บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 คนรักของเขา

ภายในห้องนอนยามค่ำมีแสงไฟสีอุ่นเปิดไว้ พร้อมกับเสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมไม่ให้เงียบเกินไป เป็นสิ่งที่อย่างน้อยก็ไม่ตอกย้ำร่างสูงที่ไม่สามารถดูทีวีได้

เดือนกว่าแล้วนับตั้งแต่เข็มขาวสวมรอยเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนรักของล่าคลื่น เป็นระยะเวลาเดือนกว่าที่เข็มขาวดูแลล่าคลื่นอย่างดี แม้เขาจะมีบ้างที่เผลออารมณ์ฉุนเฉียว แต่เข็มขาวก็ใช้ความใจเย็นเข้าปลอบประโลมดึงเขากลับมาให้สงบลง

“เมื่อก่อนพิมใจร้อนกว่าพี่อีกนะ” ล่าคลื่นพูดออกมาตามที่เป็น

แฟนสาวของเขาไม่ใช่คนหัวรุนแรงและเด็ดขาดหากเทียบกับเขา แต่เพราะความงอแงเอาแต่ใจของเธอเลยทำให้เธอดูใจร้อนง่ายและใจร้อนบ่อย เขาที่เป็นพี่ก็มักจะเป็นฝ่ายปลอบเธอให้เย็นลง

ต่างจากที่ผ่านมา

“พิมรู้ค่ะ” ทำไมจะไม่รู้ว่านิสัยเจ้าของชื่อที่เป็นลูกคุณหนูถูกตามใจจะเป็นแบบไหน

เธอก็พยายามทำให้เนียนที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่บางเวลาที่เผลอเป็นตัวของตัวเองก็ทำให้เขาจับไต๋ได้ง่ายๆ

“อุบัติเหตุครั้งนั้นมันเป็นนาทีชีวิตเลยนะคะ มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน...”

“เพราะแบบนั้นพิมก็แค่อยากเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม อะไรไม่เคยทำก็อยากทำ อะไรทำแล้วดีก็อยากทำให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอยู่กับคนที่รัก” จุดนี้เธอพูดมันด้วยตัวเอง มันสมเหตุสมผลไม่น้อยที่จะยกเรื่องครั้งนั้นมาเป็นบทเรียน

“นั่นสินะ ทั้งที่ตอนนั้นเรายังรักและได้มองหน้ากันอยู่ดีๆ แต่ตอนนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่พี่กลับเห็นหน้าพิมไม่ได้” คำพูดของเธอตอกย้ำความจริงจนเขาไร้ข้อโต้แย้ง

ความจริงก็เป็นอย่างที่เขาเป็นอยู่จริงๆ

“พี่ขอโทษนะ ที่ตอนนั้นประมาทจนทำให้พิมต้องเจ็บตัว ทำให้งานแต่งของเราต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด” ความรู้สึกผิดยังคงมีอยู่ในอกไม่จางหาย

แม้กำหนดแต่งงานเดิมจะยังไม่ถึง แต่เขาก็รู้ดีว่าเวลาแค่ไม่กี่เดือนเขาก็คงมองไม่เห็นทัน และไม่ได้เดินเข้าประตูวิวาห์กับเธอเร็วๆ นี้

“มันไม่ใช่ความผิดของพี่คลื่นค่ะ ไม่มีใครอยากให้อุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้น” กุมมือใหญ่แล้วปลอบประโลมเขาไม่ให้โทษตัวเองอย่างที่ทำบ่อยๆ น้ำตาไหลตั้งแต่วันแรกที่เธอมากับความรู้สึกผิดและคิดถึง

“แล้วอาการบาดเจ็บของพิมหายดีทุกอย่างแล้วใช่ไหม ไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่เกิดขึ้นจริงๆ ใช่หรือเปล่า” ความห่วงหาอาทรไม่เคยจางหาย กลัวเหลือเกินว่าเธอจะโกหกอะไรเขาเพื่อไม่ให้เขารู้สึกผิด

“.....” คนถูกถามอย่างเข็มขาวถึงกับเงียบ มองสบตากับดวงตาคมตรงหน้าจนกระบอกตาเธอร้อนผ่าว

เขาจะรู้บ้างไหมว่าผู้หญิงคนรักของเขา...

“พิมไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ วันนั้นพิมแค่เจ็บหน้าอก ช้ำในเล็กน้อย แล้วที่เหลือก็เป็นแผลภายนอกที่รักษาหายดี ไม่มีผลข้างเคียงแม้แต่อย่างเดียว” ควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นเครือจากการโกหกคนตรงหน้า

สงสาร เห็นใจ รู้สึกผิด ทุกอย่างกัดกินใจของเธอจนอยากจะร้องไห้ แต่ยิ่งเห็นสภาพเขาก็ยิ่งอยากทำให้ดีที่สุด อยากให้เขามีกำลังใจและยอมรับความจริงกับเรื่องของตัวเองได้อย่างดี

แล้วถึงวันนั้นเธออาจจะเป็นฝ่ายบอกความจริงกับเขาเอง

“พิมเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียงแล้วหยิบกล่องสีแดงมาให้พี่หน่อย”

“ค่ะ” เข็มขาวทำตามที่เขาบอก ลุกจากเตียงไปหยิบกล่องที่เขาต้องการ มองด้วยตาก็รู้ว่าคงไม่พ้นแหวน

มือใหญ่รับไปก่อนจะคลำเปิด แล้วคลำหยิบแหวนเพชรเม็ดงามในนั้นออกมา

“.....” เข็มขาวเม้มปากแน่นพอจะเข้าใจว่าเขาต้องการทำอะไร

“แหวนวงนี้พี่สั่งทำจะใช้ในงานแต่งของเรา แต่พี่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะถึงวันนั้นตอนไหน...”

“แต่พี่อยากสวมมันให้พิม อยากให้ภรรยาของพี่แม้ยังไม่มีพิธีวิวาห์” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม แม้สายตาไม่ได้จดจ้องเธอได้จากการมองไม่เห็น แต่ใบหน้าเขาก็มักหันไปในทิศทางที่เธออยู่ตลอด

“.....” เข็มขาวมองใบหน้าหล่อของผู้ชายที่มีรักบริสุทธิ์และรักสุดใจ กระบอกตาร้อนอิจฉาผู้หญิงที่ได้รับความรักจากเขา

“ยื่นมือมาสิพิม” ฝ่ามือใหญ่อีกข้างแบออกรอประคองฝ่ามือเล็กของเธอ

“ค่ะ” เข็มขาวปรับลมหายใจไม่ให้ตัวเองเผลออ่อนไหวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา ยื่นมือข้างซ้ายไปวางลงฝ่ามือใหญ่

นิ้วเรียวยาวแบบฉบับผู้ชายไล่สัมผัสแผ่วเบาจนนับเจอนิ้วนางข้างซ้าย ก่อนมือที่ถือแหวนจะสวมใส่มันลงไปอย่างทะนุถนอม

“แน่นเหรอ?” หัวคิ้วเข้มเผลอขมวดกับไซซ์แหวนที่คิดว่าจะพอดีไม่หลวมไม่แน่น

“นิดหน่อยค่ะ ตอนพิมบาดเจ็บคุณแม่บำรุงยาเต็มไปหมด น้ำหนักขึ้นมาเกือบห้ากิโลแหน่ะ” ผงะไปเล็กน้อยกับอะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง รีบปั้นคำโกหกออกไปไม่ให้เขาสงสัยว่าเธอไม่ใช่เจ้าของแหวนตัวจริง

“งั้นเหรอ” ตอบรับเสียงเรียบยากจะให้ใครคาดเดา

“.....” เข็มขาวมองหน้าเขาอย่างลุ้นระทึกว่าเขาจะเชื่อหรือไม่

“ไว้พี่พาไปเปลี่ยนไซซ์นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แน่นเนื้อแค่นิดเดียว รอพิมผอมลงก็พอดีแล้ว”

“แต่พี่ไม่อยากให้พิมผอมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พี่ชอบแบบนี้” กอดเธอรู้สึกนุ่มนิ่มกว่าเมื่อก่อน แม้จะตัวเล็กแต่ดูเจ้าเนื้อต่างจากเมื่อก่อนที่เธอชอบผอมเพรียวไม่ให้มีเนื้อหรือส่วนเกิน

“ก็ได้ค่ะ พี่คลื่นชอบแบบไหนพิมก็จะเป็นแบบนั้น” ตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานแม้เขาจะมองไม่เห็นก็ตาม

แต่หากเขามองเห็นเธอก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน

“พิมจำได้ไหม ว่าเราทะเลาะกันแรงที่สุดตอนไหนเรื่องอะไร” แล้วอยู่ๆ เขาก็ถามถึงเหตุการณ์หนึ่งในอดีตขึ้น

“จำได้ค่ะ”

“.....” เขาเงียบรอฟังเธอพูดอย่างตั้งใจ

“ตอนนั้นพิมไปทะเลกับเพื่อน แต่ดันเจอแฟนเก่าที่นั่นอย่างบังเอิญ...”

“แล้วไม่รู้ใครหวังดีประสงค์ร้ายส่งรูปไปให้พี่คลื่นจนพี่เข้าใจผิดตามมาถึงที่” พูดพร้อมกับมองสีหน้าเขาไม่ละไปไหน

“.....”

“ตอนนั้นเราทะเลาะกันหนักมาก พี่คลื่นไม่เชื่อใจพิม คิดว่าพิมยังอาลัยแฟนเก่าอยู่...”

“พิมทั้งผิดหวังและเสียใจ บอกเลิกพี่คลื่นไปทั้งน้ำตา แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนให้กับคนที่ยอมคุกเข่ากลางหาดยามดึกเพื่อขอโทษพิม”

“.....” ล่าคลื่นฟังโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ทุกอย่างที่เธอพูดมันไม่ได้ผิดไปจากความจริง

คนคบกันมีเรื่องให้ทะเลาะกันนับไม่ถ้วน ไม่เข้าใจมีปัญหากันจนแทบจำไม่ได้ แต่เขากับเธอรู้ดีแก่ใจว่าเรื่องที่ทะเลาะกันรุนแรงที่สุด หนักที่สุดถึงขั้นมีคำว่าเลิกก็คือเรื่องนี้

“ตั้งแต่วันนั้นพี่คลื่นก็สัญญาแล้วว่าจะฟังก่อนโมโห จะไม่ตัดสินด้วยอารมณ์...”

“ที่ผ่านมา เราก็เลยทะเลาะกันแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาแฟน ไม่เคยทะเลาะกันใหญ่โตอีกเลย” ยังคงมองหน้าเขาที่อ่านไม่ออก

“.....”

“และยิ่งผ่านอุบัติเหตุมา มันยิ่งทำให้พิมเรียนรู้คุณค่าของการมีชีวิต และอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยเฉพาะกับคนรักอย่างพี่คลื่น”

“.....”

“เพราะพี่คลื่นเลยนะคะ ที่วันนั้นทำให้พิมไม่เจ็บหนัก...”

“พิมจำได้ ว่าช่วงเวลาสุดท้าย พี่คลื่นเอาตัวเองมาขวางอันตรายเพื่อปกป้องพิม”

และ...

หมับ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel