รักในเงาเพชร:ปากร้ายซ่อนรัก(บงกชรัตน์&วิศรุต)The Diamond Shadow series4

134.0K · อัพเดทล่าสุด
ลาเต้หวานมัน
85
บท
201
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อ หมาแก่ปากแซ่บระดับตัวพ่อ ต้องมาฟัดกับ ยัยแมวเปรี้ยววัยขบเผาะที่มีดีมากกว่าความสวย! สำหรับ วิศรุต’เพลย์บอยหนุ่มวัย 26ปี ทายาทอาณาจักรไดมอนด์ คอนสตรัคชั่น ในเครือ ไดมอนกรุป ค่ำคืน One Night Stand กับสาวแปลกหน้าควรจบลงแค่ที่เตียง แต่น้ำหอมกลิ่นเย้ายวนและท่าทางพยศของ บงกชรัตน์ นักศึกษาปี 4 กลับทำให้เสือร้ายเสียอาการถึงขั้น ไปต่อกับใครไม่ได้อีกเลย ทว่าความรักที่เริ่มต้นด้วยแรงอารมณ์ กลับถูกทดสอบด้วยความแค้นและน้ำตา เมื่อเธอต้องเข้ามาทำงานตรวจสอบบัญชีคู่กับเขา จนพบเงื่อนงำการทุจริตที่โยงใยไปถึงคนใกล้ตัว และความลับเรื่องการหายตัวไปของพ่อนางเอกที่ถูกฝังกลบมานานปี ท่ามกลางเอกสารลับและการหักหลัง... คนหนึ่งต้องเลือกระหว่าง กตัญญู กับ ความถูกต้อง ส่วนอีกคนต้องเลือกระหว่าง ความรัก กับ ความจริง "ปากบอกว่าเกลียด แต่ที่เอาตัวเข้าแลกนี่เรียกว่ารักหรือเปล่าคุณวิศรุต?" "ฉันไม่ได้รัก ฉันแค่ยังไม่อยากเห็นแมวเปรี้ยวอย่างเธอเสียใจ ด้วยฝีมือคนในครอบครัวฉันต่างหาก!" เมื่อคนร้ายตัวจริงยังลอยนวล และมรดกเลือดแห่งรัตนเวทต์กำลังจะถูกกระชากหน้ากาก... พวกเขาจะจับมือกันฝ่าเงามืดนี้ไปได้อย่างไร

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันประธานรักแรกพบโรงแรม/มหาลัยโรแมนติก25+คู่นอนคืนเดียวผู้ช่วย

หมาแก่กับแมวเปรี้ยว

น้ำหวาน บงกชรัตน์ วรโชติเมธา

ลูกสาวคนเดียวของ คุณวิมาลา และ คุณอัธ วรโชติเมธา เจ้าของบริษัทวัสดุก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่เป็นซัพพลายเออร์หลักให้กับเครืออนันตไพศาล

วันนี้ควรเป็นแค่วันธรรมดา ๆ สำหรับนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 4 ที่ตั้งใจจะเดินช้อปปิ้งฆ่าเวลาก่อนสอบไฟนอลอย่างสบายใจ แต่เสียงโทรศัพท์ที่แผดดังพร้อมคำเร่งยิก ๆ จากเพื่อนปลายสายว่า “ให้รีบมา เดี๋ยวไม่ทัน!” ทำให้จังหวะชีวิตของเธอเปลี่ยนไป

ตึก ตึก ตึก

เสียงรองเท้าส้นสูงของน้ำหวานสับไปตามพื้นห้างอย่างเร่งรีบ มือหนึ่งถือโทรศัพเช็กข้อความไม่ได้ดูทาง อีกมือกอดถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง

จังหวะที่เธอหักเลี้ยวหัวมุมก็ปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง! ปึ๊ก!

"อุ๊ย!"

ร่างบางเสียหลักกำลังจะหงายหลังล้ม แต่ก่อนที่ก้นจะถึงพื้น มือหนาของ วิศรุต อันตไพศาล ทายาทคนเดียวของ คุณวิชัย อันตไพศาล ยักษ์ใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง... เขาเป็นผู้ชายประเภทที่สูง กว้าง และหล่อเกินเหตุ ก็คว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวด้วยสัญชาตญาณ แรงดึงที่กะทันหันทำให้น้ำหวานถลาเข้าไปซุกอกเขา ใบหน้าของเธอเงยขึ้นมาพอดีกับที่เขาก้มลงมอง... และแล้ว ริมฝีปากของทั้งคู่ก็แตะกันเข้าอย่างจัง!

มันเป็นจังหวะที่โลกหยุดหมุนไปชั่วอึดใจ สัมผัสนุ่มหยุ่นที่ริมฝีปากทำให้ทั้งคู่ตาโตเท่าไข่ห่าน แต่น้ำหวานตั้งสติได้ก่อน เธอรีบสะบัดตัวอย่างแรง

"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!"

"โอเคครับ ปล่อยก็ปล่อย"

สิ้นคำวิศรุตก็แบมือออกทันทีตามคำขอ น้ำหวานที่กำลังขืนตัวอยู่เลยเสียการทรงตัวหงายหลังลงไป "ปึก!" ก้นกระแทกพื้นเข้าอย่างเต็มแรง! ถุงแบรนด์เนมหล่นกระจายเกลื่อนพื้น

"โอ๊ย! เจ็บนะ! นี่คุณ... ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ? เห็นอยู่ว่าฉันยังไม่ทันตั้งตัว!"

วิศรุต ยักไหล่แบบกวนๆ ยิ้มมุมปากสไตล์เพลย์บอย"อ้าว... ก็คุณบอกให้ปล่อย ผมก็ปล่อยแล้วไง ช่วยไม่ได้ครับ"

"ไอ้... ไอ้คนนิสัยเสีย! นอกจากจะเดินไม่ดูทางจนมาชนคนอื่นแล้ว ยังจะใจดำปล่อยให้คนล้มอีก แทนที่จะขอโทษที่มา 'ฉวยโอกาส' จุ๊บฉันเมื่อกี้ แต่นี่อะไร! คุณมันผู้ชายหน้าด้านที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย!"

น้ำหวานพ่นคำด่าออกมาเป็นชุดแบบไม่เปิดโอกาสให้วิศรุตได้แทรกซ้อน จนคนแถวเริ่มหันมามอง เพลย์บอยหนุ่มที่ปกติมีแต่สาวๆ วิ่งเข้าหาถึงกับยืนอึ้งที่โดนยัยตัวเล็กด่ายาวเหยียดเป็นหางว่าวแบบนี้

“ก็เธอนั่นแหละ...” วิศรุตตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิท แต่แฝงความกวนประสาทไว้ในเนื้อเสียง “เดินพุ่งมาเหมือนรถเบรกแตกเองนะ”

น้ำหวานอ้าปากค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เลือดจะขึ้นหน้าจนแก้มแดงเถือกผู้ชายอะไรปากร้ายชะมัด! ฉันรีบจนจะตายอยู่แล้วยังจะมายืนขวางทางอีก!'

“อะไรมาว่าฉันพุ่งชน!? คุณ..คุณเป็นใคร ทำไมปากหมาแบบนี้!”

วิศรุตเลิกคิ้วขึ้นนิดเดียว มุมปากยกยิ้มจาง ๆ เหมือนเพิ่งเจอของเล่นที่ถูกใจเข้าอย่างจัง เขาขยับก้าวเข้าไปหาเธออีกหนึ่งก้าวอย่างคุกคามนิด ๆ จนน้ำหวานต้องผงะถอย

“นอกจากจะซุ่มซ่ามแล้ว ยังหูฝาดอีกนะคุณ...” วิศรุตพูดพลางมองหน้าเธอด้วยสายตาหยามเหยียดขี้เล่น “ผมเพิ่งช่วยชีวิตก้นสวย ๆ ของคุณไม่ให้กระแทกพื้นจนดั้งหักไปเมื่อกี้ แทนที่จะขอบคุณสักคำ กลับมาพ่นไฟใส่คนอื่นเขาแบบนี้... พ่อแม่ไม่เคยสอนเหรอครับว่าเวลา 'จุ๊บ' ผู้ชายก่อนน่ะ เขาต้องทำตัวน่ารัก ๆ ไม่ใช่มาแยกเขี้ยวใส่แบบนี้”

น้ำหวานอ้าปากค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เลือดจะขึ้นหน้าจนแก้มแดงเถือก

“ฉันไม่ได้จุ๊บคุณ! มันเป็นอุบัติเหตุ!” น้ำหวานโพล่งออกมาเสียงดัง

“อุบัติเหตุที่ปากนุ่มดีนะครับ...” วิศรุตสวนกลับทันควัน สายตาจ้องเขม็งไปที่ริมฝีปากบางของเธออย่างเปิดเผย “แต่เสียดาย... นิสัยดุอย่างกับหมาแบบนี้ ผมว่าคุณไปฉีดวัคซีนบ้างก็ดีนะ เผื่อคนอื่นเขาจะเขินได้นานกว่านี้หน่อย”

น้ำหวานกำหมัดแน่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นโบว์ เธอเหลือดอดกับความปากเสียและท่าทางเหนือกว่าของเขาจนแทบจะระเบิด

“หมาแก่ชัด ๆ!”

รอยยิ้มบนหน้าหล่อเหลานั้นชะงักไปเสี้ยววินาที “เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” ในฐานะนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอยที่คุ้นเคยกับสายตาชื่นชมและการอ่อยจากผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่สายตาจิกกัดที่จ้องกลับมาอย่างไม่ยอมคนครั้งนี้ กลับทำให้เขาอยากยิ้มมากกว่าครั้งไหน ๆ

น้ำหวานเชิดหน้า ตอบชัดถ้อยชัดคำอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

“ก็หน้าคุณมันฟ้อง คนประเภทชอบยุ่ง ชอบหาเรื่องหอนใส่ชาวบ้านไปทั่วไง!”

แทนที่จะโกรธ วิศรุตกลับหลุดหัวเราะหึในลำคอ

“งั้นถ้าฉันเป็นหมาแก่...” เขาก้มลงมานิดหนึ่ง ให้ระดับสายตาอยู่ระดับเดียวกับเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “เธอก็คงเป็นแมวเปรี้ยวสินะ เดินแง้ว ๆ มาเหยียบเท้าคนอื่นก่อนแล้วยังปากดี”

“บ้า!!” น้ำหวานหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหที่ทำอะไรเขาไม่ได้ “ฉันไม่คุยกับหมาแก่!”

“เมื่อกี้คุณจุ๊บผม ผมเสียหาย”

“ไอ้บ้า!!ใครเขาจุ๊บคุณ!ไอ้หมาบ้า”

เธอก้มเก็บของด้วยท่าทางหัวเสียสุดขีด ก่อนจะลุกขึ้นเดินกระแทกไหล่สวนเขาไปแบบไม่คิดจะหันกลับมามอง

วิศรุตมองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นจนลับสายตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยังคงค้างอยู่ที่มุมปากทำไมถึงสนใจเธอมากเป็นพิเศษ ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร

“แมวเปรี้ยวจริงๆ ด้วย…” เขาพึมพำเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี

หลังจากน้ำหวานกระแทกไหล่ใส่วิศรุตและจากไปอย่าหัวเสียวิผสรุตที่กำลังจะเดินต่อกลับสะดุดตากับวัตถุพลาสติกแผ่นเล็กๆที่ตกอยู่บนพื้นใกล้กับจุดที่ชนกันเขาก้มลงเก็บมันขึ้นมา มันคือบัตรนักศึกษาบนบัตรปรากฎใบหน้าจิ้มลิ้มในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยผิดกับตัวจริงเมื่อสักครู่

พร้อมชื่อที่ทำให้เขาเผลออ่านออกเสียง

"บงกชรัตน์ วรโชติเมธา" คณะศิลปกรรมศาสตร์

ปี4 “เขามองรูปบนบัตรสลับไปมาตามแผ่นหลังเล็กที่หายลับไปในฝูงชนรอยยิ้มเจ้าเลห์ปรากฎที่มุมปากทันที”ชื่อน้ำหวาน แต่ตัวจริงเปรี้ยวเข็ดฟันเลยนะ“เขาเก็บบัตรนักศึกษาใส่ในกระเป๋าเสื้อสูทอย่าทะนุถนอมแทนที่จะตะโกนเรียกเจ้าของบัตรแต่เขากลับเลือดที่จะเก็บมันไว้เป็นกุญแจสำคัญ

ที่เขาจะได้เจอแมวเปรี้ยวตัวนี้อีกครั้งในแบบที่เธอคาดไม่ถึง

ห้องทำงานประธานบริหาร Diamond Construction

ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ ผนังกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ วิศรุต ในชุดสูทสีเทาเข้มพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวก ๆ กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองแผนผังโครงการก่อสร้างและตัวเลขงบประมาณมหาศาล

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ไม่ทันที่เขาจะอนุญาต ประตูไม้บานยักษ์ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่อบอวลไปทั่วห้อง ซาร่า นางแบบสาวลูกครึ่งชื่อดังในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงเพลิงเดินกรีดกรายเข้ามาด้วยรอยยิ้มมาดมั่น

“รุตคะ... ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า ซาร่าแวะมาหา เพราะกลัวว่าคุณจะลืมว่าคืนนี้เรามีนัดกัน” เธอก้าวเข้าไปหยุดข้างโต๊ะทำงาน พร้อมกับเอามือเรียวไล้ไปตามขอบโต๊ะอย่างยั่วยวน

วิศรุตไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากพิมพ์เขียว “ผมจำไม่ได้ว่ามีนัดกับคุณ... ซาร่า”

“อ๋อ... นัดที่ซาร่าเพิ่งจะทำขึ้นมาเดี๋ยวนี้ไงคะ” เธอก้มลงจนหน้าแทบจะชิดกับเขา “คืนนี้ไปดินเนอร์ที่รูฟท็อปเปิดใหม่กันไหมคะ? ซาร่าจองโต๊ะที่ดีที่สุดไว้แล้ว... สำหรับเราสองคน”

วิศรุตวางปากกาสลักชื่อลงช้า ๆ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง แล้วช้อนสายตาคมกริบขึ้นมองผู้หญิงตรงหน้า สายตาของเขาเย็นชาจนซาร่าถึงกับชะงัก

ขอบคุณที่ชวนครับ แต่ผมไม่ว่าง”

ซาร่าพยายามยิ้มสู้ ”แหม... งานมันไม่หนีไปไหนหรอกค่ะรุต พักบ้างเถอะค่ะ ซาร่าเตรียมชุดมาสวยมากเลยนะ คืนนี้ซาร่าจะตามใจรุตทุกอย่างเลย...”

วิศรุตขยับยิ้มมุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงความเสน่หา

“ผมชอบกินอาหารที่บ้านครับ... และที่สำคัญ ผมกำลังหาข้อมูลของแมว ผมชอบแมว“

ซาร่าขมวดคิ้ว ทำหน้าขยะแขยง"แมวเหรอคะ รุตคุณก็น่าจะรู้ว่าซาร่าไม่ชอบแมวที่สุด! มันทั้งขนร่วง สกปรก แถมยังชอบข่วนคนอื่นไปทั่ว คุณเลี้ยงมันลงได้ยังไงคะ”

วิศรุตที่กำลังจ้องหน้าจอไอแพดซึ่งเปิดค้างอยู่ที่ ประวัตินักศึกษาของน้ำหวาน ตามข้อมูลบนบัตรนักศึกษา เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองซาร่าด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความขบขัน

"นั่นแหละครับเสน่ห์ของมัน... ขนอาจจะดูนุ่มนิ่ม แต่มันข่วนเจ็บกว่าที่คุณคิดเยอะ ที่สำคัญ... มันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้สุ่มสี่สุ่มห้าหรอก ถ้าไม่ใช่คนที่มันเลือกเอง"

เขาวางไอแพดลงบนโต๊ะ หมุนหน้าจอหลบสายตาซาร่าอย่างรวดเร็ว

"รุตคะ! เลิกพูดเรื่องสัตว์ชั้นต่ำพวกนั้นเถอะค่ะ ซาร่าว่าเราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันดีกว่า ซาร่าอุตส่าห์แต่งตัวมาเพื่อคุณเลยนะ"

วิศรุตลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนี้ยบเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าซาร่า เขาไม่ได้มองความสวยของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับดูนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทางเร่งรีบ

"ขอโทษทีนะซาร่า พอดีผมเพิ่งนึกได้ว่าต้องรีบไปหา 'ข้อมูล' เกี่ยวกับแมวตัวนี้เพิ่มหน่อย พอดีมันเป็นพันธุ์หายาก... พันธุ์แมวเปรี้ยว น่ะครับ ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะหนีไปแง้วใส่คนอื่นซะก่อน"

ซาร่ายืนเหวอา"ข้อมูลแมวเนี่ยนะ คุณทิ้งซาร่าเพื่อไปหาข้อมูลแมวเหรอคะรุต!"

"ใช่ครับ... ผมเริ่มรู้สึกว่าอยากเลี้ยงแมวตัวนี้ขึ้นมาจริงๆ ซะแล้วสิ และที่สำคัญ..." เขาชะงักเท้าตรงหน้าประตูแล้วหันกลับมาทิ้งทวน "ถ้าคุณไม่ชอบแมว ก้อคงอยู่กับผมลำบากหน่อยนะ เพราะพักนี้... ผมคิดถึงแต่เรื่องแมวทั้งวันเลย"

วิศรุตเดินออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ทิ้งให้ซาร่ายืนตัวสั่นด้วยความโมโห

วิศรุตสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงกระหึ่ม ในหัวเขามีแต่ภาพใบหน้าสวยๆ ที่บึ้งตึงของน้ำหวานตอนที่เรียกเขาว่า "หมาแก่"

วิศรุตพึมพำใต้หมวกกันน็อก"ยัยแมวเปรี้ยว... ป่านนี้คงสอบเสร็จแล้วมั้ง ไปรอดูหน้าตอนสอบเสร็จหน่อยซิ ว่าจะเปรี้ยวได้แค่ไหน"