ตอนที่ 6 คิดจะจูบเธอ
หยางจื่อ งั้นเหรอ?
เจอกันครั้งแรกก็เรียกซะสนิทสนมเชียวนะ ทีกับเขาล่ะเรียก ‘คุณเซี่ย’ ทุกคำ
ยัยเด็กนี่... สองมาตรฐานชะมัด
พนักงานทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟ เซี่ยเจิ้นกั๋วรีบเชื้อเชิญเจียงหลีอย่างกระตือรือร้น “อาหลีลูก ลองชิมดูสิ ปู่ก็ไม่รู้ว่าหนูชอบทานอะไรเลยสั่งมาสุ่มๆ น่ะ ถ้าไม่ถูกปากเราค่อยเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นกันนะ”
มองดูอาหารเต็มโต๊ะแล้ว เจียงหลีก็รู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย “คุณปู่คะ ฉันทานได้ทุกอย่างค่ะ แค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ”
“ดีๆๆ งั้นหนูทานเยอะๆ นะ... เจ้าลูกชาย แกเป็นรูปปั้นหรือไง รีบคีบกับข้าวให้แม่หนูเจียงสิ” เซี่ยเจิ้นกั๋วถลึงตาใส่เซี่ยหวยชูพลางดุ
“คุณปู่คะ ฉันตักเองได้ค่ะ” เจียงหลีพยายามปรามความใจดีของคุณปู่ที่ดูจะล้นจนเกินรับไหว
เซี่ยหวยชูถือตะเกียบด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาคีบเนื้อและผักวางลงในถ้วยของเธอ “อย่าทำเสียศรัทธาในความหวังดีของคุณปู่เลยครับ”
“...”
เจียงหลีก้มหน้าก้มตาพุ้ยข้าวเงียบๆ ใจเธออยากจะขุดหลุมมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด มื้อนี้มันทำให้เธอรู้สึก ‘ได้รับความเมตตาจนเกินควร’ จริงๆ
หลังอาหาร เซี่ยหวยชูขับรถพาบุคคลทั้งสามออกไป เจียงหลีนั่งเบาะข้างคนขับ ส่วนเซี่ยเจิ้นกั๋วและลู่จื่อหยางนั่งเบาะหลัง
ลู่จื่อหยางนั้นเป็นพวกพูดมากโดยธรรมชาติ “พี่สาวครับ พี่จบจากมหาวิทยาลัยไหนเหรอ?”
“มหาวิทยาลัยหนานเอิน เมืองอวิ๋นเฉิงค่ะ มีอะไรหรือเปล่า?” เจียงหลีเอียงหน้าถามตามสัญชาตญาณ
“บังเอิญจัง! ผมก็กะจะสอบเข้าที่นั่นพอดีเลยครับ” ลู่จื่อหยางตื่นเต้นสุดขีด แต่พริบตาต่อมาเขาก็ทำหน้ามุ่ยเหมือนมะเขือเทศถูกน้ำค้างกัด “แต่เสียดายผมเรียนไม่ค่อยเก่ง ท่าทางจะร่วงมากกว่ารอด”
“ไม่หรอกค่ะ เธอต้องมั่นใจในตัวเองสิ” เจียงหลีให้กำลังใจจากใจจริง
“งั้นพี่สาวมาเป็นติวเตอร์ให้ผมได้ไหมครับ?”
ข้อเสนอที่กะทันหันของลู่จื่อหยางทำให้เจียงหลีตกตะลึง “ฉันเหรอ?”
“ใช่ครับ!” ใบหน้าที่เคยหม่นหมองของลู่จื่อหยางกลับมาฉายแววสดใส “พี่สาวทั้งสวยทั้งเรียนเก่ง ถ้าได้พี่มาติวให้ ผมต้องเก่งจนบินได้แน่ๆ เลย”
เจียงหลี: “...” เธอควรจะพูดอะไรดีล่ะเนี่ย?
“พี่สาวครับ ตกลงเถอะนะ” เมื่อเห็นเจียงหลีลังเล ลู่จื่อหยางก็โน้มตัวมาข้างหน้าแล้วเขย่าแขนเธออ้อนวอน “พี่สาวคนสวย ตกลงนะ นะครับๆๆ”
“ปล่อยมือ” เสียงเย็นยะเยือกของเซี่ยหวยชูดังระฆังดุฟุ้งกระจายไปทั่วรถ แววตาของเขาก็เย็นชาไม่แพ้กัน เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว ลู่จื่อหยางก็รีบชักมือกลับทันควัน เขาทำตัวเหมือนเด็กที่ทำความผิด ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดไม่กล้าจา
“คุณอย่าไปดุเขาสิ” เจียงหลีค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง นึกเห็นใจลู่จื่อหยางขึ้นมา
“เด็กดื้อห้ามสปอยล์”
เมื่อรถถึงคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ลู่จื่อหยางก็ประคองคุณปู่ลงจากรถ “คุณปู่คะ กลับไปพักผ่อนเยอะๆ นะคะ ฉันขอตัวกลับก่อนค่ะ” เจียงหลีบอกลาเซี่ยเจิ้นกั๋วอย่างนอบน้อม เธอมองไปยังลู่จื่อหยางที่ยืนหดตัวเหมือนนกคุ่มก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“หยางจื่อถ้าเธอไม่รังเกียจ ทุกวันอาทิตย์พี่จะมาช่วยติวให้วันนึงนะ”
“จริงเหรอครับพี่สาว!” ได้ยินดังนั้น ลู่จื่อหยางก็เหมือนโดนฉีดอะดรีนาลีนเข้าเส้น เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอทันที แววตาเต็มไปด้วยความดีใจ
“อืม จริงสิ”
“ว้าว พี่สาวใจดีที่สุดเลย ผมรักพี่ที่สุดเลยครับ!” ลู่จื่อหยางกระโดดโลดเต้นอย่างคึกคะนอง
“ประคองคุณปู่เข้าไป” เซี่ยหวยชูมองเขาด้วยสายตาอำมหิตพลางออกคำสั่ง
ลู่จื่อหยางหุบยิ้มทันที เขายอมเชื่อฟังรีบประคองเซี่ยเจิ้นกั๋วเดินเข้าบ้านไป พอก้าวเข้าถึงห้องโถง สองปู่หลานก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่
“คุณตาครับ พี่หวยชูเขาน่ากลัวเกินไปแล้ว” ลู่จื่อหยางนึกถึงแววตาเมื่อกี้แล้วอดไม่ได้ที่จะลูบแขนตัวเอง
เซี่ยเจิ้นกั๋วยกมือขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากพลางเอ่ยอย่างหวาดหวั่น “เจ้าเด็กนั่นน่ากลัวจริงๆ ปู่ล่ะเสียวว่ามันจะฟิวส์ขาดลุกขึ้นมาตบแกเข้าให้”
“แต่ยังดีที่แกหัวไว ทำให้แม่หนูเจียงยอมมาเป็นติวเตอร์ได้” พูดมาถึงตรงนี้ เซี่ยเจิ้นกั๋วก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกเฒ่า “ด้วยวิธีนี้ เจ้าเด็กบ้านั่นกับแม่หนูเจียงก็จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ปู่ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่หวั่นไหว”
ลู่จื่อหยางได้ยินดังนั้นก็รีบเสนอหน้าทวงผลงาน “คุณตาครับ ถ้าพี่ผมกับพี่เจียงรักกันได้สำเร็จ ผมนี่แหละคือขุนพลเอก คุณตาอย่าลืมรางวัลใหญ่ให้ผมด้วยนะ!”
“วางใจเถอะ ไม่ใช่แค่รางวัลนะ อยากได้รถสปอร์ตสักคัน ปู่ก็จัดให้แกได้!”
“ว้าว คุณตาเท่ที่สุดเลย! ผมรักตาครับ!” ลู่จื่อหยางโผเข้ากอดเซี่ยเจิ้นกั๋วแล้วหอมแก้มท่านฟอดใหญ่
“โถ่ เจ้าหลานเซ่อเอ๊ย” เซี่ยเจิ้นกั๋วปล่อยให้เขาเล่นไปตามประสา แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ห้องสมุดปี้สุ่ยหวย
เจียงหลีเปิดประตูลงจากรถ “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”
“มันเป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ” เซี่ยหวยชูตอบเรียบๆ “เรื่องที่จื่อหยางพูด คุณไม่ต้องเก็บมาใส่ใจก็ได้นะ” เขาหมายถึงเรื่องการเป็นติวเตอร์
“ในเมื่อฉันรับคำไปแล้ว ก็ไม่ควรผิดคำพูดค่ะ” เจียงหลีเอียงหน้ามองเขา หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยพลางยกยิ้มมุมปาก “ทำไมคะ? กลัวฉันจะสอนหลานชายคุณจนเสียคนเหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ” เซี่ยหวยชูมองเธอเงียบๆ ความรู้สึกแปลกๆ ที่ซ่อนลึกอยู่ในใจเริ่มแผ่ซ่านออกมาอีกครั้ง
วินาทีต่อมา เขาเอื้อมมือไปโอบเอวบางของเจียงหลีแล้วรั้งตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที
“คะ...คุณจะทำอะไรคะ?” เจียงหลีไม่คาดคิดว่าเขาจะทำแบบนี้ เธอตกใจจนทำตัวไม่ถูก แก้มแดงระเรื่อ หัวใจเต้นรัวแรงจนพูดติดอ่าง
เซี่ยหวยชูไม่ตอบคำถามของเธอ เขาค่อยๆ เอียงหน้าเข้าใกล้เธอทีละนิด
เมื่อเห็นว่าระยะห่างของทั้งสองเริ่มใกล้กันจนเกินไป เจียงหลีที่กำลังลนลานจึงตัดสินใจกระทืบลงบนเท้าของเขาอย่างสุดแรง!
“ซี้ด...” เซี่ยหวยชูครางด้วยความเจ็บปวดพลางปล่อยมือออกจากตัวเธอ เขาขมวดคิ้วแน่น
“เจียงหลี” เขาขบกรามเรียกชื่อเธอเสียงเข้ม
“ฉันง่วงแล้ว ลาก่อนค่ะ!” เจียงหลีทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วโกยแนบเข้าบ้านไปทันที
เมื่อความเจ็บทุเลาลง เซี่ยหวยชูยืนพิงรถอย่างคนใจลอย เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ขมุกขมัว พลางนึกถึงการกระทำของตัวเองเมื่อครู่แล้วรู้สึกหงุดหงิดในใจเป็นบ้า
บัดซบ... เมื่อกี้เขาเพิ่งจะคิดจะจูบเจียงหลีจริงๆ
ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะถูกตัณหาชักจูงได้ง่ายๆ ทำไมตอนนี้ถึงได้ควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนี้กันนะ
เช้าวันที่สดใสเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เมืองไห่เฉิง โรงพยาบาลเซิ่งอัน ห้องพักแพทย์
เซี่ยหวยชูถอดแว่นกรอบเงินออกพลางนวดหัวคิ้วเบาๆ เขาปรายตามองคนที่นั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น
“นายจะเกาะแกะอยู่ที่นี่อีกนานไหม?”
เส้าโม่เหยียน ได้ยินดังนั้นก็เหลือบตาขึ้นมาเถียง “เกาะแกะอะไรกันล่ะ ฉันตั้งใจมาอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาให้นายนะเนี่ย”
“เหอะ” เซี่ยหวยชูแค่นหัวเราะ “ไม่จำเป็น”
เส้าโม่เหยียนเก็บโทรศัพท์แล้วลุกเดินมาหาเขา พลางเอ่ยเย้าแหย่ “คุณหมอเซี่ยครับ ช่วงนี้ผมรู้สึกร่างกายอ่อนแอ หน้ามืดตาลายอยู่บ่อยๆ คุณหมอช่วยรักษาผมหน่อยได้ไหม?”
“อาการ ‘กามตายด้าน’ รักษาไม่ได้หรอก” เซี่ยหวยชูไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน
เส้าโม่เหยียน: “...” ทำไมคนคนนี้ถึงได้น่าเบื่อขนาดนี้นะ
“คืนนี้ฉันจัดเลี้ยงที่ร้าน ‘ปั้นสิ่ง’ (ครึ่งฝันครึ่งตื่น) ไปนั่งเล่นด้วยกันหน่อยสิ”
“ไม่ไป” เซี่ยหวยชูขัดใจเขาอย่างจงใจ
“ชิ” เส้าโม่เหยียนอดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก เขาเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า โน้มตัวเข้าหาเซี่ยหวยชูเล็กน้อยแล้วพูดว่า “หวยชู นายใช้ชีวิตเหมือนพระวัดป่าทุกวันแบบนี้ มันจะไปสนุกอะไรล่ะ?”
“นายไม่เคยแม้แต่จะจับมือผู้หญิงสวยๆ เลยสักครั้ง ไม่คันหัวใจบ้างเหรอ?”
“ทุกคืนต้องนอนโดดเดี่ยวอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่คนเดียว ไม่รู้สึกเหงาบ้างหรือไง?”
“ว่างมากใช่ไหม?”
เซี่ยหวยชูเหลือบตามอง แววตาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก น้ำเสียงแฝงไปด้วยคำถามเชิงข่มขู่
...
