บท
ตั้งค่า

บทที่ 17

“หยาบคาย!” หญิงสาวจะโต้กลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คำพูดที่แม้จะไม่จบประโยคนั้นแต่เธอก็ไม่ได้โง่จนแปลความหมายไม่ออก ทั้งแววตาของเขาที่ทำให้หญิงสาวแทบอยากจะควักลูกตาออกมาย่ำเหยียบให้สมกับที่มองเธอด้วยสายตาเถื่อนถ่อยไร้มารยาท

“นี่มันแค่เริ่มต้นปลิตรา คุณยังต้องเจอความหยาบคายของผมอีกเยอะ เพราะฉะนั้นคุณควรน่าจะทำตัวให้ชินเข้าไว้จะดีกว่า”

“ฉันจะไม่มีวันทนกับเรื่องไร้สาระของคุณอีก เชิญออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว”

หญิงสาวออกไปไล้พร้อมๆ กับชี้นิ่วสั่ง แววตาเล็กแข็งกร้าวไม่หวาดหวั่น แต่กระนั้นเลยใครจะรู้ว่าภายในหญิงสาวหวาดกลัวไม่น้อยกับอารมณ์โมโหร้ายของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอไม่มีวันที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาใช้อำนาจศาลเตี้ยพิพากษาชีวิตของเธอได้ตามอำเภอใจเช่นนี้แน่ๆ

ชายหนุ่มขบกรามแน่น ปลิตราอวดเก่งมากเกินไปแล้วหญิงสาวใช้สิทธิ์ไหนในการชีนิ้วไล่เขาอย่างนั้น หยิ่งผยองจนไม่น่าให้อภัย

ร่างสูงใหญ่พาตัวเองเข้าไปคว้าร่างเล็กบางแต่หญิงสาวที่ระวังภัยอยู่แล้วเบี่ยงตัวหลบได้ทัน เธอวิ่งไปที่ประตูเพื่อหนีจากชายหนุ่มที่ดูเหมือนตอนนี้อารมณ์ของเขาจะพุ่งพรวดยากเกินยับยั้ง แต่ชายหนุ่มที่ร่างกายสูงใหญ่กว่า เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถประชิดตัวปลิตราได้อีกครั้ง แขนแข็งแกร่งคว้าเอวบางไว้ได้กระชากเข้าหาตัว หญิงสาวร้องเสียงหลงพร้อมๆ กับร่างบางที่ถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งพันธนาการไว้แนบแน่น

“คุณไม่มีวันหนีผมพ้นหรอกปลิตรา...” น้ำเสียงดุกระซิบริมใบหู รอยยิ้มหยามหยันของเขาทำให้ร่างบางยิ่งดิ้นรน มือน้อยพยายามทุบตีเพื่อให้พ้นจากอ้อมแขนของเขา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอดิ้น เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงกอดกระชับมากขึ้นเท่านั้น

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณปัฐน์”

คำพูดของเธอเหมือนเพียงสายลมที่พัดผ่านใบหูไปเพียงเท่านั้น เพราะเขาไม่แม้แต่จะคลายอ้อมแขนออกเพียงแม้เพียงนิด

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม หน้าที่ของคุณคือทำตามคำสั่งเท่านั้น”

“ไม่!” น้ำเสียงแม้สั่นไหวแต่ก็หนักแน่น “ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ว่าคุณหรือใครก็ไม่สิทธิ์มาสั่ง”

ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ กับอาการดื้อดึงแม้หญิงสาวจะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าไม่มีทางที่เธอจะหนีเขาพ้น

“อย่าลืมสิปลิตรา สัญญาฉบับนั้นระบุทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

ปลิตรานิ่งงันไป เธอไม่ลืมแต่เลือกที่จะไม่จำเสียมากกว่า สัญญาฉบับนั้นระบุว่าอะไรบ้างเธอไม่ได้สนใจเสียด้วยซ้ำ ความผิดพลาดมันเริ่มตั้งแต่ที่เขาล่วงเกินเธอ บังคับให้เธอเซ็นสัญญาบ้าบออะไรนั่น และตอนนี้เขาก็ใช้สิ่งนั้นมาผูกมัดเธออย่างหน้าด้านๆ

“ฉันจะฟ้องร้อง เอาคุณเข้าคุก คุณปัฐน์”

“เอาสิ...ถ้ามีปัญญา”

นั่นไม่ใช่คำดูถูกแต่มันคือความจริง เธอไม่มีสิทธิ์ต่อกรกับคนเอาแต่ใจ เห็นแก่ได้อย่างเขา กฎหมายเชื่อถือได้เสมอแต่ก็ต้องมีปัจจัยหลักอย่างเงินคอยหนุนนำด้วยเช่นกัน และปัฐน์ก็รู้ข้อแม้ข้อนี้ดี ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้าทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับเธอแน่ๆ

และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอกลัวเขา กลัวอย่างที่ไม่ควรรู้สึก เธอหวาดหวั่นต่อแววตา ต่ออารมณ์โมโหร้ายของเขา และเธอเชื่อจนหมดใจว่าเขาจะสามารถฉีกทึ้งร่างเธอออกได้เป็นชิ้นๆ ถ้าเพียงขัดใจเขาเท่านั้น

“คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณบอกฉันสิ ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา” น้ำเสียงกึ่งอ้อนวอน เธอเหนื่อยล้ามากเกินกว่าที่ต่อสู้กับคนไร้เหตุผลเช่นเขา

ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม นอกจากแววตาแข็งกระด้างที่ยังคงจ้องมองร่างบอบบางที่แทบหมดแม้แรงที่จะยืน น้ำเสียงสะอื้นเบาๆ ที่แทบทำให้ปัฐน์แทบกลั้นลมหายใจ

มารยา...ปลิตราคงมีเป็นพันเล่มเกวียน มันใช้ไม่ได้ผลสำหรับเขาแน่ๆ แม้บอกตัวเองเช่นนั้น แต่ก็เป็นเขาเองที่เจ็บหนึบอย่างไม่เคยเป็นเผลอคลายอ้อมกอด ก่อนปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระในที่สุด และทันทีเช่นกันที่ปลิตราถอยร่นหนีอย่างหวาดหวั่น หยาดน้ำตาไหลเปื้อนแก้มอย่างไม่นึกอายก่อนที่เธอจะใช้หลังมือป้ายทิ้งอย่างไม่ใยดี

“ปล่อยฉันไปได้ไหม” น้ำเสียงปนสะอื้นอย่างคาดหวัง แววตาทอแสงอ่อนล้าในแบบที่ทำให้คนมองแทบใจหายก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดใจพร้อมๆ กับยกยิ้มมุมปากเย้ยหยันส่ายหัวตอบคำถามดับความหวังทั้งหมดที่เธอมี

“คุณจะต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำเอาไว้”

น้ำเสียงแผ่วเบากับแววตาที่อ่อนแสงลงไม่ได้ทำให้คำพูดของเขาดูดีขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทำให้เขาดูเลือดเย็นมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวีคูณ

“ฉันไปทำอะไรให้คุณ ขอร้อง...ช่วยบอกฉันเถอะ” น้ำเสียงอ้อนล้าสะอึกสะอื้นก่อนที่ร่างบางจะทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ไหล่เล็กสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น

“ทำอะไรไว้อย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งแววตาของเขาก็อ่อนล้าไม่แพ้กัน ปัฐน์ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ร่างเล็กบางที่สั่นสะท้านอยู่กับพื้นห้องนั้นอาจทำให้อารมณ์เขาเย็นลงและเช่นกันที่ตอนนี้มันก็ทำให้เขาโกรธขึ้นจนแทบอยากจะบีบคอเล็กๆ นั้นให้หักคามือ ให้สมกับที่เธอทำเรื่องเลวร้ายจนยากเกินกว่าที่จะให้อภัย

“คุณมันฆาตกร”

ปลิตรากลั้นสะอื้นดวงตาแดงช้ำเบิกกว้างเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่สับสน คำพูดของเขามันดังสะท้อนกลับไปกลับมายากที่จะเข้าใจ

“คุณหมายความว่ายังไง”

ปัฐน์กระชากร่างบางให้ลุกขึ้นอย่างไม่ปราณีก่อนผลักร่างเล็กให้ชิดกับผนักห้องเย็นเฉียบและใช้แขนแกร่งกักเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้

“เลิกตีหน้าซื่อ ทำเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์เสียทีเถอะปลิตรา” น้ำเสียงกร้าวตะโกนชิดติดริมหูอย่างดุดัน “ผมจะต้องหาหลักฐานมาจับคุณเข้าคุกให้ได้ และถ้ากฎหมายเอาความผิดกับคุณไม่ได้ ผมนี่แหละที่จะเป็นคนมอบโทษทัณฑ์ให้กับคุณเอง”

“คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ” ปลิตราส่ายหน้า มือบางพยายามดันอกกว้างให้ออกห่างจากตัว

“เรื่องที่คุณวางแผนฆ่าปัณณ์ยังไงล่ะปลิตรา มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุใช่ไหม” น้ำเสียงกร้าวกระโชกตามแรงอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้น

“ไม่...ฉันไม่...ไม่รู้เรื่อง” น้ำเสียงเหมือนคนที่กำลังละเมอ ปลิตรามองปัฐน์อย่างสับสน สิ่งที่เขาพูดทำให้หญิงสาวต้องนิ่งคิด เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่เธอเข้าใจมาตลอดอย่างนั้นหรือ

“เลิกโกหกเสียที!” น้ำเสียงตะโกนก้องพร้อมๆ กับผลักหญิงสาวออกห่างราวกับว่านึกขยะแขยง ปลิตราหวีดร้องลั่นเมื่อล้มลงบนพื้นห้อง หัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกเข้ากับความแข็งกระด้างของพื้นปูนจนขึ้นเป็นรอยช้ำอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นกล้ำกลืนความเจ็บก่อนช้อนสายตาขึ้นมอง

ปัฐน์นิ่งงันมองสบกับดวงตากลมสวยแดงช้ำที่ทอแสงตัดพ้อ ดวงหน้าคมสลดลงเพียงนิดประกายความรู้สึกผิดไหววูบในดวงตาคมกล้าก่อนที่ชายหนุ่มจะผิดหน้าหนี

“ผมรังเกียจ ขยะแขยงผู้หญิงอย่างคุณที่สุด”

คำพูดถากถางนั้นกรีดลงบนหัวใจบอบบาง แต่นั่นก็ไม่มากเท่ากับสิ่งที่เขากล่าวหายัดเยียดมันให้กับเธออย่างเลือดเย็น

“คุณเอาอะไรมาพูด เรื่องคืนนั้นมันเป็นแค่อุบัติเหตุ และอีกอย่างฉันก็ไม่มีวันทำร้ายปัณณ์”

ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเย้ยหยัน ถึงนาทีนี้ผู้หญิงคนนั้นยังกล้าที่จะปฏิเสธ เธอช่างไรสามัญสำนึก เขาอยากจะรู้นักว่าหัวใจของเธอทำด้วยอะไรถึงได้เลือดเย็นได้ขนาดนี้

“แต่คุณทำมันไปแล้วปลิตรา คุณวางแผนฆ่าเขา!”

น้ำเสียงสุดท้ายตวาดลั่น ปลิตราสะดุ้งตกใจ ดวงตากลมจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา ถ้าหูของเธอไม่ได้ฟาดเฝื่อนเกินไปนักน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเขามันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่แล้วยังไงล่ะ...ความรู้สึกของเธอมันก็ไม่แตกต่างไปจากเขาเลยสักนิด ความรู้สึกผิดที่คอยตามหลอกหลอนมาตลอดมันก็มากจนเกินกว่าที่เธอจะรับไหว แล้วเขายังจะมายัดเยียดสิ่งที่ไม่ได้รู้จริงให้เธออีก

ฆาตกรรมอย่างนั้นหรือเขาไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน?

