ตอนที่ 5เก่งกว่าคนน่าเบื่อบางคน
หมู่บ้านอวี้สุ่ยวัน
เซี่ยหวยชู ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลองสีดำ ในมือถือถ้วยกาแฟเดินไปนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น บนโต๊ะน้ำชาที่ทำจากหินอ่อนมีโน้ตบุ๊กวางอยู่หนึ่งเครื่อง
เขาอัปโหลดข้อมูลกล้องวงจรปิดที่ให้คนไปดึงมาเมื่อช่วงบ่าย พร้อมกับไฟล์วิดีโอที่คัดลอกมาจาก ‘โต้วเปา’ ลงในคอมพิวเตอร์ หลังจากดูวิดีโอทั้งหมดจบ เซี่ยหวยชูก็เอนหลังพิงพนักพิง สีหน้าดูยากจะคาดเดา
จากกล้องวงจรปิดบนถนน แสดงให้เห็นว่าขณะที่เซี่ยเจิ้นกั๋วพาโต้วเปาเดินผ่านรถจี๊ปมินิของเจียงหลี รูปลักษณ์ของโต้วเปาทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันเหลียวมอง แม้แต่ หมางกั่ว สุนัขตัวนั้นที่ถูกล็อคอยู่ในรถก็ไม่เว้น มันหมอบอยู่ตรงหน้าต่างรถ สายตาจดจ้องตามการเคลื่อนไหวของโต้วเปาไม่ลดละ แววตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทว่า ในจังหวะที่เซี่ยเจิ้นกั๋วกำลังจะเดินลับตาไป ชายผมทองสองคนนั้นก็เดินสวนมาพอดี เดิมทีพวกมันเกือบจะเดินผ่านรถของเจียงหลีไปแล้ว แต่ทั้งคู่กลับหันมาสบตากันกะทันหัน ก่อนจะหมุนตัวแอบสะกดรอยตามหลังเซี่ยเจิ้นกั๋วไปเงียบๆ
หมางกั่วที่เห็นเหตุการณ์พยายามตะกุยตะกายอยู่ในรถอย่างร้อนรน แต่เพราะออกไปไม่ได้ แววตาของมันจึงฉายแววกังวลอย่างหนัก จนกระทั่งเจียงหลีปรากฏตัวและเปิดประตูรถ มันจึงพุ่งพรวดออกไปทันที
ถัดมาคือภาพจากบันทึกของโต้วเปา... เนื่องจากตรอกนั้นลับตาคนเกินไปจึงไม่มีกล้องวงจรปิดติดไว้ จากวิดีโอของโต้วเปาเห็นได้ชัดว่าชายผมทองสองคนนั้นใช้สายตาและคำพูดแทะโลมเจียงหลีอย่างหยาบคาย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เจียงหลีลงมือ
เซี่ยหวยชูดูภาพจังหวะที่เจียงหลีลงมือซ้ำไปซ้ำมา แววตาของเขาเข้มขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวที่ดูบอบบางอ่อนหวานคนนี้ กลับมีฝีมือฉกาจจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ
ส่วนโทรศัพท์ที่โทรหาเขา ก็ไม่ใช่คุณปู่เป็นคนโทรเอง แต่เป็นเพราะโต้วเปาส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อพบอันตราย ระบบจึงโทรออกหาผู้ติดต่อฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ
พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองเข้าใจเจียงหลีผิดไปเมื่อกลางวัน เซี่ยหวยชูก็หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา เปิดแอปฯ วีแชท (WeChat) ค้นหาชื่อของเจียงหลีแล้วพิมพ์ข้อความ
[คุณเจียง พรุ่งนี้พอจะมีเวลาไหมครับ?]
[เรื่องวันนี้ ผมอยากจะขอโทษคุณ]
เจียงหลีตอบกลับมาในอีกยี่สิบนาทีให้หลัง: [ไม่เป็นไรค่ะ]
[แค่คุณเซี่ยรู้ความจริงก็พอแล้ว]
เมื่อเห็นคำตอบของเจียงหลี แววตาของเซี่ยหวยชูก็หม่นลง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ต่อ
[คุณเจียงฝีมือไม่เลวเลยนะครับ]
เจียงหลี: [ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันเองก็คิดว่าฉันเก่งมากเหมือนกัน]
เซี่ยหวยชู: “...”
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงแต่นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ช่วงโพล้เพล้ของวันต่อมา เจียงหลีพาหมางกั่วไปเดินเล่นกลับมาแล้วพบว่ามีรถไมบัค (Maybach) สีดำจอดอยู่หน้าสำนักเขียนของเธอ เธอปรายตามองแวบหนึ่ง คิดว่าคงเป็นญาติของเพื่อนบ้านจึงไม่ได้สนใจอะไร
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าประตูบ้าน เสียงของเซี่ยหวยชูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณเจียง” เดิมทีเซี่ยหวยชูตั้งใจจะลงจากรถ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นหมางกั่วที่อยู่ข้างกายเจียงหลี เขาก็ชักเท้ากลับเข้ารถทันที เขาปิดประตูรถแน่นหนาก่อนจะลดกระจกลงเพื่อเรียกคนที่ยังไม่หยุดเดิน
เจียงหลีหันกลับมาด้วยความประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเขา “คุณเซี่ยมีธุระอะไรคะ?”
“มาขอบคุณ” เซี่ยหวยชูใช้คำพูดประหยัดราวกับทองคำ
เจียงหลีกระตุกสายจูงหมางกั่ว “เมื่อคืนบอกไปแล้วไงคะว่าไม่ต้อง”
“คำสั่งของคุณปู่ครับ” น้ำเสียงเย็นชาของเซี่ยหวยชูเหมือนลมฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเหน็บเสียจริง
“คุณกลับไปบอกคุณปู่เถอะค่ะว่าไม่ต้องลำบาก มันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ใครเห็นก็ต้องช่วยอยู่แล้ว” เจียงหลีพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนใจ
“คุณปู่จองร้านไว้แล้ว ท่านกำลังรอคุณอยู่” เซี่ยหวยชูเลือกที่จะเมินคำปฏิเสธของเธอ แล้วยกตัวช่วยอย่างคุณปู่ขึ้นมาอ้างต่อ
เจียงหลี: “...” ดูท่ามื้อนี้คงเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว
“งั้นคุณรอสักครู่นะคะ ฉันขอเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อน”
“ครับ” เมื่อเห็นเจียงหลีตกลง แววตาของเซี่ยหวยชูก็ฉายแววยินดีขึ้นมาเล็กน้อย น้ำเสียงก็อ่อนลงมาก
เมื่อเช้านี้เขาตั้งใจโทรหาคุณปู่เพื่อบอกว่าเขาเข้าใจเจียงหลีผิดไป และตั้งใจจะนัดเธอมาขอโทษต่อหน้าแต่ถูกปฏิเสธ คุณปู่ด่าเขาว่า "โง่บรม" ก่อนจะสั่งกำชับว่าช่วงเย็นให้เขาขับรถมารับเธอด้วยตัวเอง ในเมื่อจะขอบคุณก็ต้องแสดงความจริงใจให้เห็น
ขณะที่เซี่ยหวยชูกำลังเหม่ออยู่นั้น เจียงหลีก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวสวมชุดกี่เพ้าสีขาวนวลแบบมีผ้าคลุมไหล่ สวมทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาว ผมยาวสลวยปล่อยทิ้งตัวไปด้านหลัง ติดกิ๊บมุกไว้ข้างหนึ่ง แม้จะแต่งหน้าอ่อนๆ แต่เธอก็สวยจนแทบจะละสายตาไม่ได้
เซี่ยหวยชูหรี่ตาลงโดยไม่รู้ตัว ภายในอกหัวใจเต้นแรงอย่างหนักหน่วง เจียงหลีเดินตรงไปยังเบาะหลัง ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูเสียงเย็นๆ ของเซี่ยหวยชูก็ดังขึ้น
“ผมเป็นคนขับรถเหรอ?”
เจียงหลี: “...” เรื่องเยอะจริงๆ
เธอเดินไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างเซ็งๆ พร้อมคาดเข็มขัดนิรภัย รถไมบัคเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสม่ำเสมอ สายตาของเจียงหลีค่อยๆ เลื่อนไปตกอยู่ที่ ‘มือมังงะ’ ของเซี่ยหวยชู มือคู่นี้ทำให้เธอชอบใจจริงๆ จนอยากจะลองสัมผัสดูสักครั้ง
เธอมองไล่ขึ้นไปจนสายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเขา... เหอะ ตาคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นลูกรักพระเจ้าชัดๆ ไม่ใช่แค่สวยแต่รูป (มือ) แต่จูบก็หอม (หน้า) จะบอกว่าหล่อกว่าพานอัน* ก็ไม่เกินจริงเลย
“ไม่ทราบว่าบนหน้าผมมีอะไรให้น่าจ้องขนาดนั้นครับ?” จังหวะติดไฟแดง เซี่ยหวยชูดึงเบรกมือแล้วเปรยตามองเธอพร้อมเอ่ยถาม
“ความหล่อ ความสมาร์ท ความสวยงามไงคะ” เจียงหลีชมเขาอย่างไม่อั้น
เซี่ยหวยชู: “...”
“คุณเจียงพูดจาประจบคะขาแบบนี้กับผู้ชายทุกคนเลยเหรอ?” เมื่อไฟเขียวติด เซี่ยหวยชูออกรถอีกครั้ง แววตาแฝงไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อย
“ก็ไม่เชิงค่ะ” เจียงหลียกมือขึ้นทัดผมยาวไว้ข้างหู มุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ฉันจะพูดหวานๆ กับคนที่ฉันสนใจเท่านั้นแหละค่ะ”
เซี่ยหวยชูกระตุกมุมปาก: “...” ยัยเด็กคนนี้ ปากคอเราะร้ายจริง
ทว่า... มุมปากของเขากลับแอบยกขึ้นเล็กน้อย ความไม่พอใจในตอนแรกสลายไปสิ้น
โรงแรมห้าดาว ซื่อจี้หยุนติ่ง
เจียงหลีเดินตามเซี่ยหวยชูขึ้นไปยังชั้นบนสุด เซี่ยเจิ้นกั่วนั่งรออยู่ในห้องวีไอพีเรียบร้อยแล้ว ข้างกายเขามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ หน้าตาเกลี้ยงเกลา ทรงผมกึ่งเปิดกึ่งปิดหน้าผากทำให้เขาดูละอ่อนยิ่งขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณปู่เซี่ย” เจียงหลีทักทายอย่างมีมารยาท
“อาหลีน้อย มาๆๆ มานั่งข้างปู่นี่ลูก” เซี่ยเจิ้นกั๋วกวักมือเรียกอย่างร่าเริง เซี่ยหวยชูเดินนำเจียงหลีไปเลื่อนเก้าอี้ออกให้พร้อมส่งสายตาเป็นสัญญาณ
“ขอบคุณค่ะ” เจียงหลีนั่งลงพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน เซี่ยหวยชูนั่งลงข้างเธอโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
“พี่สาวสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มที่นั่งข้างเซี่ยเจิ้นกั๋วโบกมือทักทายเจียงหลีด้วยรอยยิ้มสดใส “ผมชื่อลู่จื่อหยาง ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขาดูเป็นคนเข้ากับคนง่ายและไม่ประหม่าเลยสักนิด แถมยังพูดจาฉะฉานสุภาพอ่อนน้อม
“ได้ยินคุณตาบอกว่ามีพี่สาวคนสวยช่วยชีวิตท่านไว้ ผมเลยอยากจะตามมาดู พี่สาวสวยจริงๆ ครับ สวยเหมือนนางฟ้าในภาพวาดเลย”
เจียงหลี: “...” เด็กคนนี้ดูท่าทางจะมีอนาคตไกลนะเนี่ย อายุน้อยแค่นี้แต่พูดจาเก่งจริง เก่งกว่าคนน่าเบื่อบางคนตั้งเยอะ
“ขอบคุณที่ชมนะคะหยางจื่อ น้องชายก็น่ารักมากเหมือนกัน!”
เมื่อเห็นทั้งสองคนผลัดกันชมไปมา เซี่ยหวยชูก็หรี่ตาลงมองด้วยความขุ่นมัวที่อธิบายไม่ได้
..
*พานอัน คือบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าหล่อที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
