ตอนที่4 ถลำลึก
ล่าคลื่นพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอด เขาเกลียดการมีใครคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ มันเหมือนการตอกย้ำว่าเขาก็แค่คนพิการคนหนึ่งจนรับสภาพตัวเองไม่ได้ แม้การใช้ชีวิตจะไม่ราบรื่นและไม่สะดวกเหมือนที่เป็น แต่เขาก็ฝืนทำมันทุกอย่าง
เคร้ง!
“โถ่เว้ย!” ร่างสูงสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเขายังไม่คุ้นชินความมืดมิด คลำหาสิ่งที่ต้องการอย่างยากเย็น
“พี่คลื่น!” เสียงตกใจดังขึ้นจากหน้าห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงเหวี่ยงของหล่นพื้นพร้อมเสียงสบถของเขา
“ไม่มีอะไร” ล่าคลื่นตอบออกมาเสียงนิ่ง
“พิมเข้าไปนะคะ” เธอบอกให้รับรู้พร้อมขัดคำสั่งที่เขาบอกจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก
“ไม่ต้อง...”
ครืดด!
พูดไม่จบคำเสียงเลื่อนประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของเข็มขาวที่พาตัวเองเข้ามาในห้องน้ำ
แรกเริ่มเธอลำบากใจไม่น้อยที่เคยคิดว่าจะต้องดูแลเขาทุกอย่างรวมถึงการอาบน้ำชำระกาย แต่หลังจากเข้ามาอยู่กับเขาในวันแรกเขาก็ปฏิเสธการช่วยเหลือข้อนี้ เธอเลยเลือกจะช่วยเหลือเขาด้วยการบีบยาสีฟันและเตรียมน้ำใส่แก้วไว้ให้
ที่ผ่านมาเธอไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตยังไง แต่หลังจากเธอเข้ามาและเตรียมความพร้อมเล็กน้อยให้เขาก็เหมือนเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรในห้องน้ำจนวันนี้
“ไม่เป็นไรนะคะ” เธอเดินไปเก็บแก้วและโฟมล้างหน้ากับยาสีฟันที่ถูกปัดตกพื้น
เอาแก้วมาล้างและเปิดน้ำใส่จนเต็มยัดใส่มือเขา
“พี่จัดการเองได้” เขาบอกเสียงเรียบ ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพแบบนี้ของตัวเองแม้แต่ครอบครัวด้วยซ้ำ
แค่จะหยิบแก้วที่วางไว้ยังทำไม่ได้จนมือเผลอไปปัดล้ม พอจะควานหาก็ไม่ง่ายทั้งที่มันอยู่แค่เอื้อมมือ จนเขาหงุดหงิดปัดมือไปตรงหน้า
“พิม... อยากอาบน้ำให้แฟนตัวเองค่ะ” ขณะพูดใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายไม่น้อย
เธอไม่เคยเห็นร่างกายผู้ชายเปลือยเปล่ามาก่อน เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายมากขนาดนี้ แต่มันก็อยู่ในข้อตกลงตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่คุณสุณีบอก
“เพราะเธอสวมรอยเป็นหนูพิม ตาคลื่นจะเข้าใจว่าเป็นคนรัก...”
“มันอาจจะมีเรื่องถลำลึกเกิดขึ้น ฉันอยากให้เธอให้ความร่วมมือ แล้วฉันจะให้ค่าชดเชยแก่เธออย่างเหมาะสม”
ในเมื่อเธอรู้ดีเต็มอก ในเมื่อเธอไม่ได้ปฏิเสธก็แปลว่าเธอเองก็ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาตั้งแต่แรกแล้ว
ตอนแรกก็สบายใจที่เขาดูแลตัวเองส่วนนี้ได้และไม่คิดจะทำหน้าที่เกินกว่านั้น แต่พอวันนี้ได้เข้ามาพร้อมกับหลังมือของเขาที่มันแดงพร้อมถลอกจากการโวยวายก่อนหน้านี้ ความอายยังน้อยกว่าความสงสาร
“พี่ไม่เป็นไรจริงๆ” อาจด้วยอารมณ์อ่อนไหวหลายอย่างทำให้ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ล่าคลื่นไม่ได้มีเรื่องอย่างว่าในหัว
การปฏิเสธของเขาไม่ใช่เพราะกลัวหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่เพราะเขากลัวเธอจะมองว่าเขาคือภาระที่แค่อาบน้ำยังทำเองไม่ได้
“ทุกวันนี้ถือตัวแม้แต่ไม่ให้พิมอาบน้ำด้วยแล้วเหรอ” เธอแกล้งงอน รู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าอยากทำตัวให้เหมือนปกติที่เคยเป็น
“ไม่ใช่แบบนั้น”
“งั้นก็อย่าปฏิเสธพิมค่ะ” เปิดน้ำใส่แก้วแล้วยัดใส่มือของเขาอีกครั้ง
“.....” สีหน้าของล่าคลื่นยังคงความรู้สึกย่ำแย่กับชีวิตตัวเองเหมือนเดิม พยายามเก็บซ่อนมันไว้ไม่ให้ใครรับรู้ความอ่อนแอของตัวเองเท่าที่จะทำได้
แต่มันจะรอดพ้นสายตาของเข็มขาวที่จ้องมองเขาอยู่ตลอดได้ยังไง
“เร็วค่ะ จะได้รีบไปนอน พิมเริ่มง่วงแล้ว” เร่งรัดเขาอย่างงอแงที่เขายังคงยืนนิ่งไม่ขยับ
“อืม” ตอบรับก่อนจะจัดการล้างหน้าล้างตาตัวเองหน้ากระจกที่มีไปก็ไร้ประโยชน์
พอจัดการตัวเองเสร็จก็ขยับตัวเดินตามแนวของท๊อปหินอ่างล้างหน้าจนถึงผนัง คลำมันต่อไปจนถึงจุดใต้ฝักบัว
เข็มขาวมองตามด้วยแววตาแห่งความสงสาร หันมารีบจัดการตัวเองหน้ากระจกให้เรียบร้อยแล้วตามเขาไป
“.....” ร่างบางชะงักนิ่งหลังหมุนตัวกลับมาเห็นร่างสูงที่ยืนใต้ฝักบัวพร้อมกับผ้าขนหนูที่มันถูกปลดพาดไว้ไม่ไกล
จะเตรียมตัวเตรียมใจมาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ช่วยให้เธอหายตกใจกลัวได้เลยสักนิดเมื่อเผชิญหน้าจริง
เป่าลมออกจากปาก พยายามโฟกัสไปจุดอื่น เดินขาสั่นตรงไปหาเขาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกอีกแรง
“ทำไมถึงสั่น” มือบางที่สัมผัสถูกตัวเขาทำให้ล่าคลื่นรู้สึกได้อย่างง่ายดายจึงถามออกไป
“ละอองน้ำโดนก็เลยเย็นนิดหน่อยค่ะ” เธอยังไม่ได้ขยับไปล้างตัว แต่ช่วยเหลือเขาอยู่ด้านหลังมากกว่า
“ไหนว่าอาบน้ำกับพี่ แล้วทำไมไม่ถอดเสื้อผ้า” คำตอบของเธอทำให้เขาหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ยกมือขึ้นสัมผัสร่างบางจนโดนเสื้อผ้าของเธอ
“ก็ว่าจะอาบให้พี่คลื่นเสร็จก่อน” ทั้งที่เขามองไม่เห็นแต่เธอก็ยังอายจะถอดต่อหน้าเขาอย่างคนโง่
“ไหนว่าอาบด้วยกัน” ซักไซ้ถามต่ออย่างไม่ปล่อยผ่านตามประสาคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าเป็นผู้หญิงที่รักจริง
“รู้แล้วค่ะ จะถอดเดี๋ยวนี้แหละ” หาคำโต้แย้งไม่ได้ เพื่อไม่ให้เขาสงสัย จึงยอมรับอย่างว่าง่าย
ก็อย่างที่บอก เขามองไม่เห็นแล้วเธอจะอายอะไร เป็นเขาสิต้องอายที่เธอเห็นทุกอย่างอย่างไม่ตั้งใจเลยสักนิด
เข็มขาวถอยออกมาปลดเสื้อผ้าออกพร้อมใบหน้าร้อนผ่าว เนื้อตัวแดงก่ำจากความขัดเขิน ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเขาคนที่ยืนมองมาทางเธอทั้งที่สายตาไม่ได้จับจ้องส่วนใดของร่างกายเธอเลยสักนิด
แต่ทำไมเหมือนมีก้อนไฟที่แผดเผาเธออยู่ก็ไม่รู้
หมับ!
เมื่อเธอเดินกลับไปถึงตัวเขาจนล่าคลื่นรับรู้ เขาก็รั้งเธอไปแนบโอบกับร่างกายของตัวเองไว้
“ตัวสั่นอีกแล้ว” พูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก
แต่รอยยิ้มที่ทำให้เข็มขาวรู้สึกหวั่นใจและหวาดกลัว
เขากำลังสงสัยท่าทางไม่เป็นธรรมชาติของเธออยู่
