ตอนที่ 7 ท้าทาย
เส้าโม่เหยียนยกมือขึ้นลูบสันจมูก พยายามท้าทายขีดจำกัดของเซี่ยหวยชูอย่างไม่กลัวตาย
“โถ่เพื่อน ฉันทำเพื่อความสุขของนายทั้งนั้นนะ”
“นายเองก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ถ้าไม่รีบขายตัวเองออกไปตอนนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาจริงๆ นะเว้ย”
“ไสหัวไป” เซี่ยหวยชูพยายามระงับโทสะที่พุ่งพล่าน เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยือกพร้อมออกคำสั่งไล่แขกทันที
“อย่าเพิ่งโมโหสิ หรือว่านายตั้งใจจะบวชเป็นพระไปตลอดชีวิตจริงๆ?”
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูสำนักงานดังขึ้น เซี่ยหวยชูส่งสายตาพิฆาตให้เพื่อนสนิทหนึ่งที ก่อนจะขานรับ
“เข้ามา”
ฟางหร่วน ผลักประตูเดินเข้ามา “คุณหมอเซี่ยคะ ฉันมารับยาของคุณแม่ค่ะ”
“วางอยู่บนโต๊ะตรงนั้นครับ” เซี่ยหวยชูชี้ไปที่โต๊ะริมหน้าต่าง
ฟางหร่วนเดินไปหยิบถุงยาที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วพลางเอ่ยขอบคุณ “รบกวนด้วยนะคะ ส่วนเรื่องเงินก็ตามเดิมค่ะ หักจากบัตรได้เลย”
“ครับ”
ฟางหร่วนไม่ได้พูดอะไรต่อและเตรียมจะเดินออกไป ทว่าเส้าโม่เหยียนกลับเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงยี่เก
“โอ้โห นี่มันยัยปีศาจน้อยตระกูลฟางนี่นา วันนี้ดูเรียบร้อยผิดหูผิดตาเลยนะ”
ฟางหร่วนชะงักกะทันหันเธอเหลือบมองเส้าโม่เหยียนที่นั่งทำตัวไม่เป็นผู้เป็นคนก่อนจะตอกกลับ “อ้อ นี่มันไอ้คุณชายเจ้าสำราญตระกูลเส้านี่นา วันนี้ดูไปดูมา นายดูขี้เหร่ขึ้นกว่าเดิมอีกนะ”
พูดจบเธอก็เดินสะบัดก้นออกไปทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาซ้ำสอง
“นี่! ยัยผู้หญิงบ้า!” เส้าโม่เหยียนลุกขึ้นฟึดฟัด เตรียมจะเดินไปหาเรื่องที่หน้าประตู แต่ร่างของหญิงสาวก็หายวับไปแล้ว
“ปีศาจน้อยก็ยังเป็นปีศาจน้อยวันยันค่ำ น่าโมโหชะมัด” เขาเท้าเอวยืนบ่นอุบอิบอยู่ที่หน้าประตู “ใครได้ยัยนี่ไปเป็นเมียนะ ถือว่าซวยมหาซวยเลยผู้หญิงอะไรวันๆ ทำตัวโผงผางไม่มีความอ่อนโยนเอาเสียเลย”
“พูดจบหรือยัง?” เซี่ยหวยชูเริ่มทนความขี้บ่นของเพื่อนไม่ไหวจึงขมวดคิ้วมอง
เส้าโม่เหยียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอ่อ... ฉันมีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะ อย่าลืมล่ะ คืนนี้เจอกันที่ ‘ปั้นสิ่ง’ ”
คลับ ‘ปั้นสิ่ง’ (ครึ่งฝันครึ่งตื่น)
ภายในห้องวีไอพีเต็มไปด้วยความครึกครื้น หนุ่มสาวต่างสนุกกันสุดเหวี่ยง ทว่าเซี่ยหวยชูกลับนั่งอยู่มุมมืดที่ลับตาคน ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเย็นชา แววตาคมกริบดูไม่เข้ากับบรรยากาศรอบข้างเลยสักนิด
“นั่งบื้ออยู่ได้ ดื่มสิ” เส้าโม่เหยียนส่งแก้ววิสกี้ให้เป็นเชิงชวน
เซี่ยหวยชูไม่รับ แววตาฉายความรำคาญใจวูบหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปดันแว่นกรอบเงินบนสันจมูกเตรียมจะลุกหนี นายสั่งให้ฉันมา ฉันก็มาแล้ว ในเมื่อมาถึงแล้วถ้าอย่างนั้นฉันก็กลับได้แล้ว
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องวีไอพีก็ถูกผลักออก ฟางหร่วนเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมเอ่ยทักทาย
“ขอโทษทีนะทุกคนที่มาช้า ขอแนะนำเพื่อนรักของฉันให้รู้จักนะคะ นี่คือ... เจียงหลี”
ฟางหร่วนคือคนที่เส้าโม่เหยียนนัดมาเอง ตระกูลฟางกับตระกูลเส้าเป็นมิตรแท้กันมานาน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายสนิทกันมาก เสียอย่างเดียวคือฟางหร่วนกับเส้าโม่เหยียนเป็นคู่กัดกันชนิดที่ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ แต่ถึงจะเกลียดกันแค่ไหน เวลาหาเรื่องสนุกๆ ทำก็มักจะนึกถึงกันเสมอ
ได้ยินชื่อนั้น เซี่ยหวยชูที่กำลังจะก้าวขาหนีถึงกับชะงักงัน เขามองตรงไปยังเจียงหลีด้วยสายตาเย็นเยือก รูม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย
คืนนี้เจียงหลีมาในชุดกี่เพ้าสีดำลายฉลุ สวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีเข้าชุดกัน ทั้งสวย ทั้งเฉี่ยว ทั้งดูอันตราย เจียงหลีเองก็สังเกตเห็นการคงอยู่ของเซี่ยหวยชูเช่นกัน มุมปากของเธอหยักยิ้มเย็นชา... ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ได้
ฟางหร่วนลากเจียงหลีไปนั่งลงตรงจุดหนึ่ง เซี่ยหวยชูไม่รู้ว่าตั้งใจหรือบังเอิญ เขานั่งลงข้างเจียงหลีโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
“ชีวิตหลังเลิกงานของคุณเจียงเนี่ย ดูมีสีสันดีนะครับ”
“คุณเซี่ยเองก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ” เจียงหลีตอบโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว
เซี่ยหวยชูแววตาเย็นลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ฟางหร่วนกับเส้าโม่เหยียนที่ปกติจะกัดกันตลอด คราวนี้กลับสงบศึกชั่วคราว ทั้งคู่มองมาที่คนทั้งสองแล้วกระซิรถามกันด้วยความสงสัย
“สองคนนั้นเขายังไงกันน่ะ?”
“ฉันจะไปรู้เหรอ?”
“หรือว่าจะเป็น...” ทั้งคู่สบตากัน พลันต่อมเผือกก็ทำงานทันที
เส้าโม่เหยียนก้าวออกมายืนตรงกลางพลางคว้าไมโครโฟนขึ้นมา
“ทุกคนครับ ดื่มเฉยๆ มันน่าเบื่อเกินไป เรามาเล่นเกม ‘Truth or Dare’ (เกมวัดใจ) กันดีกว่า ใครแพ้แล้วไม่กล้ายอมรับคำสั่ง ต้องถอดเสื้อผ้าบนตัวออกชิ้นหนึ่ง ตกลงไหม?!”
“ตกลง!!!” เสียงเชียร์ดังลั่น
เซี่ยหวยชู: “...”
เจียงหลี: “...”
ฟางหร่วนขยับไปนั่งอีกข้างของเจียงหลี พลางกระซิบข้างหู “หลีหลี ไม่ต้องกลัวนะ มีฉันอยู่ทั้งคน”
เจียงหลี: “...” ทำไมรู้สึกว่ามีเธออยู่เนี่ยแหละที่จะแย่เอา
กติกาง่ายๆ คือการเขย่าลูกเต๋า ใครแต้มน้อยสุดแพ้
รอบแรก เส้าโม่เหยียนชนะ และคนที่แต้มน้อยที่สุดคือเซี่ยหวยชู
“Truth (ความจริง) ” เขาเอ่ยเรียบๆ น้ำเสียงติดจะรำคาญ
“เวลาอยู่กับคนที่ชอบ นายชอบใช้ท่าไหนทำรักมากที่สุด?”
“ว้าววววว!”
“สมกับเป็นคุณชายเส้าจริงๆ เล่นแรงว่ะ!”
เซี่ยหวยชู: “...” คำถามบ้าบออะไรวะเนี่ย
“หวยชู ถ้านายไม่ตอบ นายต้องถอดเสื้อนะเว้ย” เส้าโม่เหยียนยุยงอย่างสนุกสนาน
เซี่ยหวยชูยกมือขึ้นหลวมเนกไทที่คอออกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “ผู้หญิงอยู่บน ผู้ชายอยู่ล่างครับ”
“โอ้โหหหห! ไม่นึกเลยว่าคุณชายเซี่ยจะชอบแนวนี้!”
“กลายเป็นว่าคุณชายเซี่ยชอบเป็นฝ่ายนอนเฉยๆ ให้เขากดเหรอเนี่ย!”
เซี่ยหวยชู: “...” เขาขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งเครียดลงกว่าเดิม
เดิมทีเขาตั้งใจจะตอบว่า ‘ผู้ชายอยู่บน ผู้หญิงอยู่ล่าง’ แต่ในหัวดันแวบภาพเหตุการณ์เมื่อวานที่เจียงหลีพุ่งล้มทับเขาลงบนพื้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น พอมโนภาพมันนำทาง คำตอบที่หลุดออกจากปากเลยกลายร่างไปอย่างสวยงามเสียอย่างนั้น
เซี่ยหวยชูเผลอปรายตามองเจียงหลี ซึ่งจังหวะนั้นเธอก็เผลอมองเขาอยู่พอดี สายตาสอดประสานกันจนดูเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่านเปรี๊ยะปร๊ะในอากาศ เจียงหลีเป็นฝ่ายหลบตาก่อนพลางแค่นหัวเราะเยาะหยัน
“คุณเซี่ยเนี่ย... เล่นพิเรนทร์เหมือนกันนะคะ”
“...” เซี่ยหวยชูขบกรามแน่น
รอบที่สอง เส้าโม่เหยียนยังคงชนะ และคราวนี้คนที่แต้มน้อยที่สุดคือเจียงหลี
“เจ้าหญิงคนสวย คุณจะเลือกอะไรดีครับ?”
เจียงหลีครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะขยับริมฝีปากแดงฉ่ำ “Dare (คำท้า) ค่ะ” เธอขยาดว่าคุณชายเส้าจะถามอะไรที่มันหลุดโลกไปมากกว่านี้
ได้ยินดังนั้น เส้าโม่เหยียนก็ยกมือขึ้นลูบคาง แววตาเจ้าชู้ฉายแววสนุกสนาน เขากำลังจะอ้าปากสั่ง แต่กลับโดนเซี่ยหวยชูขัดขึ้นเสียก่อน
“คิดให้ดีก่อนจะพูดนะครับ” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตและคำเตือน
“โอ้โห ออกตัวแรงปกป้องกันขนาดนี้เลยเหรอ?” เส้าโม่เหยียนยิ้มกวนประสาท ไม่เกรงกลัวโทสะของเพื่อนเลยสักนิด “งั้นฉันขอไม่คิดดีกว่า”
“อยากตายเหรอ?” เซี่ยหวยชูเหลือบตามอง แผ่รังสีคุกคามจนบรรยากาศในห้องติดลบ
“ตายเป็นตายสิ แต่จะดึงนายไปเป็นเพื่อนแก้เหงาด้วย” เส้าโม่เหยียนแกล้งยั่วประสาท ก่อนจะหันไปหาเจียงหลี “เจ้าหญิงครับ คำท้าของคุณคือ... เลือกเพศตรงข้ามที่อยู่ในห้องนี้หนึ่งคนแล้ว ‘จูบ’ ซะ!”
เซี่ยหวยชูกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว สายตาที่มองเส้าโม่เหยียนแทบจะกรีดเลือดเนื้อออกมาได้
เจียงหลี: “...” ตอนนี้เธอจะเปลี่ยนใจเลือก Truth ทันไหมนะ?
“หลีหลี ถ้าไม่รับคำท้า ต้องถอดเสื้อผ้านะ...” ฟางหร่วนกระซิบย้ำที่ข้างหูเจียงหลี
หมัดของเซี่ยหวยชูกำแน่นยิ่งกว่าเดิม
เจียงหลี: “...” พวกเธอสองคนวางแผนขุดหลุมฝังฉันใช่ไหมเนี่ย?
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เจียงหลีก็หันไปทางเซี่ยหวยชู แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วเอ่ยขึ้น “คุณเซี่ย..มาสิคะ”
“ว้าวว เจ้าหญิงใจเด็ดมาก!” เส้าโม่เหยียนเป่าปากแซว
“หุบปาก” เซี่ยหวยชูตวัดสายตามองเพื่อนด้วยจิตสังหาร
เจียงหลีรวบรวมลมหายใจ มือทั้งสองข้างเอื้อมไปเกาะไหล่ของเซี่ยหวยชู แล้วค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าหาเขา...
...
