บท
ตั้งค่า

บทที่ 7

“ปัณณ์คุณบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องกึ่งตวาดลั่นของปลิตราพร้อมกับอาการดิ้นรนให้พ้นพันธนาการของเขาที่ยื้อยุดฉุดข้อมือของเธอที่ทำให้ถึงกับต้องถลาวิ่งตามแรงดึงนั้น

“ไม่...” น้ำเสียงแข็งกร้าวราวกับไม่ใช่ปัณณ์คนเดิมที่เคยรู้จัก ใช่ เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ปัณณ์คนเดิมไม่เคยทำให้เธอเจ็บแม้เพียงปลายเล็บ แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจเสียด้วยซ้ำว่าเธอจะเป็นยังไง

“ผมจะไม่ยอมเสียคุณไป...ยังไงคุณก็ต้องไปกับผม”

“ฉันจะไม่มีวันไปไหนกับคุณทั้งนั้น ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ร่างเล็กดิ้นรนสุดแรงเท่าที่มี จนเริ่มอ่อนล้าด้วยแรงของเขาที่มีมากกว่าเธอและด้วยอาการปวดข้อมืออย่างรุนแรงจากแรงบีบฉุดรั้งจากข้อมือใหญ่ จนเธอเองกลัวว่ามันจะหักคามือเขาเสียตรงนี้ ก็ได้แต่ภาวนาให้มีใครสักคนกลับมาทันช่วยเธอ แม้เป็นไปได้ยากเต็มที ด้วยเวลาเย็นย่ำเกือบค่ำเช่นนี้ใครเลยจะย้อนกลับมาทำงานกันอีก

ลานจอดรถที่เงียบสนิทมีเพียงรถของเธอที่จอดอยู่เท่านั้น ยิ่งตอกย้ำว่าเธอจะไม่สามารถหลุดพ้นจากเขาได้เลยยิ่ง ตอนนี้ปัณณ์เหมือนคนบ้า ถึงแม้ต่อให้เธอพยายามพูดอะไรไปเท่าไรเขาก็ไม่ฟัง หรือถึงฟังเขาก็ไม่สนใจ สองวันเต็มๆ ที่ปัณณ์หายหน้าไป วันที่เรื่องทุกอย่างควรจบ แต่ตอนนี้เขากลับมา แต่ไม่เหมือนเดิม!

“ขึ้นรถ” เขาพูดพร้อมกับผลักร่างของปลิตราให้ได้ดั่งต้องการ ไม่ทันระวังจนทำให้หัวของเธอกระแทกกับขอบประตูเต็มแรง ร่างบางร้องน้ำตาร่วงพร้อยเจ็บร้าวจนต้องยกมือขึ้นกุม

ปัณณ์นิ่งอยู่เพียงพัก แววตาเปลี่ยนไปแต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนที่จะคืนกลับดั่งเดิม “เข้าไป...”

ตอนนี้เธอไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ามองเขาด้วยสายตาชนิดไหน แต่ที่แน่ๆ เธอเสียใจ หลายๆ อย่างในตัวของปัณณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้

“บอกให้เข้าไปไงปลิว!”

ปลิตรายังขืนตัวแม้อ่อนแรง แววตาหวานตัดพ้อ ขยับปากจะเอ่ยร้องขอก็พอดีกับที่เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น

“ปลิวเกิดอะไรขึ้น?...” เสียงของลดาวลี เอ่ยขึ้นในทันท่วงที แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึงเสียด้วยซ้ำ ติดที่เสียงดุกร้าวของปัณณ์ที่เอ่ยขัดขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองให้เสียเวลา

“อย่ามายุ่งนะลดาจะไปไหนก็ไป”

นี่มันอะไรกัน น้ำเสียงเมื่อครู่เป็นเสียงของปัณณ์จริงหรือเธอไม่อยากจะเชื่อ หญิงสาวตะลึงนิ่งงัน มองชายร่างสูงตรงหน้าราวกับไม่เคยเห็น

“อย่านะลดา อย่าไปไหนนะ ช่วยปลิวด้วย” น้ำเสียงอ้อนวอนของปลิตราดังขึ้น ร่างเล็กบางของเพื่อนรักถูกพันธนาการไว้แนบแน่นด้วยมือแกร่งของปัณณ์ แววตาดุกร้าวของเขาทำให้ย้อนนึก เธอรู้ว่าทั้งคู่มีปัญหาจนถึงกับจะต้องเลิกลา แม้งานแต่งที่จะถึงในอีกไม่กี่วัน ก็ยังถูกยกเลิกกลางคันอย่างไม่รู้สาเหตุ แต่เวลานี้ปัณณ์กำลังทำอะไร

“ปล่อยยัยปลิวเถอะค่ะ”

“ผมบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง” คราวนี้เขาหันมา ด้วยแววตาโกรธขึงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“คุณปัณณ์...”

เขาไม่สนใจอาการของลดาวลีอีก หันมาทางปลิตรากำชับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอันดุดัน “เงียบๆ อย่าลงมานะ” ก่อนจะปิดประตูรถตามแรงอารมณ์

“ไม่ได้นะคะ...คุณจะพายัยปลิวไปไหนไม่ได้” ครั้งนี้ลดาวลีรั้งแขนของปัณณ์ไว้ ดวงตาอ้อนวอน แต่ปัณณ์ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

“ผมพูดคุณไม่เข้าใจเลยหรือไงลดา เรื่องนี้เป็นเรื่องของผมกับปลิว คุณอย่ามายุ่งดีกว่า”

“ไม่ได้...ยังไงฉันก็ปล่อยให้คุณพาปลิวไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” เธอไม่ได้อ้อนวอนอีกแล้ว แต่เธอออกคำสั่งกับเขา แม้จะรู้ว่าเขาจะไม่มีวันฟังคำสั่งของเธอเลยก็ตาม

ปัณณ์รั้งร่างของลดาวลีออกห่างแต่ไม่ง่ายเลย มือเล็กที่แลดูบอบบางกอดจับรั้งแขนไว้แนบแน่น แววตาหวานตระหนกทั้งอ้อนวอน เขาไม่อยากทำร้ายเธอเลยเพราะรู้ว่าตอนนี้ทุกอย่างมันโหดร้ายเกินไป ไม่ว่าจะกับปลิตราหรือลดาวลีเอง แต่ในเมื่อมันสุดวิสัย...

“ผมรักปลิว...และผมจะไม่มีวันให้อะไรมาพรากเราสองคนจากกัน”

ลดาวลีนิ่งงันแขนเล็กตกลงสู่ข้างลำตัว คำบอกย้ำชัดเจนนั้นราวกับใบมีดชั้นดีที่กรีดลงมาบนหัวใจเธอให้แหลกสลายและเขาก็เหยียบซ้ำอย่างไม่ปราณี ทำไมเธอต้องเจ็บทั้งที่เธอเองก็ไม่สิทธิ์อะไรอยู่แล้ว ไม่มีสิทธิ์แม้กระทั้งที่จะคิด เธอไม่มีสิทธิ์อะไรเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel