ตอนที่7 มลายหายไป
หมับ!
ร่างสูงที่นั่งจับมือเธออยู่ตลอดรั้งหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น คำพูดนี้ก็เหมือนพังทุกความสงสัยในใจของล่าคลื่นได้หมดสิ้น เหตุการณ์วันนั้นมันย่อมไม่มีใครรู้นอกจากเขาและเธอ
แม้การสัมผัสที่คุ้นเคยจะไม่เคยคุ้นไปบ้าง อ้อมกอดที่เคยผ่ายผอมกว่านี้แต่ตอนนี้ดูนุ่มเนื้อกว่าเดิมนิดหน่อย
แม้น้ำเสียงจะมีบางเวลาที่แปล่งหูไปเล็กน้อย เพราะเดิมเป็นคนมั่นใจในตัวเอง พูดเสียงดังฟังชัด พูดจาฉะฉาน น้ำเสียงมีความเอาแต่ใจตามประสาของเธอ
ความใจเย็นที่เป็นทั้งที่ปกติคนรักเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองจนค่อนข้างใจร้อน แต่ตอนนี้เธอกลับดูแลเอาใจใส่อย่างดีทั้งที่ปกติตอนคบกันเป็นเขาที่มักจะดูแลเธอมากกว่าทั้งในฐานะคนรัก ผู้ชาย และอายุมากกว่า
และแม้ขนาดนิ้วที่ไม่พอดีกับแหวนอย่างที่ควร แต่ก็คงเป็นอย่างที่เธอพูดบอกทุกอย่าง
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ผู้หญิงตรงหน้าคือผู้หญิงที่เขารักจริงๆ
ความคลางแคลงใจหลายอย่างมันมลายหายไปหมดแล้ว
“พี่รักพิมนะ สุดที่รักของพี่” กระชับกอดเธอไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาจากความตื้นตันที่สุดท้ายแล้วเธอก็อยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ
“.....” เข็มขาวทำได้เพียงกอดตอบเขาไป ลูบแผ่นหลังกว้างให้กำลังใจไม่ได้พูดอะไรมาก
“ขอโทษที่เคยระแวงและสงสัยในตัวพิม แล้วก็ขอโทษที่บางครั้งพี่อารมณ์เสียหงุดหงิดใส่พิม”
“พิมเข้าใจค่ะ ถึงพิมอยากให้พี่คลื่นใจเย็น แต่ถ้าพี่คลื่นคิดหรือรู้สึกยังไงก็แสดงออกมาได้เลยนะคะ” ดีกว่าให้เขาทนเก็บมันไว้ใจอกด้วยตัวเอง เพราะแค่ความเครียดเดียวก็คงยากแบกรับแล้ว ถ้าเขาต้องฝืนกลั้นทุกอย่างไว้ มันคงไม่ใช่เรื่องดี
และเธอก็ขอโทษที่ต้องหลอกให้ความหวังเขา ยิ่งเขาดีใจและมีหวังมันเป็นเรื่องดี แต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะตระหนักถึงความจริงไม่ได้
“พิมอย่าทิ้งพี่ไปไหนเลยนะ อย่าไปจากพี่เลย” คำอ้อนวอนที่ฟังดูอ่อนแอแตกต่างจากรูปร่างสูงใหญ่ของเขา ทำให้เขาดูเหลือตัวเล็กนิดเดียวจนน่าสงสาร
“ไม่ทิ้งค่ะ ไม่ทิ้งแน่นอน” ยืนยันเสียงหนักแน่น แม้ความเป็นจริงเธอไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้เลยก็ตาม
“พิมจะไม่ทิ้งพี่จริงๆ ใช่ไหม” อาจจะเห็นแก่ตัวกับคำถามนี้ แต่เป็นใครก็กลัวถูกทิ้ง ยิ่งถูกทิ้งในวันที่บางอย่างเปลี่ยนไป เขายิ่งอยากเห็นแก่ตัวกักขังหน่วงรั้งเธอไว้กับตัวเอง
“ไม่ค่ะ พิมไม่ทิ้งพี่คลื่นไปไหน” จนกว่าเขาจะกลับมาหายดีได้ในสักวัน
“พี่รู้ว่ามันอาจจะเห็นแก่ตัว แต่พี่ไม่อยากให้พิมทิ้งพี่ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพิม” ผละออกพยายามจะจับจ้องดวงหน้าสวยของเธอทั้งที่รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่สีหน้าของเขาก็สะท้อนความเศร้าออกมาในคำพูดจนคนเห็นอดเจ็บในอกไม่ได้
ความอ่อนไหวในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของคนเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี
“ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผู้หญิงคนนี้จะอยู่ข้างๆ พี่คลื่นจนกว่าพี่จะไม่ต้องการค่ะ”
“พี่ไม่มีวันไม่ต้องการพิม” ยืนยันหนักแน่น
แต่แค่นี้ก็ชัดแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ตรงหน้าเขา มีเวลาอยู่กับเขาแค่จำกัด
“ค่ะ” แต่ก็ยิ้มขมให้กับเขาที่มองไม่เห็น รักษาสัญญากลับไปให้เขาสบายใจ
“พี่รักพิมนะ รักมากจริงๆ” ร่างสูงดึงคนรักเข้าไปสวมกอดอีกครั้ง พร่ำบอกรักไม่เคยเบื่อ
ยิ่งในเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตแต่เธอไม่ทิ้งเขา ยิ่งทำให้เขารักและอยากถนอมเธอไว้อย่างถึงที่สุด
“พิม... ก็รักพี่คลื่นค่ะ” กระชับกอดร่างสูงแกร่ง
หลับตาสวมบทบาทให้เป็นผู้หญิงอีกคนอย่างไม่รู้สึกอะไร บอกรักเขากลับไปด้วยหัวใจดวงน้อยที่แสนจะเจ็บปวด
กำลังใจของล่าคลื่นมีเพิ่มมากขึ้นเมื่อความคลางแคลงใจต่างๆ ได้หมดสิ้นไป เขาพยายามอย่างมากกับการปรับตัวปรับความรู้สึก แต่ก็รู้ว่ามันยังไม่ได้ดีพอที่จะทำให้ตัวเองยอมรับความจริง
แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวคนรักก็ไม่เคยทอดทิ้งเขาอย่างที่พูด
“ตรงนี้ที่นอนพี่คลื่นใช่ไหมคะ ลุกแล้วนั่งขอบเตียงค่ะ” เสียงใสเฝ้าบอกอยู่ไม่ห่าง ยืนมองเขาโดยไม่ได้จับสัมผัส
ล่าคลื่นทำตามที่เธอสอนอย่างดีและว่าง่าย
“คราวนี้ก็ลุกขึ้นยืนค่ะ...”
“ก้าวปกติเลยนะคะ แล้วนับก้าวค่ะ” เธอบอกเขาอย่างใจเย็น แม้จะสอนให้เขาช่วยเหลือตัวเองแบบที่เขาต้องการ แต่เธอก็อยู่ใกล้ไม่เคยห่าง
ล่าคลื่นนับทุกย่างก้าวของตัวเองไปเรื่อยๆ ตามที่คนรักได้บอก จนกระทั่งถึงก้าวที่สิบเอ็ด
“ตอนนี้พี่คลื่นอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้วค่ะ ลองยื่นมือไปสิคะ จะมีประตูอยู่ตรงหน้า” เธอบอกให้เขาเรียนรู้ทุกอย่างภายในห้อง กี่ก้าวจากเตียงถึงจุดไหน กี่ก้าวจากจุดนี้ไปทางนั้นจะถึงอะไร
แขนแกร่งยกขึ้น ก่อนฝ่ามือจะสัมผัสประตูห้องน้ำ เขาจำได้ว่าต้องเลื่อนออกทางซ้ายมือตัวเองจึงคลำประตูแล้วเลื่อนมัน
“เดินเข้าข้างหน้าแล้วนับก้าวเหมือนเดิมค่ะ”
ล่าคลื่นทำตามเช่นเคย นับไปจนได้สี่ก้าวเธอก็บอกให้เขาหยุด
“ทีนี้ก็หันซ้ายมือ ขยับเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พี่คลื่นก็จะถึงอ่างล้างหน้าแล้วค่ะ”
เขาทำตาม ยกมือไปก่อนจะสัมผัสท๊อปเห็น เลื่อนขึ้นไปก็จะเป็นอ่างล้างหน้า
“ซ้ายมือจะเป็นแปรงสีฟันกับยาสีฟัน ส่วนขวามือจะเป็นโฟมล้างหน้าค่ะ” เพราะมันเป็นหลอดเหมือนกัน เธอจึงแยกฝั่งอย่างชัดเจนให้เขาไม่หยิบสลับ วางไว้หนึ่งเอื้อมมือถึงพอดี
มือใหญ่ยื่นไปอย่างไม่รีบร้อนแต่ก็ชนเข้ากับแปรงสีฟันที่วางอยู่ในแก้วเกือบล้ม
“พิมจะบีบยาสีฟันไว้ให้ทุกครั้งนะคะ” เธอเดินมากุมมือเขา แล้วยื่นไปสัมผัสกับแปรงสีฟัน ให้รับรู้ถึงระยะยืดมือโดยประมาณ
“.....”
“ส่วนทางไปใต้ฝักบัวก็ตามที่พี่คลื่นเคยทำเลยค่ะ เกาะท๊อปหินไปทางขวามือถึงผนัง แล้วก็เดินตรงตามผนังต่อไปก็ถึง” เธอบอกระหว่างจูงมือข้างหนึ่งไปตามทาง ให้อีกข้างของเขาเกาะด้านข้าง พร้อมกับให้เขานับก้าวไปด้วย
ทุกอย่างเธอสอนเขาอย่างใจเย็น สิ่งของที่จำเป็นต้องหยิบใช้ก็ถูกวางไว้เป็นแถวใกล้กันแต่ไม่ติดกันเกินไป ให้เขาสามารถกดใช้ได้อย่างสะดวกในเวลาที่อยากจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
“ขอบคุณนะที่อยู่ข้างๆ พี่” เขาซาบซึ้งใจเหลือเกินที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือทำเหมือนเขาเป็นภาระเลย
สอนเขาทุกอย่าง บอกเล่าถึงสิ่งต่างๆ ภายในห้อง ให้เขาเดินนับก้าวจนมองภาพออกว่าอะไรอยู่ตรงไหน สิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำเพราะอารมณ์ที่ยากปรับ และไม่เอาใครสักคนให้เข้าใกล้
“ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ พิมจะอยู่คอยบอกพี่คลื่นข้างๆ ไม่ไปไหนค่ะ”
