บท
ตั้งค่า

บทที่ 16

นานนับชั่วโมงที่หญิงสาวร่างบางยังคงปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเงียบ ท้องฟ้าในยามค่ำดำมืดดูหม่นหมองก็คงพอๆ กับความรู้สึกของเธอที่ถูกก่อกวนขึ้นมาจนขุ่นคลักอีกครั้ง

ดวงตาหวานอ่อนล้าเหม่อมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงคืนกว่าเข้าไปแล้ว ปลิตราไม่อยากจะหลับตาลงเลยเพราะรู้ว่าภาพความฝันที่คอยหลอกหลอนให้ไม่เคยหลับเป็นสุขนั้นจะเกิดขึ้นอีกครั้งเหมือนคืนก่อนๆ ที่ผ่านมาราวกับหนังที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือถ้าเพียงแต่เธอสิ้นลมหายใจไปตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นก็คงไม่ต้องมารู้สึกผิดเช่นนี้ เพราะเธอเองที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงจนเกินกว่าที่จะแก้ไข

ดวงตาของความโกรธแค้นยังคงฝังอยู่ในความคิด คำพูดถากถางอย่างไม่มีเหตุผลของคุณหมอคนนั้น ที่อ้างตัวว่าเป็นพี่ชายฝาแฝดของปัณณ์ ทำให้ปลิตราต้องย้อนคิด เธอไปทำอะไรให้เขา หรือเป็นเพียงเพราะว่าเธอไม่ได้ตายตามปัณณ์ไปเขาถึงไม่พอใจเช่นนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเขาควรได้รู้ว่าเธอก็เองก็เหมือนกับว่าตายทั้งเป็น ตายทั้งที่ยังมีลมหายใจแบบนี้มันก็ทรมานไม่ต่างกันนัก

“คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเลยหรือ”

น้ำเสียงของชายหนุ่มที่เธอกำลังนึกถึง เอ่ยขึ้นขัดความเงียบทำให้ปลิตราที่กำลังเหม่อลอยสะดุ้งตกใจ ดวงตาเล็กเบิกกว้าง เธอทำอะไรไม่ถูกจนปล่อยให้ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาหา

ปัฐน์กระตุกยิ้มมุมปากกับใบหน้าเหลอหลานั้น ก่อนเอ่ยถามย้ำอย่างยั่วเย้า “ผมถามคุณว่า...คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเลยหรือไง”

“คุณปัฐน์” ปลิตราเอ่ยชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา ความตกใจทำให้เธอลืมเลือนอะไรไปบางอย่าง ก่อนนึกขึ้นได้ ขยับถอยห่างจากเขา และตั้งคำถาม “คุณเข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง”

ปัฐน์ไม่ตอบคำถามนั้นตรงกันข้ามเขากลับชูสิ่งหนึ่งให้หญิงสาวดูแทนคำตอบซึ่งนั่นก็คือกุญแจสำรอง เธอน่าจะรู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่มันแย่แค่ไหน แต่นั่นก็ไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับการที่เธอปล่อยให้เขาเข้ามาได้ถึงในห้องนอนโดยที่ไม่รู้สึกตัวอะไรเลยเช่นนี้

ปลิตราเชิดหน้า มองเขาอย่างชั่งใจก่อนถอยหนีให้ห่างมากกว่าเดิม ย้ำน้ำเสียงเอ่ยถาม “คุณมีธุระอะไรกับฉัน”

ปัฐน์ลอบยิ้มขบขัน เมื่อร่างบางขยับไปจนสุดมุมห้อง ตัวเล็กลีบกอดอกแน่นระวังภัย ราวกับว่าระยะทางแค่นี้จะช่วยป้องกันเธอจากเขาได้กระนั้น “ก็แค่แวะมาดูลูกจ้างก็เท่านั้นว่ามีความเป็นอยู่ยังไง”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมจ้องมองร่างสูงไม่วางตา ไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะมาไม้ไหนกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งคือปลิตราจะไม่เชื่อเหตุผลของเขา “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

ปัฐน์ไม่สนใจคำถามนั้นเมื่อเขาเดินลงไปทรุดตัวลงนั่งบนที่นอนกว้าง เอื้อมมือหยิบนิตยสารเล่มเก่าขึ้นเปิดดูอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะเขาไม่เห็นความจำเป็นอะไรต้องมานั่งตอบคำถามคนที่อยู่ในฐานะลูกจ้างอย่างปลิตรา เพราะการที่เขามาที่นี่ก็แค่อยากให้เธอรู้ว่า เธอเองมีฐานะอะไร และสิ่งไหนที่ควรทำต่อจากนี้ต่างหาก

“ฉันถามคุณไม่ได้ยินหรือไง!” น้ำเสียงของปลิตราโกรธจัด เขาเป็นใครถึงมีสิทธิ์เข้ามาในห้องของเธอยามวิกาลเช่นนี้ และยังทำตัวเหมือนกับว่าเป็นเจ้าของห้อง หรือถ้าเขาจะอ้างสิทธิ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างตามสัญญาทาสนั่น ก็เหมือนจะเกินไปหน่อยเสียแล้ว เพราะเขาเองก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตของใคร

ดวงตาราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ในตอนแรกเปลี่ยนเป็นโกรธขึง ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไง ถึงได้มาขึ้นเสียงใส่เขาอย่างไม่รู้กาลเทศะแบบนี้ “ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ”

“คุณก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องของฉัน” ปลิตราเถียงกลับไม่ลดละ เธอจะไม่ยอมตกเบี้ยล่าง และจะทำให้เขาได้รู้ว่าไม่สามารถมาบังคับกะเกณฑ์ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ตามอำเภอใจแบบนี้

คุณหมอหนุ่มยิ้มเย็น ในแบบที่ทำให้คนมองรู้สึกไม่ดี ดวงตาคมกล้าร้อนจนทำให้ปลิตราต้องกอดอกแน่นขึ้นไปอีก อาการลุกขึ้นยืนของเขาทำให้หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ผละถอยหนีอีกเมื่อชายหนุ่มก้าวเท้าเดินเรื่อยๆ เข้ามาหาเธอ ริมฝีปากบางถูกเม้มแน่น ดวงตาหวานหวาดหวั่นเมื่อมองสบกับดวงตาคมกริบที่ราวกับใบมีดชั้นดีที่พร้อมจะกรีดเธอออกเป็นชิ้นๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่มากมายจนเธอสัมผัสได้

“คุณจะทำอะไร...อย่าเข้ามานะ” ร่างบางสั่นเทาราวลูกนกด้วยความหวาดหวั่น แต่ดูเหมือนยิ่งทำให้ปัฐน์ชอบใจ สัญชาติญาณภายในบอกให้เธอรีบหาทางหนีไปให้ห่างจากเขาเสีย แต่ดูเหมือนว่าสมองของเธอจะสั่งการช้าเกินไปเพราะแค่เพียงเธอขยับตัวอีกครั้งร่างสูงใหญ่ที่ก้าวยาวๆ เพียงแค่ครั้งเดียวก็ตามติดประชิดรั้งเธอไว้กับผนังห้องด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว

“โอ๊ย!...” หญิงสาวร้องครางแผ่วเบาเมื่อข้อมือเรียวถูกบีบอย่างรุนแรงจากฝ่ามือหนา และต้องร้องลั่นอีกครั้งเมื่อเขากระชากร่างของเธอเข้าไปปะทะอกกว้างอย่างไร้ความปราณี

“เรียกร้องสิทธิให้ตัวเองอย่างนั้นหรือ ถ้าคุณอยากได้คืนนัก ก็เอาชีวิตน้องชายผมมาแลกสิ!” ปัฐน์ตวาดลั่นแม้ใกล้กันเพียงแค่นี้ จุดประสงค์ก็เพื่อที่หญิงสาวจะต้องรับรู้ถึงความสูญเสียของคนอื่นเสียบ้าง

ความดุร้ายของเขาทำให้ปลิตรายิ่งหวาดหวั่น ลมหายใจสะดุดร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่กระนั้นเธอก็ยังใจกล้าผสานสายตาจ้องกลับอย่างถือดี “ฉันว่าปัณณ์โชคดีแล้ว ที่ไม่ต้องอยู่เพื่อเจอพี่ชายอย่างคุณ”

ปลิตราไม่ได้รู้เลยว่าคำพูดของเธอเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นดีที่เทราดลงบนกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ให้มันยิ่งโหมกระพือความโกรธขึ้นอีกเป็นเท่าทวี

ดวงตาของปัฐน์วาววับ กรามแข็งบดกันจนขึ้นรอยปูดโปน มือหนาที่ตรึงข้อมือเล็กไว้ออกแรงบีบแน่นจนหญิงสาวร้องเสียงหลง ความเจ็บปวดแล่นพล้านไปทั่วทั้งแขนเหมือนกับว่ากระดูกของเธอกำลังจะหักเป็นสองท่อนคามือเขาอย่างนั้น

“ปากดีนักนะ อยากจะรู้นักว่าเวลาที่ผมหาหลักฐานมัดตัวคุณได้ จะยังปากดีอย่างนี้อยู่ไหม”

ปลิตราเม้มริมฝีปากแน่น สะบัดตัวอย่างแรงจนหลุดจากพันธนาการแน่นหนาของเขา ถอยหลังหนีห่าง จนมั่นใจว่าชายหนุ่มจะไม่สามารถจับตัวเธอไว้ได้อีก ก่อนเชิดหน้าถามกลับ “คุณหมายความว่ายังไง หลักฐาน...หลักฐานเรื่องอะไร”

ปัฐน์จ้องมองอีกฝ่ายที่หนีรอดไปได้ หลบไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งเขามองว่าระยะห่างแค่นี้มันไม่ยากเลยหากเขาจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนจ้องมองดวงตาหวานที่ผสานสายตากับเขาอย่างถือดี แววตาของเธอโกรธขึง ท้าทายนั่นก็เหมือนกับว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาเช่นกัน แต่ปัฐน์รู้ว่าวิธีไหนวิธีไหนที่จะเอาชนะผู้หญิงอย่างปลิตราได้

“ผู้หญิงอย่างคุณ...มันมีอะไรดีนะ ถึงได้ทำให้นายปัณณ์หลงหัวปักหัวปำได้ขนาดนั้น” ปัฐน์เอ่ยเสียงเย็นในขณะที่แววตาของเขาจ้องนิ่ง ก่อนไล่สายตาไปตามร่างบางอย่างถือวิสาสะ มุมปากหนาเหยียดยิ้มราวกับประเมินค่า “หรือว่า...”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel