บทที่ 3 ตลาดน้ำ
แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าสดชื่นมาก เอมี่ตื่นแต่เช้าลงมาเดินเล่นอยู่ที่ชายหาด มองทะเลที่สะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์แล้วคลี่ยิ้มบาง เธอรู้สึกว่ามาที่นี่แล้วผ่อนคลายมาก
หญิงสาวเดินสูดอากาศจนเต็มปอด เธอก็เดินเข้ามากินอาหารเช้าของโรงแรม ทั้งที่เธอไม่ค่อยได้กินมื้อเช้าเพราะปกติตื่นสาย แต่วันนี้ตื่นขึ้นมาแล้วเลยเข้ามากินรองท้องสักหน่อยก่อนจะออกไปเที่ยว
เธอวางแพลนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าวันนี้จะออกไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
เอมี่กลับขึ้นมาแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีครีม เธอสวมหมวกและเอาแว่นตากันแดดใส่ไว้ในกระเป๋าด้วย เธอลงมาแล้วก็เดินเข้าไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์
มาวินมองมาเห็นเอมี่พอดี เขาก็เลยเดินเข้ามาหา
“ขอโทษนะคะที่นี่มีรถบริการพาเที่ยวไหมคะ พอดีฉันขี้เกียจขับรถเองน่ะค่ะ” เอมี่เอ่ยถาม พรุ่งนี้เธอก็จะกลับกรุงเทพแล้วก็เลยจะเก็บแรงเอาไว้ วันนี้ก็อยากไปเที่ยวสบาย ๆ
มาวินได้ยินที่เอมี่ถาม เขาพยักหน้าให้กับพนักงานสาวที่กำลังจะปฏิเสธ
“มีค่ะ” พนักงานตอบกลับเอมี่ มาวินก็เดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าของเธอพอดี
“ผมจะขับรถพาเที่ยวเองครับ คุณจะไปที่ไหนบ้างก็บอกผมได้เลย”
แววตาของเอมี่ประกายความดีใจออกมาที่มาวินจะเป็นคนพาเที่ยวเอง เพราะเธอรู้สึกสบายใจที่จะไปกับเขา
“ฉันวางแพลนมาแล้วคุณลองดูหน่อยสิว่าควรไปที่ไหนก่อน”
“ไปวัดก่อนดีกว่าครับ” มาวินดูแพลนเที่ยวในโทรศัพท์ของเอมี่แล้วตอบกลับ เพราะวัดที่เธออยากไปอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม แล้วจะได้ไปเที่ยวที่อื่นต่อไปเรื่อย ๆ
“คุณรอผมตรงนี้นะเดี๋ยวผมไปเอารถมารับ”
“โอเคค่ะ”
มาวินเดินออกไปที่ลานจอดรถสำหรับผู้บริหาร เขาขับรถของตัวเองออกมาแล้วจอดรับแขกคนสวยของโรงแรม
เอมี่มองรถด้วยความตะลึงงัน รถของโรงแรมที่ใช้พาแขกเที่ยวหรูขนาดนี้เลยเหรอ เธอเปิดประตูขึ้นนั่งหน้าคู่กับคนขับด้วยความประหม่า
“ฉันไม่คิดว่ารถพาเที่ยวจะหรูขนาดนี้เลยค่ะ” เอมี่ยิ้มแห้ง ราคารถคันนี้หลายล้านเลยล่ะ
มาวินไม่ตอบอะไร เขาคลี่ยิ้มให้แล้วขับรถออกมา ตรงมาที่วัดก่อนเป็นที่แรก บรรยากาศที่วัดเงียบสงบมากทีเดียว
ชายหนุ่มพาเอมี่ไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนแล้วมาไหว้พระด้วยกัน เอมี่ขอพรให้ตัวเองได้งานไว ๆ เพราะเธออยากพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นไวที่สุด
“ระวังนะคุณ” มาวินเอ่ยขึ้นมาเพราะเขาเห็นว่าเอมี่มัวแต่หันมองวิวไม่ได้มองตรงหน้า ก็เลยกลัวว่าเธอจะตกบันได บันไดหลายขั้นถ้าตกลงไปก็คงเจ็บอยู่ไม่น้อย
“ว้ายยย” เอมี่ร้องออกมาด้วยความตกใจ มาวินพูดไม่ทันขาดคำเธอก็ก้าวผิดขั้นจนเกือบตกไปแล้ว ดีที่มาวินประคองเธอเอาไว้
“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีคุณก้นฉันต้องช้ำแน่ ๆ” เอมี่ยิ้มแห้ง เธอชอบบรรยากาศสงบแบบนี้ก็เลยกวาดตามองไปทั่วไม่ทันได้ดูขั้นบันไดเลย
“ฮึ ผมว่าน่าจะช้ำทั้งตัวมากกว่า เดินไม่มองทางเลย” มาวินหัวเราะในลำคอ ถ้าเธอกลิ้งลงไปก็คงระบมไปทั้งตัว
“หยุดบ่นได้แล้วค่า ฉันจะมองบันได แล้วฉันก็จะเกาะราวไว้ด้วย ไม่ก้าวผิดขั้นแล้วแน่นอนค่ะ” เอมี่ทำท่าเหมือนเด็กเวลาที่โดนบ่น เธอเกาะราวบันไดแล้วค่อย ๆ เดินลงให้มาวินดู
คนตัวสูงอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มกว้าง เพราะท่าทางของเธอน่าเอ็นดูเหลือเกิน
“คุณอยากไปตลาดน้ำเหรอ มีอีกที่นึงเป็นแหล่งช็อปปิง บรรยากาศอย่างกับต่างประเทศเลยนะ” มาวินแนะนำขึ้นมาเผื่อว่าเอมี่จะเปลี่ยนใจไปเดินเล่นอีกที่แทน
“ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ฉันก็อยากเดินเล่นตลาดน้ำมากกว่าน่ะค่ะ”
“ผมลืมไปเลย ถ้างั้นเดี๋ยวผมพาไปตลาดน้ำ”
เขาเดินกลับมาที่รถก็เปิดประตูให้เอมี่ขึ้นไปนั่งแล้วเดินอ้อมไปที่ฝั่งคนขับ จังหวะนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา
(อยู่ไหนเนี่ยวิน ผู้จัดการเขาบอกว่าไม่เจอวิน กลับมากรุงเทพแล้วเหรอ) คนในสายคือพ่อของมาวินเอง ผู้จัดการโรงแรมจะให้มาวินเซ็นเอกสาร แต่ก็หามาวินไม่เจอ
“ผมพาแขกออกมาเที่ยวครับ มีอะไรด่วนไหมครับ”
(พาแขกไปเที่ยว? แขกคนพิเศษสินะ) พ่อของเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ตอนนี้ผมกำลังขับรถอยู่ เดี๋ยวผมโทรกลับนะครับ” เขาตอบกลับไป เพราะเอมี่ก็ไม่ได้พิเศษอย่างที่คนเป็นพ่อพูด
(ไม่ต้องโทรกลับมาหรอกวิน แต่ถ้ากลับไปที่โรงแรมแล้วก็ไปหาผู้จัดการนะ เขาจะให้เซ็นเอกสารนิดหน่อย)
“ได้ครับ”
มาวินเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกง เขาออกจากโรงแรมมาแบบกะทันหัน ผู้จัดการคงคิดว่าเขาหนีกลับถึงได้โทรไปฟ้องพ่อ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ต้องรีบกลับโรงแรมหรือเปล่า” เอมี่เอ่ยถามขึ้นมา
“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีว่าพี่อีกคนเขาไม่รู้ว่าผมออกมาก็เลยโทรมาหา”
“อ๋อ คุณขับรถพาแขกเที่ยวบ่อยไหมคะ”
“ไม่เคยครับ ปกติผมก็ไม่ค่อยได้มาที่นี่ด้วย”
“อ้าว ฉันก็คิดว่าคุณเป็นพนักงานประจำ คุณรับจ็อบเหรอคะ”
มาวินหันไปมองหน้าคนข้าง ๆ แล้วหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้เป็นคำตอบ
ใช้เวลาเดินทางไม่นานเท่าไหร่ก็มาถึงตลาดน้ำที่เอมี่อยากมา เธอลงจากรถมาแล้วก็ส่งโทรศัพท์ให้มาวินช่วยถ่ายรูปให้ เธอจะได้เอาไปอัพลงโซเชียล
“ฝีมือถ่ายรูปใช้ได้เลยนะเนี่ย” เอมี่เอ่ยชมขณะที่กำลังดูรูปตัวเอง เขาถ่ายออกมาดีทุกรูป ลงได้ทุกรูปเลยล่ะ
“คุณถ่ายให้แขกบ่อยเหรอ” เธอเงยหน้าขึ้นมาถามพร้อมกับเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
“ไม่ครับ” เขาไม่เคยถ่ายรูปให้แขกของโรงแรม ทุกทีเขาก็ไม่เคยออกมาต้อนรับแขกด้วยตัวเองเลย เธอเป็นคนแรก
เอมี่พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในตลาด แววตาของเธอเป็นประกายสดใส ท่าทางสนใจกับสินค้าของชาวบ้าน เธอหยิบขึ้นมาดูเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามาวินกำลังมองอยู่
ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง เธอเหมือนคุณหนูที่เอาแต่ใจ แต่ก็ยังมีมุมน่ารักและยังมโนเก่ง คิดว่าเขาเป็นพนักงานที่โรงแรมเสียด้วย
“น้ำมะพร้าว 2 ค่ะ” เอมี่สั่งน้ำมะพร้าว 2 ลูก พอได้จากแม่ค้าแล้วเธอก็เอาให้มาวิน
“ขอบคุณครับ” มาวินมองเอมี่แล้วคลี่ยิ้มออกมา เธอยังมีน้ำใจมาก ๆ แม้จะคิดว่าเขาเป็นพนักงานคนนึงแต่ก็ยังมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลย
“หวานชื่นใจมากเลย” เอมี่ดูดน้ำมะพร้าวเข้าไปแล้วเอ่ยชม เธอจะเดินเล่นต่อแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ก็จะเที่ยงแล้วเลยหันไปถามมาวิน
“คุณหิวไหม”
“ยังไม่หิวครับ”
“โอเค ถ้าหิวก็บอกฉันได้นะ จะได้ไปกินก่อน”
“ครับ”
เอมี่เดินเล่นต่อ เธอสนใจหมวกสีขาวที่ปีกกว้าง เอามาลองสวมแล้วก็ยังให้มาวินช่วยดู ท่าทางไม่เหมือนพนักงานและแขกของโรงแรม แต่เหมือนคู่รักมากกว่า
“คุณเลิกงานกี่โมง” เอมี่เอ่ยถามขึ้นมา เธอเดินเล่นจนรอบตลาดน้ำแล้วนั่งพักอยู่ที่ริมสระ
มาวินมองหน้าเอมี่ด้วยแววตานิ่งเรียบ เขาไม่รู้จะตอบยังไงเพราะเขาไม่ได้มีเวลาเข้างานเลิกงานที่แน่นอน
“เลิกงานกี่โมง จะได้กลับไปโรงแรมถูก”
มาวินเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงถามอย่างนั้น
“หกโมงเย็นครับ”
“โอเคค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยกลับกันนะ”
“ครับ”
เอมี่มองหาร้านที่สนใจ เธอเดินไปซื้อมาเองแล้วเผื่อมาวินด้วยเหมือนเดิม จนกระทั่งกลับเข้ามาถึงโรงแรม เอมี่ก็ส่งธนบัตรสีม่วงให้มาวินไป 1 ใบ
“ฉันให้ทิปค่ะ ขอบคุณมากนะที่พาเที่ยว” เอมี่คลี่ยิ้มจนตาหยี ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโรงแรม
มาวินมองเงินในมือแล้วหลุดหัวเราะหัวออกมาด้วยความเอ็นดูเอมี่ เธอใจดีมากกว่าที่คิดอีก…
