ตอนที่ 4
ทันทีที่รู้ว่าเจ้าสาวของตนเองคือน้ำค้าง ภาณุก็ออกมาจากบริษัทอย่างรวดเร็ว ขับรถกลับมาที่บ้านด้วยความรีบร้อน พอมาถึงก็ตรงไปโวยวายกับคุณนายเลื่อมทองผู้เป็นแม่ซึ่งอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดี อยู่ในห้องรับแขกทันที
“คุณแม่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับ” ลูกชายหน้าตาเอาเรื่อง จริงจังเป็นที่สุด จ้องมองผู้เป็นแม่ที่ยิ้มอยู่อย่างไม่นึกสนุกด้วยเลยซักนิด
“ทำยังไง” คุณนายติดนิสัยทำตาแป๋วมาจากน้ำค้างเข้าเสียแล้ว ย้อนถามลูกชายกลับไปบ้าง
น้ำค้างที่เพิ่งลงมาจากทำความสะอาดที่ชั้นสองเห็นว่าในห้องรับแขกภาณุกำลังคุยกับคุณนายเรื่องการแต่งงานก็รีบหามุมหลบเพื่อแอบฟังทันที อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเขารู้ว่าต้องแต่งงานกับเธอจะว่าอย่างไร
“ผมยอมให้คุณแม่หาผู้หญิงที่ไหนมาแต่งงานกับผมก็ได้แต่ต้องไม่ใช่น้ำค้าง” ชายหนุ่มว่า ท่าทางของเขาฮึดฮัดขัดใจยิ่งนัก
คุณนายเลื่อมทองนั่งทำทองไม่รู้ร้อน สะใจเป็นที่สุด “แกไม่ได้ระบุไว้นี่นา”
“แต่คุณแม่ครับ น้ำเป็นเด็กในบ้าน มันน่าเกลียด” เขาอ้างเหตุผล ตัวเขาเองเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่ ถ้าเกิดคนในสังคมรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นเด็กที่โตมาในบ้าน เสียงนินทาก็จะดังมาหนาหูว่าเขาทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด
“ตรงไหนที่น่าเกลียด ยัยน้ำน่ะดีกว่าแม่ผู้หญิงปัญญาอ่อนของแกตั้งกี่เท่า การศึกษาก็ไม่ด้อยกว่าใคร นี่แม่ก็จะส่งเสียเรียนปริญญาโทต่อ อีกไม่นานก็จบถึง ด็อกเตอร์ด้วยซ้ำ”
น้ำค้างที่แอบดูสถานการณ์อยู่ถึงกับตาโต เมื่อได้ยินคำว่าด็อกเตอร์ ว้าว! นี่เธอจะได้เรียนถึงด็อกเตอร์เชียวเหรอ
“แต่คนอื่นเขาจะมองว่าผมคั่วเด็กในบ้าน ผมอายเขานะครับ” ไม่ได้รังเกียจเธอหรอก เขาเองก็ยอมรับว่าน้ำค้างเป็นคนน่ารักและคุณสมบัติไม่ด้อยกว่าผู้หญิงคนไหน แต่สถานะของเธอกับเขานั่นต่างหากที่ไม่สมควร
“อาย” คนเป็นแม่ขึ้นเสียงสูง “เฮอะ ! คนอย่างแกรู้จักอายเป็นเหรอ ไปคั่วคนนู้นคนนี้ทีไม่เห็นอาย พอจะมาแต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ หน่อยทำเป็นอาย” คนเป็นแม่ประชดประชัน ไม่ยักรู้ว่าลูกชายของตัวเองรู้จักอายเป็นกับเขาด้วย
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับว่าเธอดี”
“รู้สิ ฉันมองเด็กคนนี้มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ลองถ้าเด็กมันไม่ดี ฉันไล่ออกจากบ้านไปนานแล้ว แล้วก็คงไม่เอามาเป็นสะใภ้หรอก” คุณนายยืนยันความคิดของตัวเอง ไม่ใช่เพราะอยากจะเอาชนะลูกชาย แต่คุณนายเฝ้ามองดูหญิงสาวมาตั้งแต่เธอเป็นเด็ก ทำไมคุณนายจะไม่รู้ว่าเธอดีหรือไม่ดียังไง
แต่นั่นทำเอาภาณุแทบกระอัก
“แต่น้ำเป็นเด็กในบ้านนะครับแม่”
“เด็กในบ้านแล้วไม่ใช่คนเหรอ ตาณุ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกดูถูกคนอื่นนะ” ท่าทางและสีหน้าของคุณนายเลื่อมทองบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก นางไม่เคยคิดว่าน้ำค้างด้อยค่าแม้แต่น้อย สำหรับคุณนาย ค่าของความเป็นคนมีเท่ากันเสมอไม่ว่าจะเป็นนายหรือบ่าว
“ผมไม่ได้ดูถูกครับ แต่มันไม่เหมาะ”
“เหมาะหรือไม่แกก็ตกลงกับแม่แล้ว ยังไงก็ต้องแต่งกับยัยน้ำ ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกแม่ว่าแม่ แล้วการ์ดแม่ก็แจกไปแล้วด้วย แกจะหักหน้าแม่ก็เอาสิ” คนเป็นแม่เล่นไม้ตายที่ทำเอาพ่อลูกชายถึงกับพูดไม่ออก น้ำค้างที่ยืนแอบฟังอยู่นานเดินออกมาจากมุมที่หลบอยู่ มานั่งที่พื้นข้าง ๆ คุณนาย ชายหนุ่มมองเธอตาขวาง
“มาแล้วเหรอเรา....บอกมาฉันมาเลยว่าทำไมยอมตกลงกับคุณแม่” เขาคาดคั้นเสียงแข็ง น้ำค้างยิ้มเจื่อนก่อนจะตอบ
“มันเป็นข้อตกลงระหว่างน้ำกับคุณนายน่ะค่ะคุณณุ บอกคุณณุไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”
พอกันทั้งสองคนเลย ภาณุนึกในใจ
“หรือว่าเรา”
“เปล่านะคะ” น้ำค้างรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “คุณณุอย่าหลงตัวเองสิคะ น้ำไม่ได้พิศวาสคุณณุซักหน่อย”
“เธอนี่นะ ทำไมคุณแม่ให้ทำต้องทำด้วย ฉันไม่อยากมีเจ้าสาวขี้เหร่อย่างเธอหรอก” เขาแกล้งว่า ทั้งที่ในใจยอมรับมาตั้งนานแล้วว่าเด็กในบ้านของเขาคนนี้สวยน้อยซะเมื่อไหร่ ยิ่งพอโดนแม่ของเขาจับแปลงโฉมแค่นิดหน่อย ก็ดูชวนมองขึ้นมาอย่างมาก
“แต่น้ำอยากมีเจ้าบ่าวหล่อ ๆ อย่างคุณณุนี่คะ” เจ้าตัวแกล้งแหย่ด้วยความสนิทสนม
ภาณุยกมือทำท่าจะฟาด น้ำค้างสะดุ้งโหยง กระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว ทำเอาคุณนายเลื่อมทองหัวเราะเสียงดัง
“แหม เข้ากันได้ดีอย่างนี้แม่ก็วางใจ เดี๋ยวแม่ขอตัวไปไหว้พระที่ห้องพระก่อนนะจ้ะ แล้วก็ลูกณุสุดที่รัก อาทิตย์หน้าลูกเตรียมเข้าพิธีแต่งงานได้เลยนะจ้ะ” พูดจบคุณนายเลื่อมทองก็ลุกเดินไปทันที ปล่อยให้ลูกชายนั่งอ้าปากค้าง
แม่เขานี่สุดยอดจริง ๆ เร็วสุดที่เขาคิดไว้ก็น่าจะราว ๆ เดือนหน้านี่สองอาทิตย์ก็แต่งแล้วเหรอ ภาณุเอามือกุมขมับ สำนึกได้วาตัวเองพลาดท่าเสียแล้วก็คราวนี้!
*************************************
วันนี้น้ำค้างขอลางานคุณนายเลื่อมทองหนึ่งวัน เพื่อไปสละโสดกับเพื่อนๆ คุณนายเลื่อมทองเองก็ไม่ขัดข้อง พร้อมทั้งยื่นการ์ดแต่งงานให้เธอปึกนึง แถมด้วยบัตรเครดิตอีกหนึ่งใบ
“เอาไปให้เพื่อน ๆ เธอด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่ให้เกียรติเพื่อนเธอ ส่วนการ์ดนี่ เอาไว้รูดเลี้ยงเพื่อน ๆ เธอได้เลย อย่าไปหารกัน มันน่าเกลียด เป็นสะใภ้ฉันแล้วต้องรักษาหน้าฉันด้วย”
น้ำค้างตาโต ยื่นมือไปรับด้วยความเกรงใจ รู้ดีว่าปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวคุณนายก็ยัดเยียดให้อยู่ดี
“จริง ๆ คุณนายไม่ต้องให้น้ำขนาดนี้ก็ได้นะคะ เพื่อน ๆ ของน้ำไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรมากมายขนาดนั้นหรอกค่ะ หารเงินกันก็ได้ ยังไงก็มากินดื่มด้วยกันสนุก ๆ น่ะค่ะ” น้ำค้างว่า แต่สายตาของหญิงสาวบอกว่าขอบคุณเป็นอย่างมากที่คุณนายยังให้เกียรติเธอถึงเพียงนี้
“เอาเถอะ ฉันไม่อยากทำตัวน่าเกลียดให้เด็กมันถอนหงอก”
“ใครจะกล้ามาถอนหงอกคุณนาย น้ำจะจัดการไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดเลยค่ะ” หญิงสาวทำท่าชูไม้ชูมือ คุณนายเลยได้หัวเราะอารมณ์ดี
“ถ้าเธอเป็นลูกสะใภ้ฉันจริง ๆ ก็คงดีสินะ ฉันคงจะได้หัวเราะไปจนตาย” คุณนายเลื่อมทองมองหญิงสาวด้วยความเอ็นดู นึกเสียดายในใจ ถ้าคนที่ได้เธอไปจะไม่ใช่ลูกชายของนาง
“ถึงไม่ได้เป็นหนูก็จะอยู่ทำให้คุณนายหัวเราะไปอีกนานแน่นอนค่ะ” น้ำค้างบอกเสียงใส เป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้จริง ๆ เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องแต่งงานมีครอบครัว สิ่งเดียวที่ยึดมั่นไว้คือการดูแลคุณนายน้ำค้างที่เป็นเสมือนแม่นี่แหละ
คุณนายเลื่อมทองโบกไม้โบกมือ
“ไปเถอะไป เดี๋ยวสาย อย่ากลับดึกล่ะ ฉันไม่อยากให้ลูกชายเป็นม่ายขันหมาก” คุณนายแกล้งล้อ
น้ำค้างถึงกับยู่หน้า
“คุณนายก็แช่งกันเลยนะคะ”
“เปล่าฉันไม่ได้แช่ง แต่บอกให้ระวังตัวต่างหาก”
น้ำค้างยิ้มกว้างกับคำบอกเล่าถึงความเป็นห่วง คุณนายนี่อ้อมค้อมเก่งจริง ๆ
ร้านคาราโอเกะที่ไม่ไกลจากบ้านนักเป็นสถานที่ที่น้ำค้างใช้นัดรวมพลเพื่อน ๆ เพื่อจะบอกข่าวเรื่องที่เธอจะแต่งงาน อำลาความโสด หลายคนรู้เรื่องแล้ว เพราะภาณุเองก็มีหน้ามีตาในสังคมไฮโซ ข่าวซุบซิบก็เขียนแซวเขาประปราย บางคนก็ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“แกไม่ได้โกหกจริงนะยัยน้ำ” มารตี เพื่อนสาวที่สนิทกับน้ำค้างมากที่สุดถามย้ำแล้วย้ำอีกอย่างไม่เชื่อหู “บ๊องส์ ๆ อย่างแกนี่นะจะแต่งงานกับเศรษฐีไฮโซที่ชื่อคุณภาณุอะไรนั่นที่เป็นลูกชายเจ้านายแกน่ะนะ”
“อืม จริง”
“ขี้โม้รึเปล่า” มารตียังไม่ยอมเชื่อ มองเพื่อนอย่างจับผิด มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เพื่อนของเธอจะชอบพอกับผู้ชายโดยที่เธอไม่รู้นี่นา
“ก็แจกการ์ดไปแล้วไง เดี๋ยวพอถึงวันงานพวกเธอก็รู้เองแหละ” น้ำค้างขี้เกียจที่จะพูดซ้ำซากอีก บทจะเชื่อยากก็ยากเสียจริง ยกเป๊ปซี่ขึ้นดื่มตามประสาคนไม่ดื่มเหล้า ยังไม่ทันจะวางแก้วลง เพื่อนก็สะกิดยิก
“นี่ยัยน้ำ แกชวนพี่เอกมารึเปล่า”
“หืม” น้ำค้างเลิกคิ้ว ส่ายหน้า “อ้อ เปล่าหรอก ไม่ได้ชวนน่ะ”
พี่เอกที่ว่าคือเอกรัตน์เป็นรุ่นพี่ตั้งแต่สมัยน้ำค้างเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาพยายามตามเทียวไล้เทียวขื่อเพื่อจะสร้างมิตรภาพฉันชู้สาวกับเธอมานานแล้ว แต่น้ำค้างก็ได้เพียงปฏิเสธอยู่ร่ำไป ใจเธอไม่ได้คิดเรื่องความรักเลยสักนิดเดียว
“แต่ว่าเขามาแหละ” แม่เพื่อนสาวประเภทสองคนนึงบุ้ยปากหญิงสาวให้ดูชายหนุ่มหน้าคมคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามหญิงสาว
“อ้าว พี่เอกมาด้วยเหรอคะ” น้ำค้างเอ่ยทักด้วยท่าทางปกติ
“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้า “น้ำจะแต่งงานเหรอ”
น้ำค้างยอมรับว่าอาการเศร้าของเขาทำเธอรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้า “น้ำจะแต่งงานอีกไม่กี่วันนี้แล้วค่ะ” ในใจก็นึกสงสารเขาอยู่เหมือนกัน แต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะว่าไม่ได้มีใจให้เขาจริง ๆ
“พี่ยินดีด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะ น้ำเองก็ขอให้พี่เอกเจอคนที่ใช่เร็ว ๆ นะคะ” น้ำค้างอวยพรจากใจจริง
เอกรัตน์มองเธอแววตาเศร้าอย่างปิดไม่มิด สุดท้ายน้ำค้างเลยต้องปลอบออกไปตามตรงว่า
“อย่าเสียใจเลยค่ะพี่เอก ถูกคนที่เขาไม่รักเราปฏิเสธมันไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจหรอกค่ะ ไว้ถ้าพี่เจอคนที่เขารักพี่เมื่อไหร่พี่จะเข้าใจที่น้ำพูด”
เอกรัตน์เพียงแค่พยักหน้ารับ ณ เวลานี้เขายังไม่พร้อมทำใจ และไม่พร้อมที่จะเข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวบอก เอกรัตน์ยังมองเธอด้วยสายตาละห้อย อย่างตัดไม่ขาด
มารตีที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเมื่อครู่ เดินเปิดประตูเข้ามาในห้องคาราโอเกะหน้าตาตื่น พูดกับเพื่อนด้วยเสียงเจื่อน ๆ ว่า
“แกแน่ใจนะน้ำว่าเจ้าบ่าวของแกคือคุณภาณุเจ้านายแกน่ะ”
น้ำค้างพยักหน้า มารตีรีบดึงมือเธออกมาข้างนอกอย่างเร่งด่วน ก่อนจะกระซิบกระซาบ
“แกเห็นโต๊ะนั้นมั้ย ฉันว่าฉันมองไม่ผิดหรอกนะว่านั่นน่ะว่าที่เจ้าบ่าวของแก” มารตีชี้มือไปยังโต๊ะโซฟาที่มีชายหนุ่มนั่งคลอเคลียกับหญิงสาวคนหนึ่งจนแทบจะเป็นคนเดียวกัน
น้ำค้างเพ่งมองดู แต่ยังไม่แน่ใจ เพราะที่นี่ไฟค่อนข้างมืด แสงที่มีก็เพียงแค่วิบวับ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อดูให้แน่ใจ ว่าที่นั่งคลอเคลียกับผู้หญิงอยู่นั้นเป็นว่าที่เจ้าบ่าวที่เธอรับจ้างมาแต่งงานด้วย
“อืมใช่จริง ๆ ด้วย” น้ำค้างหันมาตอบเพื่อนสาวอย่างไม่สะทกสะท้าน
ทำเอามารตีหน้าเหวอ
“แล้วเธอไม่ทำอะไรเหรอยัยน้ำ” น้ำค้างส่ายหัวทันที
“ไม่ทำ” เธอว่า “วันนี้ฉันมาเลี้ยงอำลาความโสดไม่ได้มาตามใคร” น้ำค้างพูดได้หน้าตาเฉย ก่อนจะจูงมือเพื่อนกลับเข้าห้องคาราโอเกะเหมือนเดิม
มารตีเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงุนงง ตกลงว่านี่เพื่อนของเธอกำลังจะแต่งงานจริงหรือเปล่าเนี่ย
#นิยายรัก #นิยายออนไลน์ #นิยายอ่านสนุก #แนะนำนิยาย #นิยายชาวหญิง #โรมานซ์
