บทที่ 2 ราคาพนักงาน
ถึงเอมี่จะบอกว่าเธอจะหางานทำด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เธอก็ยังอยากพักผ่อนให้เต็มที่เสียก่อน เรียนจบเธอก็กลับมาเลย เพราะตั้งใจว่าจะมาเที่ยวในไทยให้หายคิดถึง
หญิงสาวขับรถออกมาที่หัวหินซึ่งเป็นที่ที่เธอชอบมาก เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพและบรรยากาศก็ดี เธอขับรถมาไม่นานก็ถึงโรงแรมที่จองเอาไว้
เอมี่จอดรถแล้วเดินลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา ทว่าเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งดูเด่นมากจนรู้สึกคุ้นตา
สายตาของเธอตรึงอยู่ที่เขา เพื่อรอดูหน้าของชายคนนั้น เขาเอี้ยวใบหน้ามาแค่แป๊บเดียวก็หันกลับไป คิ้วเรียวย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย ทำไมถึงคุ้นนัก แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
จนกระทั่งพนักงานที่ยืนอยู่ตรงประตูเดินเข้ามาหา
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ” เอมี่คลี่ยิ้มส่งไปให้
เธอละสายตาจากชายคนนั้นแล้วเดินเข้ามาข้างในล็อบบี้เพื่อเช็กอิน ระหว่างที่รอพนักงานอยู่ เธอก็ยังชะเง้อมองออกไปที่ชายคนนั้น
“เรียบร้อยแล้วค่ะ นี่คีย์การ์ดห้องนะคะ”
เอมี่ได้ฟังที่พนักงานพูด เธอมองหาชายคุ้นตาคนนั้นที่เดินออกไปทางด้านหลัง
“คุณผู้หญิงค่ะ”
“อ่ะ ขะ ขอบคุณค่ะ” เอมี่สะดุ้งเพราะเสียงของพนักงานต้อนรับ เธอรับคีย์การ์ดมาแล้วก็เดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปที่ห้องพัก
ห้องของเธอมองเห็นวิวทะเล เอมี่เปิดม่านออกจนสุดแล้วยืนมองออกไป ริมฝีปากของเธอโค้งเป็นรอยยิ้ม การได้มาเที่ยวในที่ที่ตัวเองชอบมันทำให้เธอสบายใจมากขึ้น
หญิงสาวคิดถึงเพื่อนสนิทที่เคยมาเที่ยวด้วยกันเมื่อตอนที่เธอยังไม่ได้ไปต่างประเทศ จึงต่อสายหา ไม่นาน ‘น้ำหวาน’ ก็รับสาย
(ว่าไงจ๊ะ ไปหาพ่อแม่มาแล้วใช่ไหม) คนในสายเอ่ยถามออกมา
“แกไม่แปลกใจที่ฉันโทรหาเหรอ แล้วทำไมถึงถามถึงพ่อแม่ล่ะ” เอมี่ถามกลับไปด้วยความงุนงง ที่เธอกลับไทยมาเธอยังไม่ได้บอกน้ำหวานเลย แต่ทำไมน้ำหวานถึงถามราวกับรู้ว่าเธอกลับไทยมานานแล้ว
(แม่แกโทรหาฉันตั้งหลายรอบ แม่คิดว่าแกอยู่กับฉัน)
“อ๋อ งั้นเหรอ ตอนนี้ฉันมาเที่ยวหัวหิน แกจะตามมาด้วยไหม”
(วันนี้วันจันทร์นะเอมี่ ฉันต้องทำงานย่ะ นี่งานในออฟฟิศเยอะมาก)
“แกทำงานแล้วเหรอ ดีจังเลยฉันก็ว่าจะหางานทำ” เอมี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส
(หาทำไม แกไม่ทำงานกับพ่อล่ะ)
“ไม่เอา ฉันอยากหางานทำแบบแกอะ ได้ลองเป็นสาวออฟฟิศ น่าสนุกดี”
(ไม่สนุกเลยแก ฉันอยากเป็นแบบแกจะตาย พ่อแม่มีธุรกิจเอาไว้ให้สานต่อสบายจะตาย) น้ำหวานเอ่ยออกมาเพื่อดึงสติเพื่อนรัก พ่อแม่มีธุรกิจเอาไว้ให้น่ะดีแล้วไม่ต้องดิ้นรนอย่างเธอ
“แต่ฉันอยากทำงานที่อื่นก่อน”
(ตามใจแกแล้วกัน ฉันขอวางก่อนนะงานเยอะจนฉันจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย)
“โอเคแก”
เอมี่วางโทรศัพท์ลงแล้วยืนมองทะเลที่มีแสงแดดระยิบระยับ คิดตามคำพูดของเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจออกมา เธอรู้ว่าพ่อแม่มีธุรกิจให้น่ะดี แต่เธอก็แค่อยากหาประสบการณ์ให้ตัวเองก่อน
หญิงสาวล้มตัวลงนอนเล่นบนเตียงกว้าง พักร่างจากการขับรถมาและแดดก็ร้อนมาก เธอเลยยังไม่อยากไปไหน นอนเล่นอยู่บนห้องชมวิวสวย ๆ ดีกว่า แต่พอถึงเวลาค่ำ เอมี่ก็ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเดรสยาวสีขาว เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ และปล่อยผมยาวสลวย
“คุณ!” เอมี่เห็นหลังกว้างในตอนที่เธอกำลังเดินออกจากลิฟต์ เธอจำได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เห็นเมื่อตอนกลางวันเลยตะโกนเรียกเขาไว้
ทว่าคนตัวสูงไม่หยุดเดิน เขาได้ยินเสียงแต่ก็ไม่รู้ว่าเธอเรียกใคร กระทั่งเธอรีบวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้า แล้วมองเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง
“คุณมาวิน!” เอมี่เอ่ยออกมาเสียงดังด้วยความดีใจ มองหน้าชัด ๆ แล้วก็นึกออกว่าเขาคือคนที่เธอเจอที่ผับแล้วชวนไปต่อ
“อ้าว สวัสดีครับคุณเอมี่”
“สวัสดีค่ะ คุณทำงานที่นี่เหรอ” เอมี่เอ่ยถามเพราะว่าเธอเห็นเขาตั้งแต่กลางวัน ตอนนั้นก็เหมือนว่าเขากำลังอะไรบางอย่างอยู่ตรงสวนหย่อม
“ใช่ครับ” มาวินตอบกลับ
“คุณมาเที่ยวเหรอ” เขาถามต่อ
“ใช่ค่ะ คืนนี้คุณว่างไหม ไปหาอะไรกินกันไหมคะ”
มาวินหรี่ตามองคนตรงหน้า ชวนเขาไปกินอาหารมื้อค่ำหรือว่าจะชวนไปต่อเหมือนอย่างคืนนั้นอีก
“ฉันชวนไปกินข้าวไปดื่มค่ะ ไม่ได้ชวนขึ้นห้อง” เอมี่มองออกว่าเขากำลังคิดอะไร
“ฮ่า ๆ ได้ครับ ที่โรงแรมมีห้องอาหารทางด้านนี้ มองออกไปก็เห็นวิวทะเลด้วย อาหารอร่อยและมีไวน์ชั้นดี คุณสนใจไหมครับ”
“สนใจค่ะ แต่คุณเข้าไปนั่งกินด้วยไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” เขาเป็นพนักงานของโรงแรมนี้ก็ไม่รู้ว่าถ้าเข้าไปนั่งกินด้วยจะได้หรือเปล่า
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าไปได้”
“โอเคค่ะ งั้นคุณพาฉันไปเลย”
มาวินพาเอมี่มาที่ห้องอาหารของโรงแรม เขาเลือกโต๊ะที่ติดกระจกเพราะมุมนี้ได้เห็นวิวทะเลและมีความเป็นส่วนตัว
“คุณมาเที่ยวที่นี่กี่วันเหรอครับ” มาวินเอ่ยถามหลังจากที่สั่งอาหารกันแล้ว
“2-3 วันค่ะ คุณทำงานที่นี่มานานหรือยัง”
“นานแล้วครับ” มาวินตอบกลับ พนักงานมาเสิร์ฟไวน์พอดี เขาเลยส่งแก้วไปให้เอมี่ก่อนแล้วค่อยรับอีกแก้วมา
เอมี่จับก้านแก้วยกขึ้นมาแล้วยื่นมาให้มาวินชนก่อน เขาอมยิ้มเพราะทำให้นึกถึงคืนนั้น เขาเดินเข้าไปขอเอมี่ชนแก้วแล้วก็คุยกันยาวจนถึงขั้นชวนกันออกมาต่อที่ห้อง
“แววตาคุณนี่กรุ้มกริ่มตลอดเลยนะคะ” เอมี่เอ่ยขึ้นมาก่อนจะกลั้วหัวเราะ
“นึกถึงคืนนั้นขึ้นมาน่ะ”
หญิงสาวยู่หน้าใส่ เขาจะนึกถึงคืนนั้นขึ้นมาอีกทำไม มาวินหัวเราะด้วยความเอ็นดูกับสีหน้าท่าทางของเธอ เขาดื่มไวน์จนหมดแก้วก็รินจากขวดเติมลงมา
“แล้วคุณมาคนเดียวเหรอ” มาวินเอ่ยถาม
“มาคนเดียวค่ะ ฉันนึกอยากเที่ยวก็โทรมาจองห้องไว้แล้วก็มาเลย” เอมี่ไม่ได้วางแผนเที่ยวเอาไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเธอคงมาในวันที่เพื่อนสนิทว่างยังดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาคนเดียวแบบนี้
มาวินพยักหน้าเพื่อสื่อว่าเข้าใจแล้ว
“คุณทำตำแหน่งอะไรเหรอคะ”
“ผม…”
“ขออนุญาตค่ะ” พนักงานก็นำอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟให้พอดี ทำให้มาวินไม่ทันได้ตอบ
พอจะคุยต่อเอมี่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องหน้าที่การงานของเขาแล้ว เธอมองอาหารตรงหน้าแล้วเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายไว้ หน้าตาของอาหารน่ากินทุกเมนู มาวินเลยตักใส่จานให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ” เอมี่เอ่ยแล้วลองตักชิม แววตาของเธอเป็นประกายราวกับเด็กเห็นขนมเพราะว่าอาหารตรงหน้าอร่อยมาก
“อร่อยไหมครับ”
“อร่อยมาก ๆ ค่ะ”
“คุณกินเต็มที่เลยนะ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเลี้ยงเอง คุณจะได้เก็บเงินเอาไว้” เอมี่ตอบกลับก่อนจะคลี่ยิ้มให้ อาหารที่นี่ราคาแพง เธอก็อยากให้เขาเก็บเงินเดือนเอาไว้
มาวินมองเอมี่ด้วยความงุนงง เธอพูดราวกับคิดว่าเขาไม่ค่อยมีเงิน
“ผมเลี้ยงได้ครับ ไม่เป็นไรเลย” ค่าอาหารแค่นี้เขาไม่มีปัญหา เลี้ยงเธอได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
“อย่าเลยค่ะ ฉันเกรงใจ ฉันขอเป็นคนเลี้ยงเองนะ”
“โอเคครับ ขอบคุณนะครับ” มาวินยอมให้เอมี่เลี้ยงเพราะไม่อยากแย่งกันต่อ เธอคงอยากเป็นฝ่ายเลี้ยงจริง ๆ เขาก็เลยต้องยอม
เอมี่ชวนมาวินคุยอยู่ตลอดจนกระทั่งกินอาหารหมดแล้ว เธอหยิบบัตรเครดิตออกมาให้กับพนักงานเพื่อจ่ายค่าอาหาร
“ทำไมค่าอาหารถึงลดไปเยอะจัง” เอมี่มองใบเสร็จแล้วเอ่ยถามกับพนักงานขึ้นมา
“ส่วนลดพนักงานน่ะครับ” มาวินตอบกลับเอง เพราะเห็นว่าเธอเข้าใจว่าเขาเป็นพนักงานของที่นี่
“ว้าว พนักงานได้ส่วนลดเยอะจัง วันหลังถ้าฉันมาที่นี่ ฉันชวนคุณมากินอีกดีกว่า” เอมี่เอ่ยออกมาแล้วหัวเราะ เธอพูดเล่นเพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาอีกทีเมื่อไหร่
“ฮ่า ๆ ได้อยู่แล้วครับ คุณจะขึ้นห้องพักเลยไหม เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไปค่ะ”
มาวินขึ้นมาส่งเอมี่ถึงห้อง แล้วกลับไปที่ห้องพักของตัวเองโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน
