ครั้งหน้าคงไม่ได้เจอกันอีก
“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยเจ้าค่ะ ข้าว่าท่านพ่อท่านแม่ยังไม่คิดให้ข้าออกเรือนในเร็ววันนี้แน่ ข้าเป็นลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ในจวนนี้นะเจ้าคะ หลังจากพี่หญิงกับพี่หญิงรองต่างแต่งงานออกเรือนกันไปหมด” ซิงเยียนพูดอย่างมั่นใจ
“มันก็ไม่แน่หรอกนะ ซิงเยียน อายุเจ้าจวนจะเลยวัยแต่งงานแล้วนี่ พี่คิดว่าท่านทั้งสองคงไม่ยอมให้เจ้าอยู่โดดเดี่ยวไม่มีที่พึ่งพิงในยามแก่ชราอย่างแน่นอน”
“พระชายา คุณหนูเจ้าคะ แต่งตัวเสร็จรึยังเจ้าคะ ฮูหยินเรียกท่านทั้งสองไปพบที่บริเวณงานเลี้ยงแล้วนะเจ้าคะ แขกเหรื่อเริ่มเดินทางมาถึงแล้วด้วย” เจียวอีพูดพลางหอบแฮ่ก ๆ ด้วยความเหนื่อย
“ข้ารู้แล้ว จะไปเดี๋ยวนี้แหละน่า”
ทางเดินถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้หลากสีมากมายหลายชนิด โคมไฟส่องแสงสว่างไสวเป็นระยะ ดาวบนท้องฟ้าส่งแสงระยิบระยับสวยงาม ค่ำคืนนี้ดูท่าว่าจะมีคนได้เจอคนถูกใจแบบไม่คาดคิดเป็นแน่แท้
“โอ๊ย! เจ็บนะ!!” ขณะที่นางกำลังเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้เดินชนนางเข้าอย่างจัง ทำเอานางเซจนเกือบล้มลงกับพื้น
“เจ้าเป็นอะไรไหม ข้าไม่ได้ตั้งใจ” เสียงเย็นชาเปล่งออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง
“ครานี้ข้าไม่เป็นไร แต่คราหน้าท่านคงเดินชนข้าจนตกน้ำแล้วกระมัง” ซิงเยียนพูดอย่างหงุดหงิด
“ข้าคิดว่าครั้งหน้าเราคงไม่ได้เจอกันอีก เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปว่าข้าจะเดินชนเจ้าจนตกน้ำ หากข้าไม่ถูกบังคับให้มางานเลี้ยงของคุณหนูคนเล็กของตระกูลเจียงในค่ำคืนนี้ ข้าคงไม่ย่างกรายเข้ามาที่นี่”
“งั้นรึ ท่านก็คงเหมือนข้าสินะ”
“เหมือนเจ้า?”
“ก็ไม่เชิงเช่นนั้นหรอก ข้าก็แค่ไม่ค่อยเต็มใจที่ต้องมาพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ที่หวังเพียงผลประโยชน์จากข้าเท่านั้นเอง”
“หึ” ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวเดินเข้างานเลี้ยงไป ช่างเป็นชายหนุ่มที่เย็นชาไร้ความรู้สึกจริง ๆ
“คุณหนู มัวแต่ยืนเหม่ออะไรอยู่เจ้าคะ ฮูหยินกับนายท่านรออยู่นะเจ้าคะ” เจียวอีที่เดินตามหลังมาถามอย่างใคร่รู้
“เปล่าสักหน่อย ข้าเพียงคิดอะไรเพลินไปนิดหน่อย แล้วพี่หญิงของข้า นางหายไปไหนเสียแล้ว”
“พระชายา บอกข้าว่าจะรอเดินเข้างานพร้อมองค์ชายรองน่ะเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ งั้นพวกเราไปกันเถอะ”
สายตาของคนทั้งงาน ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือหญิงสาวต่างมองมาที่นางเป็นตาเดียว ใบหน้าสวยหมดจรดส่งยิ้มให้คนเหล่านั้นเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังบริเวณงานที่บิดามารดานั่งอยู่
“ท่านพ่อ ท่านแม่” นางโค้งทำความเคารพท่านทั้งสองก่อนจะเดินไปนั่งในที่ของตนเอง
“งานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจัดขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดให้ลูกสาวคนเล็กของข้า เจียงซิงเยียน ข้าหวังว่าทุกท่านที่มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้จะมีแต่ความสุขและสนุกรื่นรมย์ไปกับเสียงเพลงกันทุกคน” ทันทีที่ท่านมหาเสนาบดีเจีย ซูลี่ ผู้เป็นบิดาของนางพูดจบเสียงพิณก็เริ่มบรรเลง แสดงให้เห็นว่างานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ซิงเยียน เมื่อไหร่เจ้าจะแต่งงานออกเรือนรึ หญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าต่างออกเรือนกันจนหมดแล้ว ดูท่าว่าคงเหลือเจ้าเพียงคนเดียวแล้วกระมัง”
“คงในเร็ววันนี้แหละ ไม่ต้องให้แม่นางเยว่ฉีเป็นห่วงน้องสาวของข้าหรอก”
“พี่ฟู่เหยา” นางเรียกชื่อพี่หญิงรองอย่างตกอกตกใจ ไม่คิดเลยว่าพี่สาวคนนี้จะมางานวันเกิดของนางด้วย เจียงฟู่เหยา พี่หญิงรองที่เพิ่งแต่งเข้าจวนหวัง เมื่อไม่นานนี้เอง แถมตอนนี้ยังตั้งครรภ์อีกด้วย
“ไม่ได้เจอเจ้านานแล้ว เป็นยังไงบ้างน้องพี่” พี่หญิงรองหันมาพูดกับนาง ไม่สนใจแม่นางเยว่ฉีคู่ปรับของนางสักนิด นั่นทำให้นางรู้สึกขายหน้า จนเดินหน้าเชิดไปอีกทาง
“ข้าสบายดี ว่าแต่ท่านเถอะ มาได้ยังไงกัน ท่านตั้งครรภ์อยู่มิใช่รึ”
“ข้าคิดถึงน้องสาวแสนซนอย่างเจ้าน่ะสิ ถึงได้แบกท้องมาหาเจ้าถึงที่จวน”
“ลำบากท่านแล้ว พี่หญิง”
