ายหัวช้าๆพลางยิ้มเล็กน้อย
“ไม่เอาค่ะ น้ำไม่อยากเป็นบ่าวหลายนาย อีกอย่างที่คุณนายให้น้ำมาก็พอแล้ว น้ำไม่อยากโลภ เขาว่าโลภมากลาภหาย” เจ้าตัวอ้างเหตุผล เพราะไม่อยากทำผิดต่อคุณนายที่มีเมตตากับตัวเอง แค่ปริญญาเอกนี่ก็มากพออยู่แล้ว และเธอก็ยังไม่คิดจะเรียนอะไรที่สูงกว่าปริญญาเอกด้วย เพราะฉะนั้นเธอจึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับค่าแรงสองเท่าที่เขาเสนอมาให้
“ทำมาเป็นเป็นคนดี” เขาเบ้ปากใส่ ทำเอาน้ำค้างหัวเราะ
“คุณณุอย่าทำเหมือนเด็กสิคะ ช่วยไม่ได้คุณณุมาทีหลัง คุณนายมาก่อน ต้องเรียงลำดับค่ะ ใครจ้างก่อนน้ำก็ทำให้ก่อนค่ะ” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี
ภาณุหมั่นไส้คนตรงหน้านี่นัก เขาหลวมตัวไปแล้วนี่ ยังไงมะรืนนี้ก็ต้องตามใจคุณแม่อยู่ดี
ไม่น่าพลาดเลย !
ใครจะไปคิดล่ะว่าแม่ของเขาจะแก้เผ็ดอย่างนี้ ชายหนุ่มคิดแล้วก็เอามือเท้าคางอย่างเซ็ง ๆ
น้ำค้างทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ผิดกับภาณุที่กินไปเพียงนิดเดียว หญิงสาวพยายามตักอาหารเอาใจ แต่เขาก็ไม่ยอมกิน ทำท่างอนจนเธอต้องหัวเราะหลายครั้ง
“อิ่มหรือยังล่ะ” เขาถาม น้ำค้างชะงักมือที่กำลังตักผัดเผ็ดหมูป่าเข้าปาก ก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
“อิ่มอะไรล่ะคะคุณณุ น้ำยังตักข้าวเข้าปากอยู่เลย” หญิงสาวยู่หน้า ทำเอาเขาค่อนขอดเบาๆ
“กินจุ”
“ก็น้ำไม่ได้รวยเหมือนคุณณุนี่คะ จะได้มีอาหารดี ๆ กินเช้ากลางวันเย็น” เธอว่า ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดเสียงหวาน “ถ้าจะกรุณาน้ำขอขนมหวานด้วยก็ดีนะคะ” หญิงสาวถือโอกาสขอลาภปากแบบเนียนๆ
ภาณุถลึงตาใส่เธอจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า “โถ นะคะ คิดซะว่าเลี้ยงลูกนกลูกกานานๆที” หญิงสาวเล่นมุกอ้อน เพื่อปากท้องน้ำค้างยอมทำทุกอย่างเลย เอ้า
“นี่ตกลงเธอเป็นนายหรือฉันเป็นนายกันแน่เนี่ย” เขาบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมหันไปสั่งขนมหวานมาให้หญิงสาว
“แหม น้ำไม่กล้าเลื่อนขั้นไปเป็นนายคุณณุหรอกค่ะ เดี๋ยวขี้กลากรับประทานหัวเอา” เจ้าตัวทำหน้าทะเล้น ภาณุล่ะอยากจะเข้าไปปิดปากช่างพูดช่างเจรจานั่นนัก ย้อนแต่ละคำนี่นะมันหมั่นไส้น้อยเสียเมื่อไหร่
“ณุคะณุ” เสียงหวานใสดังมาจากด้านหลัง ภาณุกับน้ำค้างหันไปมอง เห็นดารกาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจที่ได้พบเขา แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องหน้าบึ้งเมื่อเห็นว่าน้ำค้างนั่งอยู่ด้วย ดารกานั่งลงอย่างถือวิสาสะไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มเชิญ ก่อนจะจ้องมองน้ำค้างที่ทำเป็นไม่สนใจเธอตาเขม็ง “ณุมาทานข้าวเหรอคะ”
“ครับ” ภาณุพยักหน้ารับ เหลือบตามองน้ำค้างว่าเธอจะทำยังไง ก็เห็นว่าแม่ตัวดีนั่งกินหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจซักนิดว่าใครจะมาร่วมโต๊ะหรือเปล่า
“ทำไมไม่ชวนดาออกมาบ้างล่ะคะ ดาอยู่บ้านคนเดียวเหงาจะตาย” หญิงสาวออดอ้อนอย่างไม่อาย แม้จะรู้ว่าอีกคนที่นั่งกินอยู่นั่นน่ะเป็นว่าที่เจ้าสาวของชายหนุ่ม
“ผมขอโทษแล้วกันนะครับ พอดีผมออกมาธุระเลยแวะทานข้าวเฉย ๆ” ภาณุว่า ก่อนจะยื่นมือไปโอบดารกา อยากจะแกล้งยั่วน้ำค้างดูซักหน่อยอยากรู้ว่าจะเอาแต่กินได้นานขนาดไหน
“งั้นเดี๋ยวเสร็จจากนี่แล้วณุไปเที่ยวกับดานะคะ ดาอยากไปช๊อปปิ้ง” ชายหนุ่มเหลือบมองน้ำค้างนิดนึงก่อนจะตอบตกลง พลางหันมาบอกน้ำค้าง
“ไปด้วยกันนะน้ำ”
“ค่ะ” น้ำค้างพยักหน้าตาแป๋ว ก่อนจะเลื่อนชามขนมหวานที่พนักงานยกมาเสิร์ฟแล้วบอก “แต่รอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวน้ำเติมพลังก่อน” เจ้าหล่อนพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะลงมือจัดการกับเจ้าขนมหวานอย่างเมามัน ทำเอาภาณุมองด้วยความขัดใจ มีใครเคยบอกมั้ยว่าว่าที่เจ้าสาวเขานี่กวนประสาทจนน่าโมโห
#นิยายรัก #รักหวาน #โรแมนติก #นางเอกน่ารัก #นิยายชายหญิง #นิยายออนไลน์
