4.ไม่ใช่หน้าที่
คเชนทร์มองรุ่นน้องที่เอาแต่ยืนนิ่งก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เพื่อพูดความในใจที่เขาเก็บเอาไว้มานาน “พี่ชอบหมอกนะ ถ้าหมอกหึงพี่ งั้นเรามาคบกันดีไหมคะ เป็นแฟนพี่นะ”
ทว่าคนตัวเล็กกลับถอยห่างออกมา ก่อนจะพูดว่า
“หมอกมีนิสัยเสียอยู่อย่างค่ะ คือหมอกไม่ชอบเสียเปรียบใคร ถ้าพี่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เพื่อน งั้นหมอกก็จะหาเพื่อนสักคนมาเป็นจูบแรกให้ตัวเอง ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคุยเรื่องคบกัน แบบนี้พี่ว่าดีไหมคะ” ม่านหมอกตอบกลับเสียงแข็ง
ไม่ใช่ว่าเธอโกรธจนไม่มีเหตุผล หากเรื่องที่คเชนทร์พูดมันเป็นจริง เธอก็เข้าใจได้ แต่ช่วงเวลานั้น เธอเห็นเต็มสองตาว่ารุ่นพี่ไม่ได้ยกมือผลักไสผู้หญิงคนนั้นออก ที่สำคัญคือนัวร์กันจนลิ้นแลบออกมา แล้วยังจะมาบอกว่าเพื่อนแกล้งอย่างนั้นเหรอ
เชิญไปพูดให้ลิงฟังเถอะ…
“หมอกอย่าทำตัวไม่มีเหตุผลสิครับ หมอกจะไปจูบกับคนนั้นคนนี้ได้ยัง เรื่องพวกนี้ผู้หญิงไม่ควรทำนะครับ”
“ทีพี่ยังทำได้ ทำไมหมอกจะทำไม่ได้คะ”
“หมอก! หมอกไม่มีเหตุผลเลยนะ”
“นี่แหละเหตุผลของหมอก พี่คเชนทร์จูบคนอื่นได้ หมอกก็จูบคนอื่นได้เหมือนกัน มันจะได้แฟร์ไงคะ” พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินหนี แต่พอก้าวเดิน ม่านหมอกกลับรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันเบลออย่างไรไม่รู้ คนด้านหลังเลยรีบตรงเข้ามาเพื่อประคอง
แต่ร่างเล็กกลับเซถลาเข้าหาผู้ชายที่กำลังเดินสวนมาก่อน
“คุณช่วยฉันด้วย ฉันถูกวางยา” เธอพึมพำกับคนแปลกหน้าอย่างสะลึมสะลือ และคนที่เข้ามาเพื่อประคองก็ได้ยินชัดเจน
“หมอก ใครวางยาหมอก” คเชนทร์รีบถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่! อย่ามาแตะอย่ามาแตะ” มือเล็กรีบปัดไปมา เพราะภาพเมื่อครู่ยังทำเธอใจเจ็บ ม่านหมอกจึงไม่อยากให้เขาเข้าใกล้
“ถอยออกไป ผู้หญิงเขาบอกไม่ไปด้วยยังจะตอแยอีก” คนที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น แต่ก็ใช่ว่าคเชนทร์จะกลัว
“เธอเป็นแฟนผมครับ เธอดื่มมากไปเลยเมา ผมกำลังจะพากลับ” คเชนทร์ยื่นมือออกไปตั้งใจจะรั้งเอาร่างที่ยืนโซเซเข้ามาหาตัว ทว่ามือเขากลับถูกคนตัวเท่ากันปัดออก
“แต่ฉันคือผู้ปกครองของม่านหมอก ฉะนั้นนายไม่ต้องยุ่ง”
คเชนทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“ผะ… ผู้ปกครอง มะ…หมายความว่าไง หมอกอยู่กับคุณป้าไม่ใช่เหรอ แล้วคุณจะมาเป็นผู้ปกครองเธอได้ไง”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ” เฉิงอี้ตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะถอนหายใจในเวลาต่อมา เพราะคนที่ยืนกอดเขากำลังสอดมือเข้าไปลูบวนที่หน้าท้อง หากมือเธอเลื่อนต่ำกว่านี้เป็นได้โดนงูฉกแน่
