ผมจะคืนให้
หน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์บรรยากาศสอบไฟนอลวันแรกเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่ แต่น้ำหวานกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจเหมือนเพื่อนคนอื่น มือเรียวเล็กกำลังรื้อค้นกระเป๋าสะพายอย่างบ้าคลั่งจนข้าวของแทบจะเทกระจาด
“หายไปไหนเนี่ย... เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย” น้ำหวานพึมพำ หน้าเสีย
“มีอะไรยัยหวาน ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก” มะนาว เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางชะโงกหน้ามองกองของในกระเป๋า
“บัตรนักศึกษาฉันหาย! มะนาว มะปราง มิ้น ช่วยฉันหาหน่อย ถ้าไม่มีบัตรฉันจะไปทำเรื่องจบไม่ได้นะ!” น้ำหวานเริ่มลนลาน
มิ้น ที่กำลังเติมลิปสติกชะงักมือ “หา หายตอนไหน วันก่อน แกยังใช้แตะเข้าห้องสอบอยู่เลยนะ”
“ไม่รู้สิ หรือว่า... ตอนที่ชนกับไอ้หมาแก่นั่น!” น้ำหวานเบิกตาโพล้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ห้าง
“หมาแก่ หมาแก่ที่ไหน มะปราง ขมวดคิ้วสงสัย “แกไปฟัดกับใครมาน้ำหวาน“
ไม่ทันที่น้ำหวานจะอ้าปากอธิบาย เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดั่งคำรามของบิ๊กไบค์คันยักษ์สีดำสนิทก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าคณะ แรงลมและเสียงเครื่องยนต์ดึงดูดสายตานักศึกษาแถวนั้นให้หันไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงแก๊งเพื่อนสาวทั้งสี่คนด้วย
ชายหนุ่มในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำรับกับกางเกงยีนส์แบรนด์เนม ค่อยๆ ถอดหมวกกันน็อกเต็มใบออกช้าๆ สะบัดผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยให้เข้าทรง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารทำเอา มิ้น ถึงกับทำลิปสติกหลุดมือ
“โอ้ยย.. หล่อวัวตายควายล้มเลยแก ”มิ้นพึมพำเสียงสั่น
วิศรุตไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง เขาแสยะยิ้มเมื่อเห็นร่างเล็กที่เขากำลังตามหาเดินหน้ามุ่ยเข้ามาหาเขา
“คุณ! มาที่นี่ได้ยังไง!” น้ำหวานแหวใส่ทันที ลืมไปเสียสนิทว่าเพื่อนๆ ยืนตาค้างอยู่ข้างหลัง
วิศรุตไม่ได้ตอบทันที เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต แล้วชูบัตรพลาสติกแผ่นเล็กๆ ขึ้นมาแกว่งไปมาต่อหน้าน้ำหวาน
“เดินซุ่มซ่ามจนทำ หัวใจ หล่นไว้... ผมเลยต้องรีบเอามาคืน” เขาแกล้งเน้นคำว่าหัวใจด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
“หัวใจบ้าอะไร นั่นมันบัตรนักศึกษาฉัน! เอาคืนมานะ!” น้ำหวานพยายามจะคว้าแต่ร่างสูงชูแขนขึ้นสุดตัว ทำให้ยัยตัวเล็กต้องกระโดดแง้วๆ เหมือนแมวพยายามตะครุบของเล่น
“น้ำหวาน... นี่แกไปรู้จักพี่สุดหล่อคนนี้ตอนไหน!” มะนาว พุ่งเข้ามาสมทบทันที สายตาจ้องวิศรุตอย่างสำรวจ
“ไม่รู้จัก! คนนิสัยไม่ดีคนนี้แหละที่ชนฉันที่ห้าง!” น้ำหวานฟ้องเพื่อน
วิศรุตเลิกคิ้ว มองแก๊งเพื่อนของน้ำหวานแล้วโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มมุมปาก “สวัสดีครับสาวๆ ผมวิศรุต... เป็นคนเก็บ ของสำคัญ’ของน้ำหวานได้ พอดีเห็นว่าถ้าไม่มีใบนี้ ยัยแมวเปรี้ยวคงสอบตก เลยรีบแว้นมาคืนให้”
“แมวเปรี้ยว “มะปราง ทวนคำพลางมองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้แดงแปร๊ดไปถึงใบหู “ชื่อเรียกดู... สนิทสนมกันจังเลยนะหวาน”
“สนิทกับผีน่ะสิ! เอาบัตรคืนมานะไอ้หมาแก่!” น้ำหวานแหวใส่เขาอีกรอบ
วิศรุตหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองน้ำหวานนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย... มันมีความเอ็นดูที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวซ่อนอยู่
“หวาน... ฉันต้องไปแล้วนะ เดี๋ยวพี่ธีร์เขามารับ พี่เขาบอกว่าจะแวะซื้อขนมเจ้าอร่อยมาให้กำลังใจหลังสอบด้วย” มิ้น ก้มหน้ามองนาฬิกา ยิ้มเขินอยู่คนเดียว
“ฉันก็ต้องขอตัวเหมือนกันหวาน ป่านนี้พี่หมอศรัณย์คงเลิกเวรแล้ว ถ้าฉันกลับช้าเดี๋ยวจะอดเจอหน้าพี่เขา” มะปราง พูดเสียงเรียบ
“ส่วนฉัน... ถ้าไม่ถึงคอนโดภายใน 15 นาทีนี้ เตี่ยกับม้าเอาตายแน่! ไปก่อนนะมึง!” มะนาว ใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปคนแรกโดยไม่หันมามองสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายเลย
น้ำหวานยืนเอ๋อ “อ้าว... พวกแก! ทิ้งฉันเลยเหรอ!”
วิศรุตหลุดหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาถอดถุงมือหนังออกแล้วมองตามแก๊งเพื่อนของน้ำหวาน
“เพื่อนเธอแต่ละคน... แปลกดีนะ ปกติผู้หญิงเห็นหน้าผมต้องกรีดกรายเข้าหา แต่นี่... เห็นผมเป็นธาตุอากาศเฉยเลย”
“สมน้ำหน้า! อย่าคิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวคุณสิไอ้หมาแก่” น้ำหวานหันมาแหวใส่ “เพื่อนฉันเขามีคนดีๆ ในใจกันหมดแล้ว ไม่ได้ว่างมาบ้าผู้ชายปากเสียอย่างคุณหรอก... เอาบัตรคืนมาได้ยัง!”
วิศรุตมองยัยแมวเปรี้ยวที่ตอนนี้ยืนโดดเดี่ยวไม่มีกองหนุน เขาขยับยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วตบที่เบาะหลังของบิ๊กไบค์
“อยากได้บัตรคืน... ก็ขึ้นมา”
“ไม่ขึ้น! ใครจะกล้าซ้อนท้ายหมาบ้าอย่างคุณ”
“ไม่ขึ้นก็ตามใจนะ... แต่บัตรใบนี้ผมเห็นว่ามีที่อยู่บ้านเธอด้วยนี่นา ถ้าไม่อยากให้ผมแว้นไปส่งบัตรให้ คุณอัธ พ่อของเธอถึงหน้าบ้าน พร้อมเล่าเรื่องที่เรา…นัว กันที่ห้าง... ก็ลองดู”
“นี่คุณขู่ฉันเหรอ!” น้ำหวานหน้าแดงก่ำ
“เขาเรียกว่า... ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก” วิศรุตยื่นหมวกกันน็อกสำรองสีชมพูแปร๊ด ที่เขาเพิ่งแวะซื้อมาสดๆ ร้อนๆ ส่งให้เธอ “จะขึ้นมาดีๆ หรือจะให้ผมอุ้มขึ้น“
น้ำหวานมองหมวกกันน็อกสีชมพูสลับกับใบหน้ากวนประสาทของเขาอย่างแค้นเคือง สุดท้ายเธอก็กระชากหมวกมาสวมอย่างเสียไม่ได้
“ไปแค่ปากซอยนะ! ถ้าพาฉันออกนอกเส้นทาง ฉันจะข่วนหน้าคุณให้ยับเลยคอยดู!”
“หึ... ขนพองเชียวนะแมวเปรี้ยว เกาะแน่นๆ ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหมาแก่ไม่เตือน!”
สิ้นเสียงเข้ม วิศรุตก็บิดคันเร่งจนบิ๊กไบค์พุ่งทะยานออกไป น้ำหวานเผลอตัวกอดเอวหนาของเขาแน่นด้วยความตกใจ... และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวใจของยัยแมวเปรี้ยวเริ่มเต้นแรงในจังหวะที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
วิศรุตไม่ได้ขับไปทางบ้านของเธอ แต่เขากลับเลี้ยวเข้าไปในซอยที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ชิคๆ ใกล้ๆ มหาวิทยาลัย เขาจอดรถกะทันหันจนน้ำหวานหน้าเกือบกระแทกหลังเขา
"ลงมาได้แล้ว" วิศรุตสั่งเสียงเรียบ
น้ำหวานรีบถอดหมวกกันน็อกส่งคืน "บัตรฉันล่ะ! เอาคืนมาได้แล้วคุณวิศรุต ฉันมีสอบอีกสี่วิชานะ ไม่มีบัตรฉันเข้าห้องสอบไม่ได้"
วิศรุตไม่คืน แต่กลับเดินนำเข้าไปในร้านอาหาร "กินข้าวเป็นเพื่อนผมก่อน แล้วผมจะคืนให้"
"นี่คุณ! ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ"
"แค่ชั่วโมงเดียว... หรือจะรอให้ผมเปลี่ยนใจขับไปบ้านวรโชติเมธาตอนนี้เลย" เขาเลิกคิ้วท้าทาย
วิศรุตพาน้ำหวานมาที่ร้านอาหารกึ่งบาร์หรูริมน้ำ ร้านนี้บรรยากาศดีมากจนน้ำหวานอดจะค่อนแคะไม่ได้"พามาที่แบบนี้... กะจะเช็กเรตติ้งตัวเองเหรอคะ หรือจะอวดสาว ๆ ในสต็อกว่าวันนี้เปลี่ยนเมนูมาเป็นเด็กมหา’ลัย“
วิศรุตดึงเก้าอี้ให้น้ำหวานด้วยท่าทางสุภาพ "เปล่า... ผมแค่คิดว่าแมวเปรี้ยวอย่างเธอน่าจะชอบอะไรที่มัน แพง' เหมือนนิสัยชอบใช้ของแบรนด์เนมที่ห้างวันนั้นไง"
น้ำหวานถลึงตาใส่ "นั่นมันเงินพ่อฉัน! ...เอ่อ เงินครอบครัวฉัน ฉันไม่ได้ขอคุณซื้อสักหน่อย เอาบัตรคืนมาได้ยัง!"
"สั่งอาหารก่อนสิ ถ้าผมอิ่ม... อารมณ์ดี ผมอาจจะคืนให้ง่าย ๆ"
น้ำหวานแค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอคว้าเมนูมาเปิดกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว แล้วหันไปสั่งบริกรด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"เอาส้มตำปูปลาร้าขอพริก 20 เม็ด! แกงป่าเนื้อสับแบบเผ็ดนรกแตก แล้วก็กุ้งแช่น้ำปลาขอพริกซอยท่วม ๆ เลยนะคะ"
วิศรุตชะงักไปนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะถึงกับหยุดกึก เขาเป็นพวกกินเผ็ดได้แค่ระดับอนุบาล "นี่เธอ... สั่งมาประชดผมเหรอ?"
น้ำหวานยิ้มหวานสมชื่อแต่ตาเป็นประกายสะใจ"อ้าว... คุณบอกเองนี่คะว่าพาฉันมาเลี้ยง ขอบคุณนะคะที่รู้ใจว่าฉันชอบของแซ่บ ๆ หวังว่าหมาแก่... เอ้ย นักธุรกิจใหญ่ระดับเครืออนันตไพศาล จะไม่ กระจอก ถึงขั้นกินพริกไม่กี่เม็ดไม่ได้นะคะ"
วิศรุตกัดฟันกรอด เขารู้ทันทีว่ายัยเด็กนี่กำลังเอาคืน "หึ... พริกแค่ไม่กี่เม็ดมันทำอะไรผมไม่ได้หรอกน้ำหวาน"
ผ่านไป 15 นาที วิศรุตหน้าแดงก่ำ เหงื่อซึมตามไรผม เขาต้องดื่มน้ำตามแทบจะทุกคำที่ตักเข้าปาก ส่วนน้ำหวานนั่งตักส้มตำเคี้ยวตุ่ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อยพร้อมมองดูอาการ หมาแก่สำลักพริกด้วยความสะใจ
วิศรุตเสียงแหบเพราะเผ็ด"สะใจเธอแล้วใช่ไหม”
"มากค่ะ! เห็นคุณทำหน้าเหมือนจะพ่นไฟได้เนี่ย เป็นภาพที่คุ้มค่ากับการนั่งบิ๊กไบค์หน้าสั่นมาที่นี่จริง ๆ"
แต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของน้ำหวาน วิศรุตกลับจ้องมองเธอด้วยสายตาที่แปลกไป... เขาเห็นความสดใส ความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ได้ปั้นแต่งเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอ หัวใจที่เคยปิดตายเพราะปมในอดีตมันเริ่มขยับไหว
"น้ำหวาน... ถามจริง ๆ เถอะ ทำไมเธอถึงชอบหาเรื่องผมนัก“
น้ำหวานชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาสดใสวูบไหวลงเล็กน้อย "คุณก็เริ่มก่อนตลอดนี่... และอีกอย่าง ฉันไม่ชอบพวกผู้ชายที่คิดว่ามีเงินแล้วจะสั่งใครก็ได้ หรือคิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องสยบแทบเท้า"
วิศรุตเงียบไป เขาเริ่มมองเห็น กำแพง บางอย่างในใจของเธอ
