ตอนที่3 สงสัย
ร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร ชายหนุ่มที่เคยหนัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่ผอมทรุดลงในพริบตาภายในหนึ่งเดือนหลังฟื้นคืนจากอาการบาดเจ็บและความจริงที่พบ
“แม่ออกไปหรือยัง” หลังได้ยินเสียงประตูห้องปิด ล่าคลื่นก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามผู้ร่วมห้องออกมา
“ออกไปแล้วค่ะ” เข็มขาวตอบรับอย่างที่เป็น
และ...
“เธอเป็นใคร แม่ฉันจ้างมาใช่ไหม” เขาถามออกมาตรงๆ อย่างไม่คิดปิดบัง
“พี่... คลื่นพูดอะไรคะ” ลมหายใจสะดุดออกมาแทบปรับตัวไม่ทัน แต่ยังคงทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เพราะฉันตาบอดสินะทุกคนถึงดูถูกฉัน หลอกฉัน” แค่นขำเย้ยหยันตัวเอง
“ไม่ใช่นะคะ ไม่มีใครหลอกพี่คลื่นเลยสักคน” รีบเข้าไปจับมือใหญ่อย่างใกล้ชิด พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเชื่อ
“ฉันคบกับคนรักมาห้าปีแล้วนะ ห้าปีเลยที่คบกันและอยู่ด้วยกัน...”
“เธอคิดว่าฉันจะจำอะไรไม่ได้เลยแม้จะมองไม่เห็นงั้นเหรอ” และคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ แม้เสียงจะคล้ายมากจนเกือบทำให้เขาเชื่อ แต่เขามั่นใจว่าไม่ใช่
“อะไรที่ทำให้พี่คลื่นคิดว่าไม่ใช่พิมคะ” เข็มขาวทำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย และนั่นก็ยิ่งเหมือนเสียงของคนรักเขามากขึ้น
“ความรู้สึกของฉัน” มันบอกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่
“ถ้าแค่ความรู้สึกที่พี่ระแวงแล้วทำให้ตัดสินแบบนี้ พี่จะให้พิมทำยังไงคะ” ย้อนถามกลับไปอย่างต้องการคำตอบ
“บอกความจริงมา เธอต้องการอะไร เงินเหรอ...”
“อยากได้เท่าไหร่ แม่ฉันให้เท่าไหร่ฉันให้เพิ่มสองเท่า"
“.....” เข็มขาวไม่ได้ตอบ รู้สึกผิดกับการโกหก แต่จะให้ยอมรับออกไปก็ทำไม่ได้
เหตุผลการรับจ้างของเธอมันอาจจะเป็นเงินก็จริง แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่กล้าปฏิเสธเจ้านายเก่าของป้าและมีบุญคุณต่อเธอ แต่ยิ่งเห็นสภาพของล่าคลื่นก็ยิ่งอยากทำให้เขาเชื่อมั่นว่าข้างกายเขาคือคนรักที่เขาเฝ้ารอ อยากให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไปจนกว่าจะเข้มแข็ง
เธออาจจะไม่มีมีสิทธิ์ไปสงสารหรือเห็นใจคนระดับอย่างเขาด้วยซ้ำ แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธออยากช่วยเขาเท่าที่จะทำได้
“เงียบทำไม หรือคิดอยู่” เมื่อเห็นเธอเงียบก็เร่งรัดเอาคำตอบ
“ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ พูดไปพี่คลื่นก็ไม่เชื่อ...”
“ถ้าปักใจว่าพิมไม่ใช่พิมของพี่ก็แล้วแต่เถอะค่ะ แต่พิมก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน” บอกเสียงเรียบเหมือนไม่สนใจ มองหน้าคนที่ดูสับสนและเครียดไม่น้อย
เขาคงลำบากมากที่ไม่สามารถหาความจริงได้จากการมองเห็นคนตรงหน้า
“พี่อาจจะเครียดไปจริงๆ” แล้วน้ำเสียงของล่าคลื่นก็อ่อนลงก่อนจะพูดออกมาอย่างรู้สึกผิด
“......”
“เพราะพี่มองไม่เห็น กลัวว่าพิมจะรับสภาพพี่ไม่ได้ เลยกลัวว่าทุกคนจะหลอกพี่เพื่อให้สบายใจ” อธิบายเหตุผลของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบังแม้จะไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าใช่หญิงคนรักจริงหรือเปล่า
“พิมเข้าใจค่ะ แต่พิมอยากให้พี่คลื่นเชื่อใจพิม อยากให้พี่คลื่นรู้ว่าพิมอยู่ตรงนี้กับพี่คลื่นไม่ว่าพี่จะเป็นแบบไหนก็ตาม” กุมมือใหญ่ให้กำลังใจพร้อมกับเสียงอ่อนโยนตามปกติของเธอ
“ครับ ถ้าพี่เผลอทำตัวแย่ๆ ขอโทษพิมด้วยนะ” เขารู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนโมโหร้ายแต่ก็อ่อนไหวกับทุกอย่างรอบตัวตั้งแต่อยู่ในสภาพนี้ ยิ่งเป็นเรื่องของคนที่เขารักและโหยหาที่สุด มันยิ่งทำให้เขาอ่อนไหวจนยากจะคุมตัวเองได้
แต่ถึงจะพูดแบบนี้ในใจเขาก็ยังปักใจเชื่อไม่ได้ว่าคนที่อยู่กับเขาตอนนี้เป็นคนรักของเขาจริงๆ
“พี่หวังว่าการสูญเสียของพี่จะน่าสมเพชพอแล้ว...”
“จะไม่ถูกคนในครอบครัวและคนรอบตัวรวมหัวกันหลอกซ้ำอีก” พูดออกมาอย่างสมเพชตัวเองไม่น้อย
“อย่าพูดแบบนี้ค่ะ สิ่งที่พี่คลื่นเป็นไม่ใช่ว่ารักษาไม่ได้แค่ต้องรอเวลาเท่านั้น...”
“หรือให้รักษาไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่คลื่นจะสูญเสียตัวตนของพี่คลื่นจนต้องละทิ้งทุกอย่าง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคนป่วยส่วนใหญ่มักจะท้อแท้กับชีวิต หมดกำลังใจ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ
แต่ในเมื่อยังเหลือหนทาง เราก็ทำได้เพียงสู้ต่อไป สู้ไปด้วยกันทั้งคนป่วยและญาติ
“อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ แบบนี้อีกนะคะ เพราะพี่คลื่นไม่ได้ตัวคนเดียว” กระชับกุมมือใหญ่ให้กำลังใจอีกครั้ง และหวังว่าคำพูดของเธอในตัวแทนคนรักของเขา จะพอช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย
“อืม พี่ขอโทษนะ แล้วพี่จะไม่สงสัยพิมอีกแล้ว”