“ฉันไม่ได้ทำ และจะไม่มีวันทำอย่างที่คุณพูดแน่ๆ คุณก็ไม่ควรมากล่าวหาคนอื่นลอยๆ แบบนี้”

ดวงตาคมวาววับ ปากดีเป็นอีกนิสัยส่วนตัวของปลิตราที่เขานึกรังเกียจ “กล่าวหาลอยๆ อย่างนั้นหรือ แล้วคุณจะตอบผมว่ายังไงกับเรื่องเมื่อสองปีก่อน งานแต่งงานที่จะถูกจัดขึ้นอีกแค่สองสัปดาห์แล้วถูกยกเลิกไปกลางคัน หลังจากนั้นแค่สามวันปัณณ์ก็...ตาย และคนที่อยู่กับปัณณ์เป็นคนสุดท้ายคือคุณ แต่คุณกลับไม่เป็นอะไรเลย”

หญิงสาวนิ่งงันไล่ลำดับเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มอ้างถึง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั้งหัวใจ เธอไม่ได้มีความสุขเลยสักนิดถ้าเพียงแต่ถ้าวันนั้นเธอมีสิทธิ์เลือก เลือกที่จะไม่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิดและทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง เธอจะไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะขอจบชีวิตลงเพียงแค่นั้น ความรู้สึกปวดร้าวในคืนที่เหมือนฝันร้ายคอยตามหลอกหลอน เธอเจ็บปวดจนเผลอแสดงมันออกผ่านทางสายตา แต่คนที่มองเห็นกลับคิดในสิ่งที่ตรงกันข้าม

“ที่ไม่ตอบ มันคือเรื่องจริงใช่ไหม ปลิตรา ว่าคุณคือฆาตกร”

ปลิตรานิ่งเงียบ กลั้นน้ำเสียงสะอื้นก่อนผ่อนลมหายใจยาว แต่กระนั้นน้ำเสียงก็ยังสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ “คุณมีหลักฐานอะไร”

ปัฐน์ขบกรามแน่น ดวงตาคมวาววับ ร่างเล็กแลดูบอบบางราวกับแก้วเจียระไนนั้นมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ปลิตราสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงคนโง่ๆ อย่างปัณณ์ เพราะแท้ที่จริงแล้วหญิงสาวมีแต่พิษร้ายรายรอบตัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด แม้กระทั้งเวลานี้ก็ตามท่าที่เสียอกเสียใจห้องไห้ฟูมฟายราวกับผู้หญิงอ่อนแอบอบบางนั้นก็คงเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อให้ตัวเองพ้นภัยเท่านั้น

“ผมมีแน่ คุณไม่ต้องห่วง ยังไงผมก็ต้องหาหลักฐานมาจัดการกับผู้หญิงอย่างคุณให้ดิ้นไม่หลุด และเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะไม่มีสิทธิ์ขอความเห็นใจจากใครทั้งนั้น!”

“สรุปคุณก็ยังไม่มีหลักฐาน” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างที่หญิงสาวเองก็ไม่ทันได้รู้ตัว ปลิตราฝืนยืนขึ้น เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงร้องจากความปวดที่รุมเร้าจากหัวเข่าทั้งสองข้างในยามที่ขยับตัว ด้วยเพราะไม่อยากให้เขาได้แสดงสีหน้าสมเพชเธอไปมากกว่านี้

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะขอพิสูจน์ตัวเองว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่การ...ฆาตกรรม”

คำพูดสุดท้ายแผ่วหวิวอย่างไม่แน่ใจเช่นกันเหตุผลหลายอย่างสอดคล้องให้น่าคิดจนไม่สามารถตัดออกไปได้เลยเสียทีเดียว แต่กระนั้นแววตาหวานก็ยังคงแสดงความเด็ดเดี่ยวบอกกับเขาอย่างมั่นใจที่สุดในประโยคหลัง

“หรือถ้าเป็นการฆาตกรรมจริง ฉันก็ไม่ใช่ฆาตกร”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel