พี่รุตขา
น้ำหวานตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวตุบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ติดผ้าห่มทำให้เธอชะงัก พอเห็นผู้ชายร่างสูงนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง ความทรงจำสายฟ้าแลบก็แล่นเข้าสมอง
น้ำหวาน: "หยุด! อย่าเข้ามานะ ไอ้หมาแก่!!"
วิศรุตสะดุ้งโหยง หันมามองด้วยสีหน้าเหมือนคนไม่ได้นอน "ค่อย ๆ ลุก เดี๋ยวก็หน้ามืดหรอก"
น้ำหวาน: "ไม่ต้องมาสั่ง! เมื่อคืนแกทำอะไรฉัน!? พูดมาเดี๋ยวนี้!"
วิศรุตถอนหายใจยาว "ก็ดูแล… แล้วก็…"
น้ำหวาน: "อย่ามาเว้นวรรค! พูด!!"
วิศรุต: "ก็… มีซัมติงกันไง"
"กรี๊ดดดดดด!!" น้ำหวานคว้าหมอนฟาดใส่เขาไม่ยั้ง "ไอ้หมาแก่! ไอ้คนฉวยโอกาส! ฉันโดนยาแกยังกล้าทำเหรอ! เลว! เลวที่สุด!"
วิศรุตยกแขนกันพัลวัน "น้ำหวาน ฟังก่อน..“
น้ำหวาน: "ไม่ฟัง! แกมันแย่กว่าหมาแก่ แกมัน… ไอ้หมาเฒ่าโรคจิต!"
"โอเค อันนี้เริ่มแรงละนะ"
"เพราะมันจริง! แกแอบแซ่บตอนฉันไม่มีสติใช่ไหมล่ะ โรคจิตชัด ๆ!"
วิศรุตเริ่มหมดความอดทน เสียงเข้มขึ้น "ฉันไม่ได้ฉวยโอกาส ฉันถามเธอแล้ว และเธออนุญาตเอง!"
"ตอนโดนยาไม่นับ! ใครจะไปยอมคนปากหมาแบบแกกัน!"
คำพูดนั้นทำเอาวิศรุตจุกจนเถียงไม่ออก เขามองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่แอบเจ็บนิด ๆ
"โอเค เธอจะเกลียดฉันก็ได้ แต่เมื่อคืนฉันยับยั้งชั่งใจที่สุดแล้ว เธอเป็นคน ขอ ฉันเองด้วยซ้ำ"
น้ำหวานหน้าแดงวาบ "โกหก! ใครจะไปขอไอ้หมาแก่แบบแก!"
"เธอนั่นแหละ… แถมเรียกชื่อฉันซะเพราะเชียว"
น้ำหวานนิ่งไปอึดใจ ใจเต้นแรงจนทำตัวไม่ถูกเลยรีบกลบเกลื่อน "ฉันจะฟ้องแก! จะให้เพื่อนมาฆ่าแก!"
วิศรุตถอนหายใจ "เอาเลย ถ้ามันทำให้เธอสบายใจขึ้น… แต่ก่อนจะฆ่าฉัน ช่วยใส่เสื้อผ้าให้ดีก่อนไหม ตอนนี้เธอห่มผ้าผืนเดียวด่าฉันอยู่ มัน… ดูลำบากใจยังไงไม่รู้"
น้ำหวานอึ้ง ก้มมองตัวเองก่อนจะหน้าแดงระเบิด "ไอ้!! หุบปากไปเลยยยย!"
หมอนใบที่สองลอยเข้าหน้าวิศรุตเต็มรัก
"ฟ้องไปเถอะ แต่ก่อนจะไป ดูนี่หน่อยไหม“เขาชูมือถือขึ้น "ฉันเปิดกล้องอัดเสียงไว้ตอนเธอเริ่มอาการไม่ดี เพื่อเป็นหลักฐานว่าฉันไม่ได้บังคับ และเพื่อป้องกันตัวจากปากของเธอนี่แหละ"
เสียงน้ำหวานในคลิปดังขึ้นเบา ๆ “ช่วยฉัน… อย่าทิ้งฉันนะ…”
”พี่..รุตขาช่วยหวานด้วย“
น้ำหวานหน้าชา มือสั่น "ลบเลยนะ! ลบเดี๋ยวนี้!"
วิศรุต ยักคิ้ว”ถ้าฉันเลวจริง ฉันไม่เปิดให้ดูหรอก คลิปนี้มีแค่ตอนเธออนุญาต ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น"
น้ำหวานกัดฟันกรอด "คุณใช้คลิปขู่ฉันเหรอ!"
"เปล่า ฉันแค่จะบอกว่าฉัน ควบคุมตัวเองได้ดีกว่าที่เธอคิด ในขณะที่เธอน่ะ… เอะอะก็จะฆ่าฉันท่าเดียว"
น้ำหวานเถียงไม่ออก ได้แต่ฟาดหมอนปิดท้าย "ก็คุณมันน่าโดน! ไอ้หมาแก่! ออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
วิศรุตหัวเราะในลำคอ ยอมถอยเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้น้ำหวานนั่งหน้าแดงก่ำ สับสนระหว่างความโกรธกับความเขินที่ตีกันนัวเนียในอก
เมื่อเขากลับออกมา “ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวพาไปส่งที่บ้าน”
น้ำหวานจ้องเขาเขม็ง“ไม่..ฉันจะกลับเอง”
“กลับเองก็ได้ ฉันจะได้เอาคลิปนี้ไปให้ คุณอัธ พ่อเธอดู”วิศรุตพูดหน้าตาเฉย
“อย่านะ..ไอ้หมาบ้า”ว่าแล้วก้อรีบเอาผ้าพันตัวเข้าห้องน้ำไป
ในขณะที่น้ำหวานเดินหน้าบึ้งออกจากห้องน้ำ และต้องจำใจขึ้นรถไปกับเขา... วิศรุตที่กำลังขับรถอยู่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก
"น้ำหวาน... เรื่องเมื่อคืน ฉันดูแลเธอเต็มที่แล้วจริงๆ และฉัน..." เขาเว้นจังหวะนิดนึง "ฉันดีใจนะที่ได้ช่วยเธอ“
น้ำหวานหันหน้าหนีไปทางกระจก"แต่ฉันเสียใจ! จำไว้เลยนะว่านี่คือความผิดพลาดที่ฉันจะลืมมันให้หมด!"
"ลืมให้ลงแล้วกัน... เพราะตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาแน่ ยัยแมวเปรี้ยว"
“พี่รุตขาแวะซื้อยาให้หวานหน่อย”
บิ๊กไบค์คันดุค่อยๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้เขตหมู่บ้านหรู แต่วิศรุตกลับเลี้ยวรถเข้าจอดหน้าเพิงร้านขายยาขนาดใหญ่แทน
วิศรุต: "ลงไปสิ... หรือจะให้ฉันเดินไปบอกเภสัชกรเองว่า 'ขอซื้อยาคุมฉุกเฉินให้เมีย' เขาจะได้จัดให้ถูกชุด"
น้ำหวานหน้าแดงจัด พยายามทำใจดีสู้เสือ"พูดบ้าอะไรของคุณ! ฉันไปเองได้!"
น้ำหวานเดินหน้าบึ้งกึ่งวิ่งเข้าไปในร้านยาเพียงไม่นาน เธอก็เดินออกมาพร้อมถุงเล็กๆ ในมือ ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนทำความผิดมา เมื่อกลับมาซ้อนท้ายบิ๊กไบค์อีกครั้ง ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งจนน้ำหวานเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น
น้ำหวาน: "ขอบคุณ... ที่แวะให้" เธอพูดพึมพำเบาๆ
"หึ... เมื่อกี้เรียก พี่รุตขา ตอนนี้กลับมาทำเสียงแข็งใส่อีกแล้วเหรอ ยัยแมวสองหน้า"
"นั่นมัน... ฉันแค่ประชด! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้หมาแก่!"
วิศรุตไม่ได้โต้กลับ แต่เขาขยับยิ้มกว้างภายใต้หมวกกันน็อก มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือเล็กของน้ำหวานที่กอดเอวเขาไว้บีบเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
"กินยาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ... ฉันไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไปก่อนที่ฉันจะได้ เอาคืน เรื่องที่เธอด่าฉันว่าหมาแก่ทั้งคืน"
"ไอ้... ไอ้คนนิสัยไม่ดี!"
บิ๊กไบค์เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตบ้านวรโชติเมธา น้ำหวานใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความกลัวว่า คุณอัธ หรือ แม่วิมาลา จะเห็นเธอลงจากรถผู้ชายแปลกหน้าในสภาพเสื้อผ้าชุดเดิมจากเมื่อคืน
น้ำหวานค่อย ๆ ย่องเข้าบ้านด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเห็นว่ารถของคุณอัธกับแม่ไม่อยู่เธอก็ลอบถอนหายใจยาว พุ่งตัวขึ้นบันไดผ่านหน้าห้องครัวที่แม่บ้านกำลังยุ่งอยู่กับงานบ้านได้อย่างหวุดหวิด
ทันทีที่ถึงห้องนอน น้ำหวานล็อคประตูแน่นหนาแล้วทิ้งตัวลงหน้ากระจกเครื่องแป้ง มือเรียวเล็กสั่นน้อย ๆ ขณะค่อย ๆ เลื่อนปกคอเสื้อเดรสสีเงินออก
"ไอ้หมาบ้า! ไอ้หมาแก่โรคจิต!" น้ำหวานอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นรอยสีกุหลาบเข้มจาง ๆ กระจายอยู่ตรงซอกคอและเนินอกขาวผ่อง รอยที่วิศรุตฝากไว้มันชัดเจนจนฟ้องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้อย่างดีเยี่ยม
‘ตายล่ะวันจันทร์ต้องทำงาน
เธอรีบพุ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า รื้อหาชุดที่จะพอปกปิดความผิดครั้งนี้ได้ จนไปสะดุดกับ เสื้อเชิ้ตคอตั้งและ 'เสื้อคอเต่าแขนกุด' หลายตัวที่เธอเคยซื้อมาแต่ไม่ค่อยได้ใส่
น้ำหวานมองกระจกอย่างคาดโทษ"ฝากไว้ก่อนเถอะวิศรุต... ถ้าเจอหน้ากันอีกครั้ง ฉันจะเอาคืนให้เจ็บกว่านี้ร้อยเท่า!"
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางของวิศรุตดูเงียบเหงากว่าที่เคยเป็น ทั้งที่มันก็เป็นห้องเดิมที่เขาใช้ซุกหัวนอนมานานหลายปี ชายหนุ่มโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรด แสงแดดรำไรของเช้าวันใหม่เริ่มลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในกายของเขาลดลงเลย
เขาสลัดเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาตอนนี้ถูกกลบด้วยกลิ่นบางอย่างที่ละมุนกว่า... กลิ่นของน้ำหวาน
วิศรุตหลับตาลง ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ราวกับหนังที่ฉายซ้ำ
‘ฉิบหายแล้ว...’ เขาพึมพำกับตัวเองในความมืดขณะที่ปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวไหลผ่านร่างกาย ‘กลิ่นตัวยัยเด็กนี่ทำไมมันหอมแบบนี้วะ? กลิ่นสบู่ผสมกับไอความร้อนจากตัวเธอ มันทำลายสติฉันยิ่งกว่าเหล้าทั้งถังที่เคยกระดกมาทั้งชีวิตเสียอีก’
เสียงอ้อนวอนแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหูยังคงหลอนประสาทเขาไม่เลิก "ช่วยฉัน... ได้ไหม..."
วิศรุตกดฟันกรามจนเป็นสันนูน แขนแข็งแรงยันผนังห้องน้ำไว้แน่นเพื่อระงับอารมณ์
‘อย่าอ้อน... ขอร้องล่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้น ถ้านี่เป็นเวลาปกติ ฉันคงจับเธอฟัดให้จมเตียงไปนานแล้ว แต่นี่เธอโดนยา... ถ้าฉันทำตอนที่เธอยังประคองสติไม่ได้ ฉันก็เป็นแค่ไอ้แก่ตัณหากลับคนหนึ่งน่ะสิ สติวิศรุต... มึงต้องมีสติ!’
เขายังจำสัมผัสจากมือเล็กๆ ที่ลูบไล้แขนเขาอย่างสะเปะสะปะได้ดี ความนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดเข้ามาอย่างจงใจ หรือไม่จงใจ ก็ช่างมันทำเอาเขาแทบคลั่ง สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวมันคำรามก้องว่าให้ ‘ตะครุบเหยื่อ’ ตรงหน้าซะ
‘ไม่ไหวแล้วว้อย! ถ้ายัยนี่ตื่นมาแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นคนเริ่ม ฉันคงโดนด่าว่าไอ้โรคจิตไปจนตายแน่ๆ ต้องเอาให้ชัด ต้องให้เธอยืนยันด้วยตัวเอง!’
ในหัวเขาตอนนั้นมีแต่ความดิบเถื่อนที่พยายามใช้เหตุผลสะกดเอาไว้ เขาถึงได้กระซิบถามออกไปข้างหูเล็กที่ขึ้นสีจัดนั่น
"น้ำหวาน... ฉันขออนุญาต... แตะเธอได้ไหม?"
พอนึกถึงคำตอบของเธอ วิศรุตที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัวก็เผลอยิ้มมุมปากออกมาอย่างผู้ชนะ
"ได้..."
‘โอเค... เธอพูดเองนะน้ำหวาน คดีนี้ฉันไม่ได้เริ่ม ฉันแค่สนอง... และบอกเลยว่าต่อจากนี้ไป ฉันไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักหายใจแน่!’
วิศรุตลืมตาขึ้นในความสลัวของห้องนอน มุมปากที่เคยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระตุกขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ได้รู้สึกง่วงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... เขากลับรู้สึกเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นอะไรบางอย่างที่มัน ‘อันตราย’ ต่อหัวใจตัวเองเข้าให้แล้ว