“อื้อ…ร้อนจัง พี่คะพาฉันไปอาบน้ำที” เสียงกระเส่าเปล่งออกมาร้องขอ ซึ่งอันที่จริงม่านหมอกไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ เพียงแต่ฤทธิ์ยามันทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้จะมีสติ ทว่าร่างกายมันเริ่มจะทนต่อความต้องการไม่ไหวแล้ว
“เหว่ยซา นายโทรตามฉืออี้ ให้เขามาจัดการแล้วกัน” พูดจบ เฉิงอี้ก็แบกเอาร่างเล็กขึ้นบ่าแล้วเดินออกไปดื้อ ๆ
“หยุดนะ! นี่คุณจะพาหมอกไปไหน” คเชนทร์ยังคงไม่ยอม เพราะเขาไม่เชื่อว่าคนคนนี้จะเป็นผู้ปกครองม่านหมอกจริง ๆ
แต่พอวิ่งตรงไปหา เขากลับโดนทั้งมัดทั้งเท้าจากลูกน้องของผู้ชายคนนั้น ในที่สุดคเชนทร์ก็ต้องยอมแพ้เพราะสู้ไม่ได้
“หมอก พี่ขอโทษ”
ในห้องรับรองชั้นที่ยี่สิบห้า…ม่านหมอกยังคงนอนบิดเร้าอย่างทรมาน เพราะความต้องการมันเพิ่มมากขึ้นทุกที
และเมื่อเธอทนไม่ไหว หญิงสาวก็พาตัวเองวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ โดยมีเฉิงอี้ตามไปยืนดูด้วยท่าทางเย็นชา
“ประธานเฉิง จะไม่ช่วยจริง ๆ เหรอครับ” เหว่ยซายืนหลบข้างประตู เพราะไม่กล้าโผล่หน้าเข้าไปมอง
“ไม่ ทำไม่ลง นายอยากช่วยก็ไปช่วยสิ รับรองฉันไม่บอกหลิงหลิงหรอก” เฉิงอี้ที่ยืนพิงประตูตอบอย่างไม่ยีหระ
“อย่าพูดแบบนี้สิครับ ผมรักเดียวใจเดียวนะ”
“หึหึ รักเดียวมันมีที่ไหนกัน”
“ประธานก็พูดได้สิครับ ก็คุณยังไม่เคยรักใครนี่”
“พอ ๆ อย่ามาพูดเรื่องนี้กับฉัน ไปดูสิพี่ชายฉันมาหรือยัง เสียเวลากินเด็กจริง ๆ” พูดพร้อมกับดันไหล่เลขาไปข้างหน้า และยังไม่ทันที่เหว่ยซาจะเดินถึงประตู ร่างสูงของฉืออี้ก็เดินเข้ามา
“อยู่ที่ไหน”
“ในห้องน้ำ สงสัยช็อคตายไปแล้วมั้ง เงียบเชียว”
“นายนี่ก็ใจดำนะ ทำไมไม่รู้จักช่วยบรรเทาก่อน รู้ก็รู้ว่าที่นี่เล่นยาแรง เด็กตัวแค่นี้จะไปรับไหวได้ยังไง”
“เอาน่า พี่ก็มาแล้ว รีบ ๆ เข้าไปเถอะ ผมไปก่อนนะ”
“ไม่ได้ นายต้องอยู่ด้วย”
“ไม่เอา ใครจะมาอยู่ดูพี่เอาผู้หญิง เอาผู้ชายก็ว่าไปอย่าง” พูดจบ เฉิงอี้ก็รีบสาวเท้าออกไปจากห้องทันที
“ไอ้คนเห็นแก่ตัว” ฉืออี้ตะโกนด่าตามหลัง
และก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ประธานหนุ่มก็ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นเขาก็ถอดสูดออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว และยังปลดเข็มขัดโยนทิ้งมันหน้าห้องน้ำด้วย
พอเข้ามาเขาก็ยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะภาพที่เห็นมันทำสติเขาเตลิดเปิดเปิงยังไงไม่รู้ หากจะว่าไป ใช่ว่าเขาจะไม่เคยลองทำกับผู้หญิง แฟนเก่าสมัยมหาลัยก็มีแต่สวย ๆ ทั้งนั้น
ทว่าผู้หญิงที่หุ่นสวยขนาดนี้เขายังไม่เคยเจอ
ขนาดเห็นแค่ร่างเปลือยทางด้านหลังเขายังว่ามันงดงาม แล้วข้างหน้ามันจะสวยขนาดไหนกันนะ
“ม่านหมอก” เขาเรียกชื่อเธอครั้งเดียว คนที่ยืนตากฝักบัวก็ชะงัก และเธอไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“คะ…คุณให้ฉันอยู่คนเดียวได้ไหมคะ ฉันยังไหว” เธอบอกเสียงสั่น แต่ถ้าจะสังเกตดีดี จะเห็นว่าที่แขนมันมีรอยฟันอยู่
“ยามันไม่มีทางหมดฤทธิ์จนกว่าร่างกายเธอจะปลดปล่อย น้ำมันไม่ช่วยอะไร มีแต่จะทำให้เธอป่วยไม่รู้เหรอ”
“แต่ฉัน”
“ก็แค่วันไนท์สแตน จะกลัวไปทำไม ทำอย่างกับไม่เคย” ฉืออี้ไม่พูดเปล่า มือเขายังหันมาถอดชุดตัวเองออกจนหมดด้วย จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปยืนซ้อนหลังเปลือยเปล่าของเธอ
“อื้อ… ยะ…อย่าค่ะ” เสียงร้องท้วงพร่ากระเส่าเปล่งออกมา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า มันได้กระตุ้นความต้องการของประธานหนุ่มวัยสามสิบเป็นอย่างมาก และตอนนี้เขาก็กำลังลูบไล้ตัวเธอ
“อื้อ… ยะ…อย่า” ม่านหมอกร้องท้วง เพราะคนตัวโตกำลังใช้มือสัมผัสร่างกายเธอราวกับต้องการสำรวจ
มือข้างหนึ่งลูบวนที่เต้าอวบ บีบขยำมันอย่างไม่ปรานี ส่วนอีกข้างเขากำลังเลื่อนมันลงต่ำไปที่เนินอวบที่เต็มอุ้งมือ
“อื้อ…” เธอครางหวาน เมื่อนิ้วเรียวเริ่มอยู่ไม่สุก เพราะมันกำลังแหวกว่ายเข้าไปในร่องหลึบที่ปิดสนิท และเมื่อเขากดนิ้วเข้าไป เธอก็เชิดหน้าครางเสียงหลง เพราะอีกฝ่ายไม่ได้หยุดเอาไว้เฉย ๆ นิ้วของเขากำลังขยับเข้าออกในร่องรูของเธอ
ร่างกายที่ไม่เคยโดนใครสัมผัส เริ่มตอบสนองอย่างรุนแรง จนม่านหมอกไม่รู้ตัวเลยว่า เธอยกขาขึ้นไปยันที่มุมกำแพงตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอรู้แค่ว่าต้องเปิดทางให้นิ้วเรียวเข้าออกง่ายที่สุด เพราะตอนนี้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน
“อื้อ…พี่เชน อ่า…แรงอีกค่ะ” เธอเผลอครางชื่อคนที่แอบรักออกมาอย่างลืมตัว ส่วนหนึ่งคงมาจากสติสัมปชัญญะเริ่มจะไม่มีแล้ว เลยทำให้อารมณ์ที่มีมันเตลิดไปไกลจนคุมไม่อยู่
แต่แล้ว ความสุขที่มีกลับต้องหยุดชะงัก
เพราะนิ้วเรียวที่กำลังขยับมันได้หยุดลง และก่อนที่เธอจะได้ทักท้วง ร่างเปลือยของม่านหมอกก็ถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา คนที่เธอเคยจ้องหน้าจนลืมไปว่าอีกฝ่ายพูดอะไรด้วย
“คุณ…”
“ฉันไม่ใช่ใครคนนั้นของเธอ ถ้าอยากให้ช่วย ก็อย่าเรียกชื่อผิด จำไว้ว่าฉันคือฟางฉืออี้” พูดจบเขาก็ดันตัวเธอไปติดผนัง และฉืออี้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก ริมฝีปากหนากลับฉกวูบลงบนปากอิ่มที่เผยออ้าเพื่อจะกล่าวทักท้วงบางสิ่ง
