บทที่ 2 งานแต่งของเรา 2
“ไม่ตกลงครับ เรื่องนี้เราคุยกันรู้เรื่องแล้วครับ ฟ่างสั่งข้าวเย็นผ่านแกร็บเลย เราจะกลับคอนโดพี่เลย ไม่แวะที่ไหนแล้ว”
ฟาริดามองเสี้ยวหน้าของคนรักด้วยความอ่อนใจ รู้ว่าที่อคินทำไปทุกอย่างก็เพราะรักเธอ เธอเองก็รักเขามากถึงได้อยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แม้เงินเดือนของเธอจะน้อยกว่าอคินเป็นครึ่งก็เถอะ แต่ก็ยังมีเงินเก็บอยู่หลายแสนบาท
“พี่คินอะ”
“ไม่ดื้อนะครับ ถ้าดื้อพี่จะลงโทษนะ” อคินผินหน้ามามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ฟาริดารู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ดื้อกับเขา เธอจะต้องถูกลงโทษด้วยวิธีไหน และแน่นอนว่าคำขู่ของเขามันศักดิ์สิทธิเสมอ เพราะคนที่นั่งเบาะข้างได้แต่นั่งอ้าปากหวอ ดวงตาฉายแววกระดากอายจนเห็นได้ชัด
ต่อให้ฟาริดาไม่ดื้อ คืนนี้เขาก็จะทำโทษเธออยู่ดี โทษฐานที่ทำตัวน่ารักเกินไป
“ฟ่างไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่รอลงไปเอาข้าวทีเดียว” เมื่อขึ้นมาถึงห้อง อคินก็วางสัมภาระของตัวเองลงบนโต๊ะเตี้ยกลางห้องรับแขกขนาดย่อมส่วนฟาริดาเดินไปรูดผ้าม่านเปิดให้แสงจากข้างนอกสาดส่องเข้ามา บรรยากาศในยามเย็นของแม่น้ำเจ้าพระยาชวนให้รู้สึกสงบ เรือขนสินค้าขนาดใหญ่ที่ลอยลำอยู่ท่ามกลางเรือเล็กของชาวบ้านที่สัญจรไปมา
เธอชอบวิถีชีวิตของบ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำที่สุด
“คิดอะไรอยู่ครับ”
อคินเดินมาซ้อนด้านหลังของแฟนสาว วาดแขนโอบไปที่เอวเล็กคอด ใช้ปลายจมูกคลอเคลียไปกับกลุ่มเส้นผมดกดำ
หอม...
ฟาริดาหอมด้วยกลิ่นธรรมชาติแบบฉบับของเธอ ไม่หอมด้วยน้ำหอมราคาแพงอย่างที่ปารดีใช้ ของแท้ก็ยังเป็นของแท้อยู่วันอย่างค่ำ ไม่มีทางที่ของเทียมจะมาเทียบชั้นได้
“เปล่าค่ะ ฟ่างแค่รู้สึกสบายใจเวลาที่ได้มองชีวิตเรียบง่ายของคนที่อยู่ริมแม่น้ำ”
“ถ้าฟ่างชอบ เราเก็บเงินซื้อบ้านริมแม่น้ำสักหลังดีไหม หาแถว ๆต่างจังหวัดก็ได้ เอาไว้ไปพักผ่อนตอนที่เราว่างจากงาน” อคินเสนอ เห็นใบหน้าฉาบรอยยิ้มของ ฟาริดาสะท้อนมาจากกระจกประตูระเบียง เขาก็แนบแก้มลงกับแก้มนุ่มนิ่มของคนรัก
“แพงอยู่นะคะ น่าจะอีกหลายปีกว่าเราจะเก็บเงินซื้อได้”
“ไม่มีอะไรเกินความพยายามของพี่หรอก ถ้าฟ่างชอบ พี่จะเก็บเงินซื้อให้ฟ่างให้ได้” อคินมีความสุขที่ได้ทำทุกอย่างให้ฟาริดามีความสุข ฟาริดาไม่ใช่คนเอาแต่ใจ เธอคิดทุกอย่างอย่างมีเหตุผล ใช้ชีวิตอยู่พื้นฐานความเป็น จริง ๆและที่สำคัญ
ฟาริดาซื่อสัตย์กับเขา
“ไปอาบน้ำเถอะ พี่ลงไปเอาข้าวก่อน”
“ค่ะ”
อคินคลายอ้อมกอด หยิบคีย์การ์ดแล้วไปเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง ฟาริดายังคงยืนนิ่งทอดสายตามองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าครู่หนึ่งแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องนอนของเจ้าของคอนโด หยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนของตัวเองออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
ออกมาอีกทีก็เห็นกับข้าวถูกจัดใส่จานจนเรียบร้อยด้วยฝีมือของอคิน หญิงสาวค่อย ๆย่องไปทางด้านหลังแล้วสวมกอดเอวหนาแน่น
“ฟ่างรักพี่คินจังเลยค่ะ” อคินประพฤติตัวเป็นคนรักที่ดีย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาเป็นรักแรกและเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ คบหากันมาเจ็ดปี ไม่มีสักครั้งที่เขาจะสร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวและเสียน้ำตา
ฟาริดาคิดอยู่เสมอว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด มีแฟนที่รักเธอและซื่อสัตย์กับเธอ คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติคงหาใครเหมือนอคินไม่ได้แล้ว
“ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฟ่างทำเอง”
อคินหันหน้าเข้าหาแฟนสาว ยกมือปะคองใบหน้าจิ้มลิ้มแนบริมฝีปากลงกับปากเล็ก ดูดดื่มอยู่กับความหอมหวานชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ฝ่ามือนุ่มจะแตะที่แผงอกพร้อมกับใบหน้างามที่ถอยห่างออกไป
“พอก่อนค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นแล้วกินไม่อร่อย”
ฟาริดาพูดยิ้ม ๆเห็นอคินทำหน้างอนก็เขย่งตัวยืนด้วยปลายเท้าแล้วจุ๊ฟไปที่ริมฝีปากหนาหนัก ๆหนึ่งที
“กินข้าวเสร็จ เราจะได้กินของหวานต่อยังไงล่ะคะ”
ดวงตาของอคินลุกวาว ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มกว้าง รั้งกายบางเข้ามากอดหนึ่งทีแล้วรีบหุนหันเดินเข้าไปในห้องนอน ฟาริดาส่ายหน้ามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปจัดการกับสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะ
ครู่เดียวอคินก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับถือผ้าผืนเล็กเช็ดไปที่เส้นผมเปียกหมาด ๆกายหนาทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ ทอดสายตามองมายังคนที่กำลังตักข้าวคำโตใส่ปาก
“ฟ่างแจ้งลาพักร้อนแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ สิบวันพอดิบพอดี” ฟาริดาพูดขณะที่ยังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆอยู่ในปาก เห็นอคินพยักหน้าแล้วตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับข้าวเย็น เธอไม่พูดอะไรออกไปอีก รู้แหละว่าที่เขารีบกินเพราะอะไร แค่คิดร่างกายก็พลันให้รู้สึกร้อน ๆหนาว ๆ
เธอเองก็ต้องกินเยอะ ๆหน่อย คืนนี้คงโดนสูบเลือดสูบเนื้อไปเยอะพอสมควร
“ตื่นเต้นไหมจะได้ไปเที่ยวฝรั่งเศส” อคินพิงแผ่นหลังไปกับเคาน์เตอร์ครัว กอดอกผินหน้ามามองแฟนสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการล้างถ้วยล้างจาน หลังจากผ่านวันแต่งงาน เขาจะพาฟาริดาไปฮันนีมูนไกลถึงประเทศฝรั่งเศส เพราะสมัยที่คบหากันใหม่ ๆแฟนสาวเคยพูดเอาไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากไปเห็นหอไอเฟลด้วยตาของตัวเองสักครั้ง
“ตื่นเต้นมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ทำให้ความฝันของฟ่างเป็นจริง” ฟาริดายิ้มทั้งใบหน้า หันมาผสานสายตากับคนรักแล้วก็หันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ถ้วยชามทุกใบถูกคว่ำเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่บนชั้นด้วยฝีมือของคนเจ้าระเบียบ อคินมองภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจที่อบอุ่น จู่ ๆความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นมาในหัว
“ฟ่าง แต่งแล้วมีลูกกันเลยนะ”
“ทำไมรีบแบบนั้นล่ะคะ งานพี่คินกำลังไปได้ดี ถ้ามีลูกตอนนี้พี่คินจะไม่เหนื่อยแย่หรือคะ” หยิบผ้าเช็ดมือมาเช็ดที่มือพร้อมกับมองดวงหน้าของอคิน เห็นแต่เพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของคนตรงหน้า
แปลว่าที่พูดออกมาเขาคิดแบบนั้นจริง ๆ
