บท
ตั้งค่า

บทที่ 11

“แค่เซ็นสัญญาฉบับนี้”

สัญญาฉบับนี้ถูกยื่นมาตรงหน้า หรือจะเรียกให้ถูกกว่าคือการโยนลงบนหน้าเสียมากกว่า ทำให้ปลิตราต้องรีบคว้าสัญญาฉบับนั้นเหมือนมันทำท่าจะปลิวร่อนหายไปเท่านั้น นึกเคืองคนที่ปล่อยมาได้ไม่ดูตาม้าตาเรือ และเช่นนี้ทำให้ ปลิตราต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงในท่านั่งกึ่งนอน

“สัญญาอะไรของคุณ” เธอถามเมื่อพินิจจ้องมองสัญญาของเขาถึงแม้ว่าจะระบุทุกอย่างไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม แต่เพราะเหตุผลของเขาต่างหากที่ไม่ชัดเจนพอ

“คุณอ่านหนังสือไม่ออกจนต้องให้ผมอ่านให้ฟังอย่างนั้นหรือ” เขาเลิกคิ้วถาม ซึ่งปลิตรามองแล้วมันช่างเป็นการกวนอารมณ์โมโหได้ดีที่สุด

“ฉันรู้ว่ามันเป็นสัญญาจ้างงาน แต่ฉันมีงานทำอยู่แล้ว”

“ผมไม่ได้อยากรู้ว่าคุณมีงานทำหรือยัง ผมแค่ต้องการให้คุณเซ็นสัญญายินยอมเป็นลูกจ้างของผมเท่านั้น”

นี่เธอกำลังพูดอยู่กับมนุษย์ดาวอังคารหรือเปล่า ถึงได้ไม่รู้เรื่องกันเสียที “ฉันไม่ได้อยากเป็นลูกจ้างของคุณ”

“ถ้าเพียงแต่คุณ ยอมเซ็น คุณจะไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม้แต่สตางค์แดงเดียว” ปัณณ์ยื่นขอเสนอ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะเกิดอาการลังเลขึ้นมาทันที แต่เขาก็ต้องคิดผิดเมื่อท่าทางโอนอ่อนนั้นเป็นเพียงการแสดง เมื่อหญิงสาวหันกลับมาตอบเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่...ฉันไม่ตกลง ไม่เซ็นอะไรทั้งนั้น ฉันยอมเป็นหนี้โรงพยาบาล ฉันยอมไปกู้เงินจะในระบบหรือนอกระบบอะไรก็ได้ทั้งหมดฉันยอม ขอแค่ไปให้พ้นๆ จากผู้ชายอย่างคุณก็พอ”

ประโยคนั้นหยิ่งผยองและถือดีเกินให้อภัย อยากไปให้พ้นๆ จากผู้ชายอย่างเขาอย่างนั้นหรือ คงต้องใช้ความพยายามอย่างมากเลยทีเดียว

“คุณเป็นผู้หญิงอย่าอวดเก่งเกินไปนัก เซ็นสัญญาให้ผมดีกว่า...เพราะผมเองก็ไม่จะอยากใช้วิธีอื่นในการบังคับคุณ”

“วิธีอื่น” เธอทวนคำสงสัย “วิธีอะไร...”

“ก็...” คุณหมอหนุ่มลากเสียงยาว แววตาคมกล้าทอดมองตลอดร่างเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง จนปลิตราต้องขยับตัวอย่างอึดอัด ก่อนที่เขาจะตวัดสายตากลับขึ้นมาจ้องสบตากับเธอ

เรื่องจริงที่ว่าเธอเกลียดสายตาของเขา สายตาที่มองกันอย่างสมเพชเวทนา มองว่าเธอต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างราบคาบ เธอเกลียด!

“ฉันไม่เซ็น...” น้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่หัวใจต้องกับกระตุกวาบเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงมา ใกล้จนใบหน้าแทบจะติดกันเลยทีเดียว ก่อนที่ปลิตราจะผินหน้าหนี้ด้วยความตระหนก ยกมือขึ้นกั้นตามสัญชาติญาณ ร่างกายสั่นระรัว ทำให้เสียงที่เล็ดลอดออกมาสั่นสะท้านตามอย่างช่วยไม่ได้

“คะ...คุณจะทำอะไรน่ะ...ถะ...ถอยไปนะ”

ปัฐน์ยกยิ้มมุมปากกับท่าทีอ่อนเดียงสา โน้มตัวลงไปใกล้มากยิ่งขึ้น ใกล้จนเขาแทบได้ยินจังหวะเต้นของหัวใจกันเลยทีเดียว ก่อนที่เขายิ้มได้กว้างมากขึ้นไปอีกเมื่อใบหน้าหวานหลับตาแน่น อาจจะด้วยความหวาดกลัว หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกดี ดีในแง่ที่ว่าอย่างน้อยเขาก็มีอิทธิพล ที่ทำให้เธอรู้สึกรู้สาอะไรอยู่บ้างสักนิด ไม่ใช่ผู้หญิงปากดีที่ต่อปากต่อคำไม่หวั่นเกรงเขาดังเช่นที่ผ่านมา

“เซ็นสัญญาให้ผมเถอะนะ” น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา อ่อนโยนริมใบหู กรุ่นกลิ่นไอร้อนพัดผ่านอยู่ข้างแก้มให้นึกหวาดหวั่น

“คุณถอยไปก่อนได้ไหม” เธอต่อรองทั้งที่ยังหลับตาเสียด้วยซ้ำ และปัฐน์ก็เป็นคนดีมากพอ เขาทำตามคำขอนั้น อย่างไม่มีเงื่อนไข

แต่เธอคงมองเขาในแง่ดีเกินไป เพราะเพียงแค่เธอลืมตาและผินหน้ากลับมามองเท่านั้น ใบหน้าคมก็ฉกวูบ ปากอุ่นประกบริมฝีปากอิ่มอย่างแนบแน่น ราวกับจะสูบวิญญาณเธอออกจากร่างกระนั้น ปลิตราดิ้นรนเพียงครู่พยายามส่ายหน้าหนีริมฝีปากร้อน แต่ก็เหมือนความพยายามจะสูญเปล่า เพราะยิ่งเธอต่อต้านแรงบดเบียดยิ่งเพิ่มมากขึ้น และเพราะด้วยเรี่ยวแรงที่น้อยกว่าทำให้ปลิตราหมดแรงต้านทานและกลั่นกรองความคับแค้นใจนั้นออกมาเป็นสายน้ำตา ซึ่งนั่นดูเหมือนจะเรียกสติของคุณหมอหนุ่มได้ เมื่อเขายอมถอนริมฝีปากออก

แววตาหวานแดงก่ำ มันครางครอไปด้วยหยาดน้ำใส แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังพยายามถลึงตามองเขาอย่างโกรธแค้น แต่ปัฐน์กับทำตรงกันข้ามเมื่อเขายิ้มใส่ดวงตาช้ำราวกับจะเยาะเย้ย

“แค่นี้ก็ร้องไห้แล้วหรือ” น้ำเสียงหยอกเย้า พร้อมๆ กับยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาให้พ้นจากพวงแก้ม แต่ปลิตราก็ปฏิเสธความหวังดีนั้นด้วยการปัดมือของเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ”

ปัฐยิ้มชอบใจ “เซ็นสัญญาให้ผมเดี๋ยวนี้!” และนี่คือประโยคคำสั่ง พร้อมๆ กับการที่เขาถอยห่าง หยิบยื่นปากกาให้พร้อมกับกระดาษแผ่นบางที่ยับยู่ยี่ไปพอสมควร

ปลิตรากัดริมฝีปากแน่น เธอรับทุกอย่างมาด้วยอาการกระแทกกระทั้น “แล้วถ้าฉันไม่เซ็น...”

“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ถ้าไม่อยากเซ็นก็ไม่ต้องเซ็น” น้ำเสียงเรียบ แต่แววตานั้นไม่ได้เรียบเลย กลับพราวระยับจนดูไม่น่าไว้วางใจ และจริง...

“แต่ผมก็ไม่แน่ใจนะว่าภาพระหว่างเรา จะถูกเผยแพร่ไปที่ไหนบ้าง อาจจะเริ่มจากที่ทำงานคุณก่อน แล้วค่อยพัฒนาลงโซเชียลมีเดีย” ปัฐน์ยิ้มมุมปากได้ใจ

“คุณอยากจะดูผลงานการถ่ายรูปของผมก่อนไหม เผือจะเห็นหน้าคุณไม่ชัด”

ปัฐน์ตั้งคำถามพลางกดกดโทรศัพท์ในมือเพียงครู่ ก่อนยื่นให้เธอดู แต่ทันทีที่ปลิตรายื่นมือรับ เขาก็ชักมือกลับ “ดูแต่ตามืออย่าต้องสิจ๊ะ เพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อน ถ้าเกิดคุณเผลอลบไปล่ะแย่แน่”

“เพิ่งถ่ายสดๆ ร้อนๆ อย่างนั้นหรือ” เธอทวนคำเขาเสียงแผ่วเบา อย่างหวาดหวั่น

ปัฐน์ยิ้มมุมปาก เขาหันหน้าจอโทรศัพท์มาให้ดูอีกครั้ง ภาพระหว่างเราที่เพิ่งถ่ายสดๆ ร้อนๆ ปรากฏชัดเจน เธอไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าเขารัวชัตเตอร์มากกว่าสิบครั้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนภาพต่อไปบนจอมือถือให้ดูอย่างสบายอารมณ์ แต่ปลิตราไม่สบายด้วยเลย ดวงตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง ผวาคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมา และอีกเช่นเคยที่เขาชักมือกลับได้อย่างรวดเร็วราวกับนกรู้

“ก็บอกแล้วว่าดูแต่ตามืออย่าต้อง แต่ถ้าคุณอยากดูใกล้ๆ เอาไว้เดี๋ยวผมจะเอามาไว้ให้คุณเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักชุดก็แล้วกันนะ”

“อย่าทำกับฉันอย่างนั้นนะ” เธอร้องบอก “อย่าทำ...”

เขาก็ไม่อยากทำอย่างนี้จริงๆ แต่เธอก็แสนดื้อเสียเหลือเกิน วงหน้าหวานที่บัดนี้มีแต่หยาดน้ำตา และเสียงอ่อนระโหยโรยแรงดั่งจะขาดใจนั้นทำให้ปัฐน์ต้องผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เรียกความโหดเหี้ยมที่เริ่มหดหายไปนับตั้งแต่ได้เห็นน้ำตาของคนที่เก่งแต่ปากนั้นตั้งแต่แรกแล้ว

“คุณไม่ต้องกลัว ผมจะยังไม่ทำอะไรกับภาพพวกนี้ทั้งนั้น ถ้าเพียงคุณยอมเซ็นชื่อลงบนเอกสาร แล้วผมจะให้คุณเป็นคนทำลายภาพพวกนี้ด้วยมือของคุณเอง แต่ถ้าคุณปฏิเสธ ก็น่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่คุณเลือก ปลิตรา” เขาบอกเรียบเรื่อย แต่ประโยคสุดท้ายถูกเน้นหนักเหมือนเป็นการตอกย้ำให้เธอเร่งตัดสินใจ

แน่ล่ะเธอรู้ รู้แม้กระทั่งว่าเขาไม่ได้ขู่เล่นๆ เขาพร้อมที่จะเอาตัวเองเข้ามาแลกในเกมนี้อย่างไม่มีข้อสงสัย “แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไง ว่าถ้ายอมเซ็นสัญญา คุณจะยอมให้ฉันทำลายภาพพวกนั้น”

“ผมไม่ได้ขอร้องให้คุณมั่นใจในตัวผม...ผมก็แค่ต้องการให้คุณเลือก” เข้าใช้น้ำเสียงนิ่งเรียบกดดันพร้อมๆ กับแววตาคมกล้าที่มองมาอย่างท้าทาย

ปลิตรากลั้นลมหายใจ มือบางจับปากกาด้ามเล็กจรดลงบนกระดาษด้วยอาการสั่นระริกจนแม้แต่ตัวเองก็ยังรู้สึกได้ หญิงสาวชั่งใจอยู่หลายวินาทีก่อนที่จะตวัดปลายปากกาเซ็นลงในสัญญาฉบับนั้น ก่อนส่งคืนให้กับเขา ที่ยืนรอรับอยู่อย่างผู้ชนะ พลางทวงสิ่งของที่ต้องการ “เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน”

ปัฐน์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนยื่นเจ้าเครื่องมือสื่อสารให้กับเธอ และปลิตราก็จัดการลบภาพเหล่านั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่เหมือนเธอจะคิดได้ โทรศัพท์เครื่องนี้ใช้หน่วยความจำของตัวเครื่องซึ่งแน่นอนต่อให้เธอลบจนไม่มีอะไรเหลือให้เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกู้ข้อมูลกลับมาไม่ได้ หญิงสาวจึงไม่ได้คืนโทรศัพท์เครื่องนั้นให้กับเขา ตรงกันข้ามเธอกลับนำมันไปหย่อนลงในเหยือกน้ำพลาสติกของโรงพยาบาลที่มีน้ำอยู่เกือบค่อนบนโต๊ะข้างเตียงนั้น

“เฮ้ย! คุณทำอะไรของคุณ” คุณหมอหนุ่มผวาคว้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่บัดนี้จมดิ่งอยู่ใต้ก้นเหยือก แม้จะรู้ว่าไม่ทันการเสียแล้ว

“เพื่อความมั่นใจ ว่าคุณจะไม่สามารถนำรูปพวกนั้นกลับมาแบล็คเมล์ฉันได้อีก” น้ำเสียงไม่ยีหระ ต่อการเสียทรัพย์สินของคนอื่นที่ปลิตราพูดออกมา นึกอยากทำให้คุณหมอหนุ่มบีบคอสวยๆ ให้หักคามือเสียนัก แต่เขารู้ว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้น เขาจึงทำเพียงยักไหล่ไม่แยแสเช่นกัน

“ถ้ามันเป็นความสบายใจของคุณ ก็ไม่เป็นไร แต่หวังว่าคุณจะรู้นะว่าผมสามารถจะทำภาพแบบนั้นอีกเมื่อไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องกู้ข้อมูลจากโทรศัพท์ให้เสียเวลาด้วยซ้ำ” เขาบอกอย่างใจเย็นยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะโน้มตัวลงมาอีกครั้ง เอ่ยกระซิบประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงที่ปลิตราคิดว่าเลือดเย็นที่สุด

“บางทีนะ...ภาพต่อไปอาจจะลึกซึ้งกว่านี้เสียอีก”

และทันทีที่คุณหมอหนุ่มพูดจบเขาก็ถอยหลัง ทิ้งรอยยิ้มปนสมเพชนั้นก่อนหันหนีเดินจากไป แต่ก่อนที่ประตูปิดสนิทลงเขากลับหันมาอีกครั้ง “คุณจะไม่มีวันหนีผมพ้น...ปลิตรา”

ประตูห้องถูกปิดลงได้ทันท่วงทีก่อนที่หมอนสีขาวใบเล็กจะปลิวหวือ ด้วยน้ำมือของปลิตรา แรงกระแทกแผ่วเบานั้นจึงกระทบเพียงแค่ประตูห้องเท่านั้น

ปัฐน์ พิทยาเวช เธอเกลียด! เขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel