ตอนที่ 3
ร่างสูงกำลังนัวเนียกับเลขาสาวอย่างไม่ลืมหูลืมตาหลังจากออกมาจากห้องประชุมมาได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง แม้เสียงโทรศัพท์มือถือจะดังก็ไม่ได้สนใจ เพียงครู่เดียวประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก
ภาพบาดตาตรงหน้าทำคุณนายเลื่อมทองต้องกัดฟันกรอด แทบจะกรี๊ดแตกลั่นบริษัท
ภาณุดันร่างเลขาสาวที่หน้าเจื่อนออกไปทันที แม่เลขาสาวก็ขยับเสื้อให้เข้าร่องเข้ารอยนิดหน่อย ก่อนจะเดินมายืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้าง ๆ
“คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ” ภาณุถามเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณนายเลื่อมทองปรายตามองร่างหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้วยสายตาดูถูก
“พ่อแม่ไม่สอนบ้างเหรอเราน่ะ ว่าอย่าปล่อยตัวปล่อยใจกับผู้ชายง่าย ๆ”
หญิงสาวหน้าเสีย ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า เมื่อเจอคำต่อว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่รุนแรงเข้าไป
“แล้วจะมายืนทำไม ไม่อายเหรอ เป็นฉันน่ะมุดดินหนีไปแล้ว” คุณนายยังไม่ยอมเลิก กะว่าจะเอาให้อายจนไม่กล้ามาทำงานได้เลย “เดินออกไปเนี่ยเก็บอะไรที่ปล่อย ๆ ไว้ไปด้วยนะ ฉันหมายถึงยางอายน่ะ เธอคงปล่อยทิ้งไว้เรี่ยราดจนไม่เหลือในตัวแล้วมั้ง”
คนถูกว่าอับอายจนวิ่งออกนอกห้อง แต่คุณนายเลื่อมทองไม่สนเลยสักนิดเดียว หันมาตาลุกวาวราวกับจะกินเลือดเนื้อใส่ลูกชายตัวดีที่นั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ใช่จะอยากว่าแต่ฝ่ายหญิงเมื่อไหร่ รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง
“คุณแม่นี่ไปกินรังแตนมาจากไหนครับเนี่ย” ลูกชายถามน้ำเสียงปกติ ไม่ยี่หระเลยสักนิดเดียว
“กินมาแถวนี้แหละ แกนี่มันแย่จริงๆเลยนะตาณุ ทำไมเป็นผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงขนาดนี้” คนเป็นแม่เดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามลูกชาย ก่อนจะบ่นในเรื่องเดิมที่ไม่ว่าบ่นเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกชายได้เสียที
“ผมไม่ได้บังคับนะครับคุณแม่ ผู้หญิงเขาสมยอมเอง” คำพูดหน้าตาเฉยของลูกชายทำคุณนายเลื่อมทองพูดอะไรแทบไม่ออก แล้วมันผิดซะที่ไหน ผู้หญิงพวกนั้นก็กระไร ไม่ให้เกียรติตัวเองบ้างเลย
“ฉันอยากจะรู้นักว่าแกเอานิสัยนี้มาจากใคร พ่อแกก็ไม่เคยเป็นคนอย่างนี้ ทำไมเชื้อมันต้องมาเพาะที่แกเป็นคนแรกด้วยนะ”
“คุณพ่อไม่เจ้าชู้ก็ดีแล้วนี่ครับ ขืนเป็นอย่างนั้นคุณแม่ได้ตามไปแหกอกถึงสวรรค์แน่ ๆ” เขาพูดแล้วก็หัวเราะ “ตกลงคุณแม่จะไม่บอกผมจริง ๆ เหรอครับว่ามาหาผมเรื่องอะไร”
คราวนี้คุณนายเลื่อมทองเป็นฝ่ายยิ้มให้ลูกชายบ้าง ก่อนจะพูดขึ้น
“แม่หาคนที่จะแต่งงานกับแกได้แล้วนะ” คนเป็นแม่กะว่าลูกชายน่าจะตกใจไม่มากก็น้อยเพราะเพิ่งคุยกันเมื่อเช้าตกบ่ายนางก็หาคนมาแต่งงานกับเขาได้แล้ว
แต่ตรงกันข้าม เพราะนอกจากภาณุจะไม่ตกใจหรือสะทกสะท้านใดใดแล้ว เขายังยิ้มด้วยความขบขันเสียอีก
“คุณแม่นี่เก่งจัง หาผู้หญิงให้ผมได้แล้ว ว้าว!! งานนี้ลาภปากเลยนะครับเนี่ย”
คุณนายเลื่อมทองรีบเบรกความหวังอันน่ายินดีของลูกชายเอาไว้ก่อน
“เสียใจ เพราะคนนี้แม่อนุญาตให้แต่งแค่ในนามเท่านั้น แล้วก็จดทะเบียน เป็นภรรยาที่เชิดหน้าชูตาของแกนะ ห้ามแกล่วงเกินเด็ดขาด”
ภาณุจุ๊ปากด้วยความขัดใจ ถึงจะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์แต่ก็ทำให้เขานึกอยากจะรู้ขึ้นมาทันทีว่าใครที่จะมาแต่งงานกับเขาในนามเท่านั้น
ต้องเป็นคนสำคัญแน่ ไม่อย่างนั้นแม่เขาคงไม่ปกป้องขนาดนี้
“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยขนาดนั้นหรอก แม่ยังไม่บอกหรอกนะเอาไว้วันงานแกจะเห็นเจ้าสาวของแกเอง ช่วงนี้แกก็ทำงานไปตามปกติแล้วกัน”
“อ้าวแล้วไม่เตรียมงานเหรอครับ”
“เตรียม แต่เดี๋ยวแม่จัดการเอง” คุณนายเลื่อมทองว่า “แกแค่พาตัวไปร่วมงานแต่งก็พอ”
คุณนายเลื่อมทองคว้ากระเป๋าแล้วเชิดหน้าออกจากห้องลูกชายไปด้วยความสุขใจ
ภาณุชักจะเริ่มสงสัยขึ้นมานิดนึงแล้วว่า ใครกันที่แม่ของเขาไว้วางใจถึงขนาดให้แต่งงานพร้อมจดทะเบียนกับเขาแค่ในนาม นี่มันปกป้องกันชัด ๆ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงได้รับความเอ็นดูจากแม่ของเขามากกว่าตัวเขาเป็นแน่
แล้วคน ๆ นั้นคือใครกัน
*********************************************
“นี่ยัยน้ำมานี่มา” คุณนายเลื่อมทองกวักมือเรียกน้ำค้างที่กำลังจะกลายมาเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ น้ำค้างที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนวางสายยาง เดินไปปิดน้ำ แล้วก้าวมายืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างคุณนายเลื่อมทองตรงม้านั่งหินอ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวของบ้านซึ่งจัดตกแต่งสวยงาม
หญิงสาวเอ่ยถามน้ำเสียงถ่อมตัว
“คุณนายมีอะไรเหรอคะ”
“เดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สวย ๆ นะ ฉันจะพาไปซื้อของ”
น้ำค้างรับคำ ก่อนจะรีบวิ่งจู๊ดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็ว
ไม่นานหญิงสาวก็กลับออกมา แล้วเข้ามานั่งในรถกับคุณนายเลื่อมทองโดยมีเดชเป็นคนขับ น้ำค้างแปลกใจที่คราวนี้คุณนายพาออกมาข้างนอก เพราะปกติคุณนายเป็นคนติดบ้าน มากที่สุดก็วิ่งออกกำลังกายในสวนเท่านั้นไม่ค่อยออกมาข้างนอกเพราะคุณนายไม่ชอบอากาศร้อน
“คุณนายจะไปไหนเหรอคะ” น้ำค้างถามด้วยความอยากรู้
“ก็พาเธอไปแปลงโฉมซะหน่อย จะมาเป็นลูกสะใภ้ฉันตั้งปี ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลงกันมั่งจะให้มอมเป็นลูกหมาเหมือนเคยได้ไงล่ะ”
ลูกหมาเลยหรือคะ น้ำค้างนึกในใจ จริงอยู่เธอไม่ได้แต่งตัวจัดสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดดูไม่ได้เลยสักหน่อย
“จะดีเหรอคะคุณนาย” น้ำค้างว่า
“คิดซะว่าสงเคราะห์ฉันแล้วกัน อยากจะแก้เผ็ดเจ้าลูกชายตัวดีใจจะขาด”
น้ำค้างหัวเราะ คุณนายนี่เล่นอะไรเหมือนเด็ก หาผู้หญิงมาจัดการแต่งงานให้ลูกชายเพราะความหมั่นไส้เนี่ยนะ
รถยนต์ของคุณนายเลื่อมทองที่นายเดชเป็นคนขับเลี้ยวมาจอดที่หน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง คุณนายเลื่อมทองลงจากรถพาน้ำค้างเดินเข้าไปข้างในแวะดูนั่นนี่เรื่อยเปื่อย น้ำค้างเดินตามอย่างไม่รู้เบื่อ ถือโอกาสได้มองนู่นนี่นั่นไปด้วย ปกติเธอไม่มาห้างนักเพราะคนเยอะ เปลืองเงินด้วย
ที่แรกที่คุณนายพาน้ำค้างไปก็คือร้านเสริมสวย คุณนายพูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างสนิทสนมเพราะใช้บริการกันค่อนข้างบ่อย น้ำค้างเองก็ว่าย ทำตามที่คุณนายต้องการโดยไม่ขัดเลยสักนิดเดียว
แล้วสามชั่วโมงต่อมา นางสาวน้ำค้างที่เคยกะโปโลก็ถูกจับขัดถูผิวพรรณจนสะอาดสะอ้าน หน้าตาเนื้อตัวเนียนนุ่ม ตามมาด้วยการกันคิ้ว กำจัดขน ปรับสภาพผิวอีกสารพัด น้ำค้างถูกจับแต่งหน้าบาง ๆ ดัดขนตา ทาปากปัดแก้ม และตัดผมเสียใหม่ จากผมยาวทรงตรงธรรมดา กลายเป็นซอยสไลด์ตามแบบฉบับสาวสมัยใหม่ ผมที่แข็งและฟูเพราะเจ้าของไม่เคยสนใจดูแลมากนักเท่าไหร่ ก็ถูกอบสปาจนนิ่มน่าสัมผัส กว่าจะเสร็จก็หมดไปหลายชั่วโมง แต่คุณนายเลื่อมทองเองก็สนุกสนานเสียอย่างนั้น คล้ายมีเพื่อนมาเดินเที่ยวตามอกตามใจทุกอย่าง ก่อนที่น้ำค้างจะมายืนยิ้มเผล่อยู่ที่หน้ากระจกของร้านด้วยความพอใจ จะว่าไปเธอนี่ก็สวยใช่ย่อยเหมือนกันแฮะ
“อืมใช้ได้ เธอนี่หน้าหวานเหมือนแม่เธอเลยนะ” คุณนายมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็นึกถึงเอี่ยม คนสนิทที่รู้ใจคุณนายมากกว่าใคร ตัวตายไปแล้วยังส่งลูกสาวไว้ให้ช่วยเหลือรับใช้คุณนายอีกด้วย แม้น้ำค้างจะไม่รู้ใจคุณนายเท่าผู้เป็นแม่ แต่คุณนายก็ยอมรับว่าเธอเป็นเพื่อนแก้เหงาที่ดีคนหนึ่ง แม้จะยังเด็กก็ตาม “เดี๋ยวไปร้านเสื้อผ้าต่อแล้วกัน”
คุณนายเลื่อมทองพาน้ำค้างไปยังร้านเสื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรก เลือกชุดสำหรับใส่อยู่บ้านออกงานต่าง ๆ กว่าสิบชุด ส่วนใหญ่เป็นทรงสุภาพ แล้วจึงไปต่อที่ร้านตัดชุดแต่งงาน
“เช่าเอาก็ได้มั้งคะคุณนาย” สุ้มเสียงของว่าที่เจ้าสาวบ่งบอกถึงความเสียกาย เมื่อได้ยินว่าราคาค่าตัดชุดราวสองแสน
โอ้ย!เธอจะบ้า ชุดสีขาว ๆ เลื่อม ๆ เนี่ยตั้งสองแสน
“ไม่ได้ เธอไม่ต้องเสียดายหรอกน่า ไอ้เงินที่ฉันใช้เนี่ย มันเป็นเงินน้ำพักน้ำแรงของลูกชายฉัน เพราะฉะนั้น ฉันไม่ซีเรียส” คุณนายพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเลือกแบบชุดแต่งงานต่อ
น้ำค้างเลยได้แต่ยิ้มเจื่อน เอาเถอะ! ความสุขคุณนายแล้วเป็นเรื่องของแม่ลูกเขาด้วย เธอแค่ทำตามคำสั่งก็คงจะพอ
“ฉันว่าเอาเป็นชุดเกาะอกสีขาวนี่ดีกว่า ดูน่ารักดี สมวัยเธอด้วย” คุณนายออกความเห็น พร้อมชี้นิ้วไปที่ชุดเกาะอกแบบเซ็กซี่เล็กๆ แต่น้ำค้างเห็นก็รีบขัดทันที
“ขอมีสายหน่อยดีกว่าค่ะคุณนาย กลัวมันหลุด”
“เธอนี่ชอบขัดใจฉันนักเชียว” คุณนายมองค้อน แต่ก็ยอมตามใจ ให้ว่าที่สะใภ้เลือกชุดตามใจตชอบได้ส่วนคุณนายเปลี่ยนไปเลือกชุดให้ลูกชายตัวดีแทน จากนั้นก็เลือกของชำร่วยและการ์ดแต่งงานเสร็จสรรพ แถมยังเอาแบบด่วนทันใจเสียด้วย
กว่าที่คุณนายกับน้ำค้างจะกลับมาถึงบ้านก็ปาไปสี่ทุ่ม น้ำค้างเห็นผู้เป็นนายบ่นมาตลอดทางว่าเมื่อยอย่างโน้นอย่างนี้ จึงอาสาเอาของไปเก็บและจัดการที่เหลือเอง ให้คุณนายได้ไปพักผ่อนเสียที
หญิงสาวจัดการเก็บของทั้งหมดไว้อย่างดีเพราะคุณนายสั่งว่าไม่ให้ภาณุเห็นของเป็นอันขาดเธอจึงเอามาเก็บที่ตู้เก็บของบริเวณใต้บันไดอย่างเรียบร้อย ส่วนเสื้อผ้าที่คุณนายซื้อให้ หญิงสาวก็กำลังจะเอาไปเก็บไว้ที่ห้อง ขณะที่กำลังจะเดินกลับเรือนคนใช้ ร่างสูงของภาณุก็เดินเข้ามาพอดี
“อ้าว น้ำ ยังไม่หลับไม่นอนอีกเหรอ” ชายหนุ่มร้องทักอย่างคุ้นเคย ก่อนจะหรี่ตามองอีกครั้ง กวาดสายตาคมมองไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้ามีอะไรที่แปลกตาไปจากที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน“วันนี้เธอดูแปลก ๆ นะ”
“ผมทรงใหม่ค่ะคุณณุ” หญิงสาวถือโอกาสอวด พร้อมกับเอามือจับที่ศีรษะให้เขามองได้ชัดขึ้น กับภาณุเธอก็สนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี ถึงเขาจะเจ้าชู้แต่ก็ไม่เคยทำก้อร่อก้อติกกับเธอ น้ำค้างเลยไว้ใจเขาได้ แต่ลึก ๆ ในใจก็แอบคิดว่า คงจะเป็นเพราะเห็นว่าเธอขี้เหร่ละมั้ง แล้วเธอก็ไม่ได้มีความยั่วยวนพอที่คุณณุจะถูกอกถูกใจด้วย เธอเลยรอดพ้นไปได้ “สวยมั้ยคะ”
“ขี้เหร่” เขาตอบทันควัน ทำเอาหน้ายิ้มๆของเธอหุบลงทันที
คุณณุนะคุณณุชมกันหน่อยก็ไม่ได้
“ไปนอนได้แล้วไป” เขาเอ่ยปากไล่ แล้วเดินหนีไปอีกทาง
คุณณุต้องแยกให้ออกว่าเธอไม่สวยหรือเธอไม่ได้ยั่วคุณณุกันแน่ ชิส์
*********************************
โต๊ะอาหารยามเช้าวันนี้เงียบเชียบกว่าปกติจนภาณุต้องมองหาผู้เป็นแม่กับน้ำค้างที่ตามปกติต้องมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่วันนี้ยังไม่เห็นหาจนจะแปดโมงแล้ว มีเพียงแค่นายเดชที่ได้รับคำสั่งให้มายืนเป็นเพื่อนภาณุแทนผู้หญิงทั้งสองคนที่หายตัวไป
“คุณแม่ไปไหนน่ะเดช”
นายเดชที่ถูกสั่งให้มารับหน้าที่แทนตอบด้วยท่าทีนอบน้อม
“สั่งไว้ว่าไปแจกการ์ดงานแต่งครับ” ภาณุถึงกับหัวเราะกับคำตอบ ด้วยไม่คิดว่าแม่ของเขาจะเอาจริง สงสัยงานนี้จะได้เมียเป็นตัวเป็นตนซะละมั้ง
“อืม...แล้วน้ำล่ะ” ส่วนของแม่เขานั่นเข้าใจได้ เพราะแรงอยากเอาชนะคงวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่งงานใหญ่โต แต่น้ำค้างที่ต้องมารอตักข้าวให้เขานี่ล่ะ ทำไมจึงหายไปอีกคน
“ไปด้วยกันครับ”
เออแฮะ...คราวนี้เอาคนไปเป็นลูกมือเสียด้วย
ลองดูก็ได้! ภาณุนึกในใจ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่างานนี้เขาจะหายเจ้าชู้ หรือว่าแม่ของเขาจะท้อใจจนเลิกไปเองก่อนกัน
************************************
คุณนายเลื่อมทองมาแวะเวียนมาที่บ้านของเหล่าบรรดา คุณหญิงคุณนายทั้งหลายซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนกันมานานนมด้วยกันทั้งนั้น พร้อมกับแจกการ์ดและแนะนำน้ำค้างให้รู้จักในฐานะลูกสะใภ้อีกด้วย พอมีใครถามว่าน้ำค้างเป็นใครคุณนายก็ตอบทันที
“ลูกสาวแม่เอี่ยมคนสนิทที่บ้านน่ะจ้ะ อยู่ด้วยกันมานานรู้ใจกันเป็นอย่างดี ฉันรักฉันเลี้ยงมาเหมือนลูก อู้ย! เรียนจบก็เกียรตินิยมอันดับหนึ่งมหาวิทยาลัยดังเลยนะ คุณสมบัติพร้อมขนาดนี้จะให้เป็นแค่ลูกสาวปลอม ๆ ก็กระไร ฉันก็เลยเลื่อนศักดิ์มาเป็นสะใภ้ตัวจริงซะเลย” พูดจบคุณนายก็ยิ้มแฉ่งหน้าบานที่ได้แกล้งลูกชาย น้ำค้างเองก็ยิ้มแฉ่งหน้าบานไปด้วย เพราะได้เรียนปริญญาโทฟรี แถมยังได้งานทำอีกต่างหาก คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
แม้จะมีเสียงนินทาไล่ตามหลังเรื่องที่ลูกชายคุณนายเอาลูกสาวรับใช้ในบ้านมาทำเมีย แต่แทนที่คุณนายเลื่อมทองจะโกรธกลับยิ้มแป้นด้วยความพอใจ ทั้งยังแก้ต่างว่า
“ไม่เหมือนกัน คนสนิทคือคนสนิทไม่ใช่คนรับใช้ ใครพูดเยอะจะตีปากให้” ทำเป็นพูดติดตลก แต่เจตนาเพื่อจะปรามจริงจัง
แต่ใช่ว่าคุณนายจะเอาสนุกเพียงอย่างเดียวจนปล่อยปละละเลยความรู้สึกของหญิงสาวที่ตนเองก็เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน พอขึ้นมาบนรถ ทันทีที่ประตูปิดลง คุณนายก็เอ่ยถามน้ำค้างว่า
“เราโกรธฉันหรือเปล่าเนี่ย ที่เอามาให้เขาว่าคนพวกนี้ก็อย่างนี้แหละ เธออย่าไปสนใจเลยนะ พวกชอบแบ่งชนชั้น ฉันเจอจนเบื่อแล้ว”
น้ำค้างส่ายศีรษะ ก่อนจะยิ้มแป้น
“ไม่หรอกค่ะ น้ำไม่อยากโกรธเดี๋ยวหน้ามีริ้วรอยไม่สวย” น้ำค้างตบที่หน้าเบา ๆ เรียกรอยยิ้มจากคุณนายเลื่อมทองได้เป็นอย่างดี
“เรานี่มันน่าจะเรียนจิตวิทยานะ ทำให้คนอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา”
“ไม่ดีกว่าค่ะ น้ำไม่อยากแก้ปัญหาให้ใคร” คำพูดพาซื่อนั้นทำคุณนายมองสาวรับใช้ด้วยความเอ็นดู
เออแฮะ !แม่คนนี้ถอดแบบแม่มาซะเหมือนเด๊ะเชียว
แม่เอี่ยมแม่ของน้ำค้างเป็นคนอารมณ์ดีไม่ผิดจากลูกสาว ภาณุเองก็แทบจะนับแม่เอี่ยมเป็นแม่อีกคนชอบไปคุยกันบ่อย ๆ ชายหนุ่มว่าคุยกับแม่เอี่ยมแล้วอารมณ์ดี สงสัยว่าก่อนตายแม่เอี่ยมคงถ่ายทอดอารมณ์ดีให้ลูกสาวเป็นมรดกตกทอดด้วยล่ะมั้ง
“เดี๋ยววันนี้ฉันจะพาเราไปเข้าคอร์สเจ้าสาวฉบับเร่งด่วนด้วยนะ” คุณนายเลื่อมทองยิ้มกว้างแต่คงไม่เท่าน้ำค้างที่จะได้เสริมสวยฟรีอีกแล้ว เธอนี่โชคดีจริง ๆ หญิงสาวยิ้มโดยไม่รู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
*****************************************
ประตูห้องทำงานของภาณุเปิดออกอย่างรวดเร็ว ที่ก้าวเข้ามาเป็นหญิงสาวร่างอวบอึ๋มในชุดเปลือยไหล่สีดำที่เดินหน้าบูดหน้าบึ้งเข้ามาเป็นรายที่สามของวันนี้ พร้อมกับมาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของเขาแล้วทุบโต๊ะดังปังตามเสต็ปเดียวกันเป๊ะ
“ดาต้องการคำอธิบายค่ะณุ” สาวน้อยนามว่าดารกา ลูกสาวรัฐมนตรี คู่ควงคนล่าสุด นั่งกระแทกโต๊ะดังปึง! เธอรีบบึ่งมาที่บริษัทของชายหนุ่มทันทีหลังจากที่คุณนายเลื่อมทองไปเชิญมารดาของเธอที่บ้านให้มาร่วมงานแต่งของเขากับเด็กในบ้าน
“เรื่องอะไรครับ” น้ำเสียงที่ถามราบเรียบแสนจะเป็นปกติ ไม่ได้สนใจซักนิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะโวยวายแค่ไหน แต่ที่อยากจะรู้ก็คือ ทำไมสองคนก่อนหน้าบอกว่าเขาคั่วเด็กในบ้าน บ้านเขามีแต่คนสวน คนขับรถ ถ้าจะมีใครสักคนที่จะถูกเรียกว่าเด็กในบ้านก็มีแค่น้ำค้างคนเดียว ซึ่งเขาไม่เคยคั่วด้วยซักหน่อย
“วันนี้คุณแม่ของคุณไปที่บ้านดา บอกว่าคุณจะแต่งงาน”
“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้า ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอยู่แล้ว เพราะเขาเองก็ไม่ได้จริงจังหรือผูกมัดผู้หญิงคนไหน เพราะฉะนั้นถ้าเขาจะแต่งงานก็ย่อมได้ทันที
“คุณทำอย่างนี้กับดาได้ยังไงค่ะณุ” ดารกาตวาดแว้ด!! ภาณุแทบจะเอามืออุดหูด้วยความรำคาญ ก่อนจะพูดเสียงเฉียบ
“เงียบก่อนได้มั้ยครับ” ภาณุจำต้องวางปากกาในมือลง แล้วตั้งใจคุยกับหญิงสาวตรงหน้า ไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่เลิกโวยวายแน่ “ตอนที่เราตกลงกัน คุณเป็นคนบอกเองว่าไม่มีข้อผูกมัด แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไรกับผมครับ”
“แต่ดาเสียหายนะคะ ใครเขาก็รู้ว่าคุณควงกับดาอยู่” ดารกาอ้างสิทธิ์ของตนเอง
ภาณุส่ายหน้าด้วยความระอา “แล้วคุณจะให้ดาเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ เขามิเขียนข่าวหยามดากันหมดเหรอคะ” ดารกาแสร้งร้องไห้ หวังได้รับความเห็นใจ
“เขาจะมาหยามเรื่องอะไรล่ะครับ” ภาณุไม่เข้าใจ คนเรามันจะมานั่งหยามคนอื่นทั้งวันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำหรือเปล่า
ความไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ทำให้ดารกาล้วงการ์ดสีเขียวอ่อนขลิบสีทองระยิบวางแปะ! บนโต๊ะ ดัง ปัง!!
“วันนี้แม่ของคุณมากับเด็กในบ้านคุณ แล้วรู้มั้ยคะว่าแม่ของคุณแนะนำว่ายังไง แนะนำว่าเป็นว่าที่สะใภ้”
ภาณุจ้องมองที่การ์ดสีเขียวอ่อนนั้นเขม็ง ในใจเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง หยิบการ์ดขึ้นมาดู ด้านในระบุชื่อบ่าวสาวเอาไว้อย่างชัดเจน
นายภาณุ อเนกกุล กับ นางสาวน้ำค้าง เปี่ยมสุข
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อชื่อที่ปรากฏอยู่เป็นชื่อของน้ำค้าง ที่ถึงแม้ว่าเขาจะสนิทสนมด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยากได้เธอมาแต่งงานด้วยแน่
“คุณมั่นใจนะครับว่าที่ไปกับคุณแม่คือน้ำค้าง”
“ยิ่งกว่ามั่นใจอีกค่ะ ก็ดาไปบ้านคุณออกจะบ่อย จำได้แม่น บ้านคุณก็มีเด็กรับใช้เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวนี่คะ”
ภาณุกัดฟันกรอด เขาไม่คิดเลยว่าคนเป็นแม่จะแกล้งเขาขนาดนี้ มิน่าไม่ยอมบอกเขาว่าเจ้าสาวเป็นใคร ลองถ้าบอกเขาไม่มีทางยอมแน่
“แล้วคุณจะว่าไงคะ” ดารกายังเซ้าซี้ไม่เลิก
“คุณกลับไปก่อนดีกว่าครับ อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของผม” คิ้วหนาขมวดเกร็งเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นเดียว
“ดาไม่ยอมนะคะณุ”
“ผมบอกให้คุณกลับไปก่อนไงครับ” น้ำเสียงขึงขังทำดารยาไม่กล้าขัด หญิงสาวจำต้องกลับไปอย่างไม่เต็มใจ แต่ก็รู้นิสัยกันดีว่าเมื่อไหร่ที่น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเครียดขึงขึ้นมาแล้วล่ะก็ อย่าเซ้าซี้ให้ต้องอาละวาดโวยวายเสียจะดีกว่า
ภาณุคว้าเสื้อสูทแล้วก้าวเร็ว ๆ ออกจากห้อง สั่งงานเลขาไว้คร่าว ๆ แค่ว่าเขามีธุระด่วนที่บ้านเท่านั้น!
#รัก #นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #โรมานซ์ #รับจ้างรัก #แนะนำนิยาย
