3. รุ่นพี่
หลังจากนั้น ความเงียบก็เข้ามาปกคลุม กระทั่งรถยนต์คันหรูได้หยุดลง ม่านหมอกก็หันมาไหว้ขอบคุณคนที่นั่งข้าง ๆ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงเงียบนิ่ง เธอเลยต้องลงมาก่อนจะถูกดุอีก
พอประตูปิด รถมันก็เคลื่อนออกไปทันที
“เอ๋! แล้วเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ แล้วทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะ เราไม่ได้ยิน ถามใหม่ไม่ได้หรือไง” ม่านหมอกพึมพำต่อว่าอีกฝ่าย ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีมือของใครบางคนมาแตะที่ไหล่
“น้องหมอก”
“พี่เชน” เธอยิ้มกว้างให้เขาทันที
“ตรงนี้แดดร้อน เราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ” รุ่นพี่ไม่พูดเปล่า แต่ยังยื่นมือออกมาแตะต้นแขนดันให้ออกเดินด้วย ซึ่งมันเป็นคราแรกเลยก็ว่าได้ ที่อีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้
และม่านหมอกก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาหรือทำท่ารังเกียจ ใจเธออยากให้อีกฝ่ายแตะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะม่านหมอกอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับเขาให้มันมากขึ้น ไม่ใช่แค่รุ่นพี่กับรุ่นน้องเหมือนอย่างตอนนี้ ทว่ามันคงอีกไม่นานหรอกมั้ง
เพราะวันนี้ สวรรค์เมตตาให้เธอกับเขาอยู่ในเมืองเดียวกันแล้ว ที่สำคัญคือ ไม่มีใครห้ามไม่ให้เธอออกจากบ้านแล้วด้วย
“ทานอะไรมาหรือยัง ข้างบนสุดมีร้านอาหาร หรือจะไปฟังเพลงที่ชั้นใต้ดินก่อนแล้วค่อยออกมากินทีหลัง ที่นี่ปิดเที่ยงคืน เรามีเวลาเหลือเฟือ” คนตัวโตแนะนำอย่างคุ้นเคย
“พี่เชนมาบ่อยเหรอคะ”
“ไม่หรอก พี่เพิ่งมาอยู่ที่นี่แค่สองอาทิตย์เองนะ จะมาบ่อยได้ไง แต่ที่รู้ก็เพราะมาครั้งเดียวแต่มีโอกาสได้ขึ้นทั้งบนและล่างไง เลยดูเหมือนคนมาบ่อย” พูดจบ เขาก็ยิ้มอาย
“ฮ่า ๆ แบบนี้นี่เอง งั้นหมอกขอขึ้นไปชมวิวก่อนได้ไหมคะ จะได้หาอะไรกินด้วย ตั้งแต่ลงเครื่องยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“ได้สิ งั้นขึ้นชั้นบนนะ” คเชนทร์บอกอย่างตามใจ
จากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นไปชั้นบนสุด ซึ่งเป็นร้านอาหารสุดหรู บรรยากาศยามพลบค่ำถือว่าสวยมากเลยทีเดียว
ตื๊ด! ตื๊ด!
“พี่ขอไปรับสายก่อนนะ”
“ได้ค่ะ” ม่านหมอกยิ้มให้เขา ก่อนจะหันกลับมามองวิวด้านหน้าอีกหน แต่พอเธอหันกลับมาก็พบกับสายตาของผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามจ้อง ราวกับกำลังจับผิด
‘อะไรของเขา ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง’ ถึงจะหงุดหงิด แต่ม่านหมอกก็ยังนึกเข้าข้างตัวเอง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง เพราะเธอจัดว่าเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและน่ารักเอามาก ๆ
ซึ่งแต่ละบทบาทมันขึ้นอยู่กับการแต่งตัวของเธอ และวันนี้เธอแต่งออกมา ถ้าจะพูดว่าสวยก็พูดได้ ถ้าจะพูดว่าน่ารักมันก็ไม่ผิด เพราะชุดที่เธอใส่มันให้ความรู้สึกทั้งสองแบบ
ยิ่งวันนี้เธอปล่อยผมยาวตรง มันก็ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ พอดีเพื่อนพี่มันยกโขยงมาเที่ยวที่นี่เหมือนกัน เห็นว่าอยู่ข้างล่างนี่แหละ หมอกอยากไปรู้จักเพื่อนพี่เอาไว้มั้ย เผื่อวันหน้ามีปัญหาอะไรจะได้มีคนช่วย ไม่ต้องห่วง มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่น่ากลัวหรอก” พูดจบเขาก็ยิ้มอ่อนให้เธอเหมือนเคย ซึ่งยิ้มนี้แหละที่มันสะกดใจม่านหมอกดีนัก
“ถ้าไม่เกินสองทุ่มก็พอได้ค่ะ หมอกเกรงใจคุณป้า”
“ได้ ๆ แค่ทำความรู้จักกันแล้วกลับเลยก็ได้” คเชนทร์ยิ้มร่า ก่อนจะเรียกเก็บเงิน จากนั้นเขาก็พารุ่นน้องออกจากร้าน
โดยมีสายตาของกลุ่มคนที่นั่งจ้องม่านหมอกมองตาม
“จะให้จับตาดูไหมครับ ไอ้หมอนี่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย”
“หึ ตามทำไม เด็กใจแตกแบบนี้ ไม่เห็นมีอะไรน่าห่วง” เฉิงอี้เอ่ยกับเหว่ยซาที่นั่งหันหลังให้ม่านหมอกอย่างไม่ยี่หระ
“แต่คุณผู้หญิงสั่งให้ดูแลเธอให้ดีนะครับ”
“แล้วไง พวกฉันก็อุตส่าห์ยกห้องให้เธอแล้ว แต่เด็กนี่เร่ออกมาหาผู้ชายเอง ทำไมฉันจะต้องมาเสียเวลาตามดู สู้เอาเวลาไปอัดกระแทกเด็กในสังกัดไม่ดีกว่าเหรอ”
“ประธานเฉิง อย่าใจร้ายกับเด็กผู้หญิงน่ารักแบบคุณหมอกเลยนะครับ เธอออกจะนิสัยดีนะครับ” เหว่ยซาเกลี้ยกล่อม เพราะอยากให้เจ้านายไปดูหญิงสาวที่อยู่ในความปกครองสักนิด
“นายห่วงนักก็ไปดูเองสิ”
“ได้ที่ไหนกัน ขืนทำแบบนั้น หลิงหลิงได้เอาผมตายแน่ ผมไม่กล้าเสี่ยงหรอกครับ” เลขาคนสนิทรีบโบกมือเป็นพัลวัน
“งั้นก็อย่ามาโยนให้ฉัน เพราะฉันไม่สนใจผู้หญิง” พูดจบร่างสูงของประธานเฉิงก็ลุกขึ้น ก่อนจะกระชับสูทบนตัวให้เข้าที่ แล้วเดินออกไปโดยไม่ฟังคำพูดโน้มน้าวของเลขาแม้แต่น้อย
ด้านล่างของชั้นใต้ดิน…
ม่านหมอกได้แต่นั่งตัวเกร็งท่ามกลางหนุ่มหล่อและไม่หล่อที่กำลังรุมล้อมเพื่อขอชนแก้วกับเธอ ยังดีที่มีรุ่นพี่คอยกันให้ พวกเขาก็ไม่ได้ทำรุ่มร่ามอะไรนอกจากมานั่งจ้องหน้าและนม
“อึดอัดเหรอ อยากกลับมั้ย” คเชนทร์ถามเสียงอ่อน
“กลับก็ดีค่ะ หมอกยังเพลียกับการนั่งเครื่องอยู่เลย” เธอรีบเอาเรื่องนี้มากลบเกลื่อน เพราะมันเป็นเหตุผลที่ดีสุดแล้ว
“งั้นเรากลับกันเถอะ” คเชนทร์หันมาคว้าเอามือนุ่มไปกุม แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับลุก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาก่อน
“เควิน นี่คุณก็มาเหรอคะ” สาวสวยที่มาใหม่ ไม่เพียงแต่พูด แต่เธอยังพุ่งเข้ามานั่งบนตักอีกฝ่ายด้วย
ม่านหมอกถึงกับหน้าเจื่อน มือเย็นราวกับจับก้อนน้ำแข็ง
“นี่เธอ ขยับมาตรงนี้เถอะ ปล่อยให้คู่รักเขาได้สวีทกันดีกว่านะ” ผู้ชายที่นั่งจ้องเธออยู่นานได้โอกาสก็รีบรั้งแขน
ทว่าม่านหมอกกลับปัดออก พร้อมกับรีบลุกหนีออกมา เพราะภาพที่เห็นมันทำให้เธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว
“เดี๋ยวสิเธอ ดื่มนี่ก่อนถึงจะไปได้” ผู้หญิงคนหนึ่งรั้งเธอไว้ พร้อมกับยื่นแก้วให้ และรอบข้างยังมีตามมาอีกสองคน
‘ถ้าเราไม่ดื่ม คงไม่ยอมปล่อยไปสินะ แต่ว่าเหล้านี่ใส่อะไรไว้หรือเปล่า ทำไมพวกเขาต้องขยั้นคะยอให้เราดื่ม’ ถึงม่านหมอกจะชอบเที่ยว ทว่าเธอก็เป็นคนระวังตัวมาก
แต่สถานการณ์ตอนนี้ หากเธอไม่ดื่ม คงไม่ได้ออกไปแน่ และที่สำคัญรุ่นพี่ที่พาเธอมา เขาก็กำลังลุกมาหา มือขาวจึงคว้าแก้วมากระดกจนหมด จากนั้นก็รีบหมุนตัวออกไปจากห้อง
“หมอก! หมอก! หยุดก่อน มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ เพื่อนพี่มันรวมหัวกันแกล้ง พี่กับเขาไม่ได้มีอะไรกัน” คเชนทร์วิ่งตรงดิ่งเข้ามา พร้อมกับส่งเสียงอธิบายอย่างร้อนรน
“จูบนัวร์ขนาดนั้น บอกไม่มีอะไรกันเหรอคะ”
“ไม่ใช่นะ เพื่อนพี่มันแกล้งจริง ๆ” คเชนทร์ยังคงอธิบาย
“แกล้งเหรอคะ งั้นหมอกจะจูบกับใครก็ได้น่ะสิ แล้วก็มาบอกว่าแกล้งก็ได้ใช่ไหม นั่นมันจูบกันนะคะ ไม่ใช่จับมือ”
คเชนทร์นิ่งอึ้งไปทันที ก่อนจะนึกอะไรได้เขาเลยรีบพูดออกมา “หมอกอย่าลืมสิคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ แล้วทำไมหมอกต้องโกรธขนาดนี้ล่ะ หรือว่าหึงพี่คะ หมอกหึงพี่ใช่ไหม”
ม่านหมอกนิ่งงันไปตามคาด เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะมาไม้นี้ ซึ่งมันทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ
