ตอนที่5 คิดหนัก
“นั่นเธอนี่ครับ” เสียงเข้มของเดชามือขวาคนสนิทเอ่ยบอกเจ้านายตัวเองระหว่างขับรถเข้าบ้านพร้อมกับสายตาหันไปเห็นร่างบางเหม่ออยู่ที่ม้านั่งสวนข้างบ้านและเหมือนไม่ได้สนใจหรือรับรู้กับการมาของพวกเขาด้วย
“นายไปพักผ่อนเถอะ” เสียงเรียบนิ่งของชัชรันเอ่ยบอกลูกน้องคนสนิทขึ้นหลังจากรถจอดนิ่งก่อนร่างสูงจะลงจากรถยืนล้วงกระเป๋ามองไปยังเบื้องหน้าที่ตอนนี้มีร่างบางนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่เงียบๆ
เด็กสาวที่เข้ามาในชีวิตเขาอย่างบังเอิญและไม่คาดคิด หญิงสาวที่นับได้ว่าช่วยเหลือเขาไว้อย่างใจกล้าทั้งที่ไม่รู้จัก สุดท้ายเธอก็อยู่บ้านหลังนี้ร่วมกับเขามาเป็นเวลากว่าครึ่งปีได้แล้ว แต่หลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พูดคุยกับเธอเท่าไหร่นัก หลายเดือนที่ผ่านมาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาดูแลเธอดีพอหรือเปล่า
สุดท้ายร่างสูงก็ก้าวตรงไปยังเด็กสาวรายนั้นอย่างต้องการพูดคุยกับเธออย่างไม่ค่อยได้มีโอกาสเท่าไหร่
“มีเรื่องอะไรทำให้เธอคิดหนักขนาดนั้นหรอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งแทบจะเย็นชาเพียงแค่ได้ยินไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้แล้วว่าเป็นใครเอ่ยออกไป
“คุณชัช” น้ำเสียงเหม่อลอยติดครางเล็กน้อยเอ่ยเรียกเจ้านายตัวเองขึ้นหลังจากค่อยๆ หันมาตามเสียงจนเห็นเจ้าของเสียง
“ร้องไห้ทำไม” ชัชรันเห็นใบหน้าสวยหวานที่ปกติไม่กล้ามองสบตากับเขาเท่าไหร่แต่ครั้งนี้ได้ยินเสียงเขากลับไม่ตกใจหันกลับมามองเขาด้วยสายตาปรือเล็กน้อยแต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยน้ำตาจนเขาอดถามไม่ได้พร้อมกับเดินไปนั่งลงข้างกายของเธอ
“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ” โนราตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดหน้าตัวเองลวกๆ ท่าทางทำอย่างเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้าไม่เหมือนกับบุคลิกของเธอในเวลาปกติที่คล่องแคล่วชับไว
“กินเหล้า?” หลังจากเธอเอ่ยปากพูดออกมาเขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเธอ บวกกับท่าทางของเธอทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าเธอต้องไม่ปกติ
“ขอโทษค่ะ หนูแค่ลองชิมไวน์ในตู้เย็นไปไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้” คนที่กำลังกรึ่มๆ เอ่ยยอมรับออกมาอย่างไม่ปิดบังว่าเธอไม่ได้กินแค่ชิมดูเท่านั้น
“.....” ชัชรันได้ยินแบบนั้นก็มองร่างบางนิ่งโดยไม่ได้พูดอะไร มองอยู่แบบนั้นจนเธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
“หนูไม่ควรทำแบบนี้ใช่ไหมคะ” ร่างบางมองเห็นใบหน้าเรียบนิ่งของเขาก็ถามออกมาอย่างรู้สึกผิดทันที ปากเบะลงเล็กน้อยราวกับจะร้องไห้อีกครั้ง
“เปล่า” ชัชรันเห็นแบบนั้นก็ตอบออกไปอย่างไม่ได้ต่อว่าหรือตำหนิอะไร สายตายังคงมองเธออยู่แบบนั้นไม่ละสายตา
“คุณชัชจะไล่หนูออกจากที่นี่ไหมคะ” แล้วอยู่ๆ คนที่พึ่งคิดน้อยใจในชีวิตก็อดถามความกังวลในใจตัวเองออกไปไม่ได้ ความกลัวว่าเขาจะไล่เธอออกจากที่นี่สักวัน
“เธออยากไปไหมล่ะ” ชัชรันไม่ได้ตอบแต่ย้อนถามความคิดของเธอขึ้นแทน
“ถ้าหนูบอกว่าไม่อยากไปและอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปละคะ” โนรามองสบตากับร่างสูงของเจ้านายที่ปกติเธอไม่เคยกล้าสบตาเขาตรงๆ เป็นเวลานานกว่าสามวินาทีเลย แต่ตอนนี้เธอมองเขาตลอดแม้แต่พูดจบก็ยังมอง
“อยากอยู่ก็อยู่” ชัชรันไม่ได้คิดว่าจะไล่เธอออกไปอยู่แล้ว ด้วยการช่วยเขาไว้ในตอนนั้นของเธอเขาถือว่าติดค้างเธอก็ว่าได้เพราะตอนนั้นเขาไม่ได้ระวังตัวมากพอ แก้วใบนั้นเกือบเข้าปากเขาไปแล้ว และถ้าเธอมาช่วยเขาไม่ทันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายจะมีเขาอยู่ตรงนี้หรือเปล่า
เพราะฉะนั้นอะไรที่เธออยากได้และเขาให้ได้ เขาก็จะให้เธอ
“หนูขอบคุณคุณชัชมากเลยนะคะที่ให้ชีวิตใหม่กับหนู” โนราได้ยินแบบนั้นน้ำตาก็หยดลงอีกครั้งก่อนจะยกมือไหว้เจ้านายตัวเองอย่างซาบซึ้ง
“ฉันยังไม่ได้ให้อะไรเธอนี่” ชัชรันพูดขึ้นอย่างที่คิด เขาอาจจะให้งานเธอทำ ให้ที่อยู่เธอ แต่เริ่มแรกเพราะต้องการเช็กให้แน่ชัดว่าเธอคือคนของศัตรูหรือเปล่า ระยะเวลาในการเช็กให้แน่ชัดจากคนไม่มีข้อมูลน่าสงสัยอย่างเธอมันกินเวลาหลายเดือนเลย
เพราะแบบนั้นเขาถึงได้ให้เธออยู่บ้านของเขามาตลอด อยู่จนกระทั่งรู้ว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศัตรูคนไหนของเขาสักคนแต่เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรต่อเธอ เธอยังทำงานบ้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทำงานแลกเงินอย่างไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไรจากเขาเลย
“ไม่เลยค่ะ ที่คุณชัชให้หนูมาตลอดมันดีมากสำหรับหนูเลย อย่างแรกหนูได้ที่อยู่อาศัย ได้ข้าวกินอิ่มท้อง หนูทำงานบ้านอย่างเดียวแต่หนูได้เงินเยอะกว่าเมื่อก่อนที่หนูต้องวิ่งวุ่นไปทั้งวันทั้งคืน...”
“ตอนนั้นหนูเหนื่อยมากจริงๆ นะคะ แต่ที่มากกว่าความเหนื่อยคือความกลัว หนูกลัวว่าเงินจะพอค่าห้องหรือเปล่า กลัวเวลากลับห้องพักดึกๆ คนเดียวจะเจออันตรายไหม...”
“แต่ตอนนี้หนูไม่ต้องกลัวเรื่องพวกนี้แล้ว หนูเลิกเรียนก็กลับมาทำงานอยู่ในบ้าน ไม่ต้องระแวงระวังอะไรอีก เรื่องพวกนี้สำหรับหนูก็ถือว่ามากมายแล้วค่ะ” โนราเอ่ยออกมาอย่างไม่กักเก็บเรื่องราวที่อ่อนแอในใจให้คนข้างกายได้รับฟังความคิดของเธอ พูดออกมาจากความไร้สติล้วนๆ
“เธออยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ อยู่จนกว่าเธอจะไม่อยากอยู่นั่นแหละ” ชัชรันไม่เคยต้องมานั่งฟังเรื่องราวชีวิตของใครที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาแบบนี้แต่กลับต้องมานั่งฟังเด็กสาวตัดพ้อชีวิตตัวเองอย่างไม่รู้สึกรำคาญกลับกันยังเห็นใจเธอด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่แปลกหรอก เขาเองก็รู้ประวัติเธออย่างดีแล้วนี่ เขารู้ว่าเธอต้องพยายามแค่ไหนกับการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว เขายอมรับเลยว่าเด็กสาวคนนี้เก่งมากจริงๆ เก่งที่ฝ่าฟันและผ่านทุกอย่างมาได้จนถึงตอนนี้ด้วยตัวคนเดียว
“ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอก” แล้วชัชรันก็พูดขึ้นอีกครั้งอย่างใจกว้างและใจดีไม่น้อย นั่นทำให้โนราหันไปมองหน้าหล่อตรงหน้าอีกครั้ง มองเขาด้วยสายตาปรือเล็ก มองอย่างลึกซึ้งด้วยความรู้สึกมากมายที่ปนเปเข้ามาในหัวสมองและจิตใจของเธอตอนนี้
กระทั่ง...
“หนู ขอกอดคุณชัชหน่อยได้ไหมคะ”
