1.3
เสียงแหบพร่าเอ่ยชมแผ่วต่ำ ฝ่ามือหยาบบีบเคล้นบั้นท้ายนุ่มและขยำตามอารมณ์ที่ลุกฮือไปทั้งร่าง ริมฝีปากจูบต่ำทิ้งรอยช้ำละเป็นทางบนลำคอระหงกับลาดไหล่ตามกระแสอารมณ์เชี่ยวกรากของตน
“อื้ม...ได้โปรด หยุดเถอะนะคะ”
เธอครางประท้วงเสียงกระเส่าอย่างคนอารมณ์สับสน ไม่รู้จะต่อต้านตามคำสั่งสมอง หรือเรียกร้องตามบงการของร่างกาย ที่ตกอยู่ใต้อำนาจปรารถนาที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง
ภาพหญิงสาวที่กัดริมปากอย่างข่มกลั้นอารมณ์ปรารถนาสุดความสามารถ แม้ในขณะที่เผลอโยกกายตอบสนองสัมผัสของเขา กับฝ่ามือคู่เล็กที่เผลอรั้งดึงสะโพกเขาเข้าหาความอ่อนนุ่ม และยกร่างขึ้นสอดประสานอย่างจำนนต่อมวลความปรารถนาที่เชี่ยวกราก ส่งผลให้คนที่มีอำนาจเหนือกว่ารู้สึกเอ็นดูจนต้องก้มลงบดริมฝีปากจูบเธออย่างชอบใจ ดูดดึงหยอกล้อกลีบปากอิ่ม แล้วแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มลองความรัญจวนที่ซุกซ่อนอยู่ จัดการปลดปล่อยเธอออกจากสติสัมปชัญญะน้อยนิดที่ควบคุม และบงการให้เธอต่อต้านความสุขซ่านที่เขาปรนเปรอให้อย่างต่อเนื่องสำเร็จได้ในที่สุด
“บอกผมสิสาวน้อย ว่าผมทำให้คุณรู้สึกดีหรือเปล่า”
เขาจับร่างอ่อนระทวยพลิกหงายขึ้นบนเรือนกายหลังเธอสิ้นแรงต่อต้าน ฝ่ามือกว้างช้อนบั้นท้ายนุ่มควบคุม และบงการเธอไปในจังหวะที่เขาต้องการ
“มะ...ไม่”
พราวรุ้งพยายามร้องปฏิเสธเสียงสั่นพร่า ลมหายใจหอบแผ่ว ฝ่ามืออ่อนแรงวางแปะอยู่บนบ่ากำยำ เรือนร่างเอนแนบสนิทกับร่างแกร่ง ดวงตาฉ่ำปรือประสานสายตาโชนไฟพิศวาสแรงกล้านั้นอย่างหวั่นไหว
“หืม...ไม่อะไร ไม่ดีอย่างนั้นเหรอ” มุมปากหยักบิดเป็นรอยยิ้มหยอกยั่ว ขณะที่ฝ่ามือกว้างยึดบั้นท้ายกลมกลึงเริ่มขยับและบงการเธอให้ทำตามอย่างไม่อาจปฏิเสธ “ถ้าอย่างนั้นก็บอกผมสิ ทำให้ผมดูสิว่าคุณชอบและต้องการให้ผมทำยังไง”
“อ๊า...ฉัน ได้โปรด...” เธอสะดุ้งและสั่นซ่านขึ้นอย่างสยิวในทุกจังหวะที่เขาบงการ ร่างกายอ่อนกำลัง ไม่ประสีประสาทำให้เธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกวาบหวามที่แทรกซ่านไปทั่วร่างตนเองได้อย่างที่คิด
“ผมโปรดคุณแน่ที่รัก แต่คุณต้องบอกผมก่อน ว่าคุณชอบที่ผมทำให้ไหม” เขากระซิบแผ่วพร่าขณะหยอกล้อเธอด้วยปลายลิ้นที่ตวัดไล้ใบหูเธอเล่นอย่างยั่วเย้า “ว่ายังไง...”
พราวรุ้งหายใจหอบกระเส่า ขยับตัวอย่างเคอะเขินประสาคนอ่อนประสบการณ์ เพราะไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับความต้องการบีบรัดให้ทุรนทุรายของตนเช่นไร รู้แต่ข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเรียกร้องให้เธอวิงวอนขอให้ช่วยเธอจำต้องยอมพ่ายแพ้แก่เขาอย่างศิโรราบ พราวรุ้งเอียงหน้าหลบสายตา เร่าร้อนคู่นั้นแล้วกระซิบตอบแผ่วเบาอย่างกระดากอาย
“ชอบ...ฉันชอบที่คุณทำทุกอย่าง ได้โปรด...”
ดวงตาคมพร่างพราวรอยยิ้มสมใจ หลังจากต้องอดทนต่อความซ่านเสียวเย้ายวนของหญิงสาวที่เคลื่อนตัวเสียดสีอยู่บนกายตนอย่างไร้เดียงสา เมื่อได้คำตอบพึงใจ นายหัวหนุ่มจึงทอดร่างอรชรลงกลางเตียงอีกครั้ง แล้วมอบรางวัลให้กับคนว่านอนสอนง่ายอย่างอ่อนโยน ด้วยจังหวะเร่าร้อนผสานดุดันและลึกซึ้ง ขณะแทรกร่างเข้าไปในเรือนกายบอบบาง ทำให้เธอหมดความควบคุม เผลอเพริดไปกับความปรารถนาที่เขาปรนเปรอ ให้ความสุขสมระคนรวดร้าวที่เกิดขึ้นกะทันหัน ระลอกแล้วระลอกเล่า ส่งผลให้ร่างกายของพราวรุ้งบอบช้ำพอควร ดังนั้นอย่าว่าแต่หลบหนีไปจากที่นี่เลย แม้แต่จะขยับตัวเบา ๆ เธอยังทำได้อย่างยากลำบาก ประกอบกับความ อ่อนล้า จึงทำให้เธอหลับไปอย่างง่ายดายหลังถูกเขาตักตวงความฉ่ำหวานไปจนเธอสิ้นเรี่ยวแรง
พราวรุ้งไม่รู้ว่าตนหลับลึกขนาดนี้ได้อย่างไร และหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีเธอก็อยู่ตามลำพังในห้องนี้ ความอดสูใจทำให้เธอลุกขึ้นมานั่งร่ำไห้ด้วยความเจ็บแค้น ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดตัวเองที่โง่ ไม่ทันคนจนถูกเพื่อนหลอก เป็นบทเรียนราคาแพงที่แม้ตายก็คงลืมไม่ลง เมื่อร้องไห้จนสาแก่ใจ เธอถึงรวบรวมสติได้และฝืนสังขารลุกขึ้นหอบหิ้วร่างกายที่อิดโรยของตนเดินห่างจากเตียง ก้มเก็บเสื้อผ้ายับยู่ขึ้นจากพื้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำ ชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ทุกอณูในเรือนกายด้วยความอดสู
น้ำตาผสมกับหยาดน้ำที่ชโลมเรือนร่างอิดโรย กับหัวใจรันทดที่กำลังสะอื้นไห้ไปในทุกจังหวะลูบไล้ฟองโฟม ชำระคราบคาวที่ฝังลึกในใจ ราวกับเขาจงใจตีตราบาปไว้ทั่วเรือนร่างของเธอ และไม่ว่าเธอจะล้างร่างกายนี้สักกี่น้ำ ก็ล้างคราบปรารถนาที่เขาฝากฝังไว้ได้ไม่หมดเสียที
ถึงเธอจะอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยขึ้น แต่ยังหลงเหลือเค้าความอิดโรย บอบช้ำที่สังเกตได้อย่างแจ่มชัด เธอค่อย ๆ เดินย่องออกจากห้องนอนสีควันบุหรี่หม่น หลบออกมาจากบ้านของเขาอย่างรีบเร่งโดยไม่รู้เลยว่าอาการเร่งรีบออกจากห้องนอนของเพลิงเพชรมาแบบนั้น อยู่ในสายตานางผิว แม่บ้านคนหนึ่งของเขาที่ผ่านมาเห็นเข้าอย่างบังเอิญ
