Chapter 2 อดีตที่ฝังรากลึก [9/10]
‘วีว่าคร้าบ... รับโทรศัพท์หน่อยคร้าบ...’
ร่างบางสะดุ้งหลุดออกจากห้วงความคิดทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าเฉพาะเบอร์ของคนพิเศษดังขึ้น แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้าของเสียงนั้นโทรมา มือบางเอื้อมหยิบมันขึ้นมาก่อนจะสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมา
‘My Dear สายเข้า...’
เขาพูดแล้วทำจริง ๆ เขาโทรมาจริง ๆ ...เธอควรจะดีใจใช่ไหม? วีว่ายิ้มบาง ๆ ก่อนจะเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย
‘ทำอะไรอยู่ครับ’ ปลายสายถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
“กำลังจะเข้านอนค่ะ”
‘ทำการบ้านเสร็จแล้วหรอ?’
“ทำเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ พี่โรมทำอะไรอยู่คะ? นอนดึกจัง”
ในเมื่อเขาทำตัวปกติ เธอก็ไม่คิดที่จะชวนทะเลาะ ไม่เอ่ยถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน และพยายามที่จะไม่นึกถึงมัน ปล่อยให้ความรู้สึกของเธอทำงานในแบบที่มันอยากให้เป็น
‘คุยกับหนูอยู่ไง’
...นี่เป็นคำตอบประจำตัวของเขา
โรมก็ยังคงเป็นโรม เขาทำเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เธอฟังเหมือนเดิม ชวนคุยเหมือนเดิม ถามความคิดเห็นของเธอเกี่ยวกับเรื่องนั้นบ้าง
วีว่าถามกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า แบบนี้มันดีแล้วหรือ? มันเหมือนกับเธอนั่งทะเลาะกับตัวเอง สุดท้ายเธอก็ได้คำตอบ ในเมื่อโรมทำแบบนี้แสดงว่าเขาเองก็ไม่อยากเลิกกับเธอเหมือนกัน เขารักเธอใช่ไหม? เขายังอยากเธออยู่กับเขา
‘เดี๋ยวพรุ่งนี้โรมโทรหานะ’ โรมเอ่ยอย่างให้ความหวัง
วีว่ามองนาฬิกาที่อยู่บนหัวเตียงก็พบว่าเข็มของมันใกล้เวลาเที่ยงคืนแล้ว ปกติเธอเข้านอนตอนห้าทุ่มหลังจากคุยกับโรมเสร็จ แต่วันนี้เขาโทรมาช้ากว่าทุกวัน ซึ่งเหตุผลนั้น วีว่าไม่อยากรู้ และไม่คิดจะถาม
“ค่ะ ฝันดีนะคะ”
‘ฝันดีครับ’
ขอแค่ยังมีโรมอยู่ด้วย เธอก็จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ต่อให้คนทั้งโลกด่าว่าเธอโง่ วีว่าก็ยอม
...เธอคงรักโรมมากเกินกว่าที่จะปล่อยเขาไป
วันต่อมา ข่าวการเลิกกันของโรมและวีว่ากระจายไปทั่วโรงเรียน วีว่าไม่แปลกใจนัก และไม่ต้องสืบว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ แม้จะมีผู้คนมากมายสงสัย แต่วีว่ากับโรมก็ตอบเพียงว่า ‘แค่ทะเลาะกันเฉย ๆ’ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กว่า ๆ เขาก็ยังโทรหาเธอเช่นเดิมทุกวัน แต่เวลาก็ดึกกว่าปกติ
แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิมทุกอย่าง หลังจากวันนั้น โรมไม่เคยนัดเจอหรือมาหาเธอเลย มีเพียงตอนเดินสวนกันตอนเปลี่ยนคาบเรียนที่เขาจะเดินมาคุยกับเธอไม่กี่ประโยค และก็นับครั้งได้ และทุกครั้งจะมีสายตาจากผู้หญิงอีกคนจ้องมองด้วยความไม่พอใจ วีว่าไม่ได้เล่าเรื่องวันนั้นให้ใครฟังแม้แต่กลุ่มเพื่อนสนิท เพราะหนึ่งในนั้นมี ‘โมบาย’ ญาติของเบลล่ารวมอยู่ด้วย
เช้าก่อนเข้าแถวโมบายเดินมาถามว่า ‘แกไหวหรือเปล่า? มีอะไรเล่าให้ฉันฟังได้นะ’
นั่นแสดงว่าโมบายรู้เรื่องทุกอย่างอยู่แล้ว เธอไม่รู้ว่าควรเล่าหรือเปล่า ถึงแม้น้ำเสียงของโมบายจะแสดงถึงความเป็นห่วง แต่ความรู้สึกบางอย่างมันบอกว่าอย่าเล่า และทำให้วีว่ารู้สึกว่าเธอไม่สนิทใจกับโมบายเหมือนเมื่อก่อน
เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน เนื่องจากวีว่าต้องซ้อมดรัมเมเยอร์กว่าจะได้กลับบ้านก็ถึงเวลาท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว วีว่านั่งรอพี่ชายมารับอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนเวลานี้เพื่อน ๆ พี่ ๆ คนอื่นกลับบ้านกันหมดแล้วเธอจึงต้องนั่งรอไวน์เพียงคนเดียว
แต่ไม่รู้ว่าเทพองค์ใดกลั่นแกล้งให้วีว่าเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด หล่อนเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสามสี่คน ซึ่งวีว่าก็เลือกที่จะไม่สนใจ เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมฆ่าเวลา
“เลิกยุ่งกับโรมซะที”
วีว่ากระตุกมุมปากนึกอยู่แล้วว่าเบลล่าต้องพูดเรื่องนี้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่สาว
“พี่โรมต่างหากที่ไม่ปล่อยฉันหรือบางทีเขาอาจจะรักฉันมากก็ได้ จนถึงวันนี้เขายังโทรหาฉันทุกวันเหมือนเดิม” วีว่าพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“อีวีว่า”
เพี๊ยะ!
ผ่ามือบางของเบลล่าสะบัดลงบนแก้มของเธออย่างแรงจนใบหน้าเรียวเล็กหันไปตามแรงนั้น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า รอยประทับนั้นมันก็ทำให้ทุกคนสะใจไม่น้อย เธอมองหน้าของเบลล่าด้วยสายตาแข็งกร้าว
“โรมรักกู มึงจำเอาไว้ เขารักกู” เบลล่าย้ำอย่างคนสติหลุด
...เหมือนคนบ้าไม่มีผิด มันเลยทำให้วีว่ายิ่งได้ใจ เธอจึงยืนขึ้นประจันหน้ากับร่างบางที่เตี้ยกว่าเธอหลายเซนติเมตร
“ทำไม? รับความจริงไม่ได้ถึงกับจะรุมกูเลยหรอ?”
วีว่าไล่สายตามองผู้หญิงกลุ่มนั้น หากตัวต่อตัววีว่ามั่นใจว่าเธอต้องสู้เบลล่าได้แน่ ๆ เพราะเธอออกกำลังกายทุกวันย่อมแข็งแรงกว่า บวกกับเธอมีความคล่องตัวมากกว่า เพราะเป็นดรัมเมเยอร์
เบลล่ายกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยขึ้น “เฮ้ยพวกแก จัดการมัน”
ไม่มีความจำเป็นต้องเอาตัวเองไปแลกกับคนอย่างวีว่า เบลล่าใช้สมองทำงาน เธอไม่สนหรอก ขอเพียงเธอชนะ เธอก็ไม่เลือกวิธีการทั้งนั้น ผู้หญิงสามคนเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับมองเธอด้วยแววตาเกลียดชัง วีว่าสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม และผลักบางคนให้ห่าง
“แน่จริงมึงกับกูตัวต่อตัวสิ อย่าหมาหมู่”
“คนอย่างมึงมันต้องโดนแบบนี้แหล่ะ ถึงจะสาสม จับมันไว้” เบลล่าสั่งเพื่อน ๆ ในประโยคสุดท้าย
แม้จะพยายามหลบ และสะบัดมือออก สุดท้ายวีว่าก็สู้คนมากกว่าไม่ได้อยู่ดี เธอถูกจับล็อคแขนเอาไว้ทำได้เพียงแค่มองใบหน้าที่น่ารังเกียจของเบลล่า ริมฝีปากของเธอเบ้ลง พร้อมกับย่างเท้าเข้ามาใกล้อย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะสะบัดมือลงบนหน้าของวีว่าอีกครั้ง
เพี๊ยะ!
“โอ๊ย”
