บทที่ 7 คืนแรกในคฤหาสน์วาเลนเต -1-
บทที่ 7 คืนแรกในคฤหาสน์วาเลนเต
“กล้องตัวนั้นถ่ายอะไรอยู่”
เอเลนายืนกอดอกอยู่กลางโถงคฤหาสน์วาเลนเต แทนที่จะสนใจโคมไฟระย้าหรือบันไดหินอ่อนที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสอง เธอกลับจ้องกล้องวงจรปิดตรงมุมเพดานมาตั้งแต่ก้าวเข้าประตู
ดาเมียนหันมองตาม
“ทางเข้าหลัก”
“มันมองเห็นประตูห้องรับแขกด้วย”
“ก็ประตูอยู่ตรงนั้น”
เอเลนาหันขวับ “ฉันไม่ได้มาถามเรื่องตำแหน่งประตู!”
“แล้วคุณถามอะไร”
“บ้านนายมีกล้องกี่ตัว”
“ชั้นล่างสิบสอง ชั้นสองแปด ด้านนอกสิบหก”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง
“นี่บ้านหรือสถานีตำรวจ”
“สถานีตำรวจมีกล้องน้อยกว่านี้”
เอเลนามองหน้าเขา ก่อนตัดสินใจว่าไม่คุ้มที่จะเถียง
“ในห้องนอนล่ะ”
“ไม่มี”
“ห้องน้ำ?”
ดาเมียนเลิกคิ้ว
“นายอย่าทำหน้าแบบนั้น ฉันถามจริง!”
“ไม่มีทั้งในห้องนอน ห้องน้ำ และห้องทำงานของคุณ”
“ฉันจะตรวจเอง”
“เชิญ”
คำตอบง่าย ๆ นั่นไม่ได้ทำให้เธอไว้ใจเขาขึ้นมาเลยสักนิด ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดข้างกระเป๋าเดินทางของเธอ
“ให้ผมช่วยยกขึ้นไปไหมครับ คุณผู้หญิง”
เอเลนาหันไปมองทันที
คุณผู้หญิง?
เธอเพิ่งจดทะเบียนสมรสกับดาเมียนได้ไม่ถึงวัน ยังไม่ทันชินกับการมีสามี ก็มีคนเรียกเธอแบบนี้เสียแล้ว
“เรียกฉันว่าคุณมาริโนก็พอค่ะ”
ชายคนนั้นชะงัก ก่อนเหลือบมองดาเมียน
เอเลนาถอนหายใจ
“แล้วเวลาฉันพูดอะไร ช่วยมองฉันด้วย ไม่ต้องรอให้เจ้านายอนุญาตทุกเรื่อง”
ดาเมียนยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้อง
“ทำตามที่เธอบอก”
เอเลนาแทบอยากกลอกตา
สุดท้ายก็ยังต้องรอคำสั่งเขาอยู่ดี! เธอจับคันลากกระเป๋าแล้วเดินนำไปทางบันได แต่ยังไม่ทันขึ้นขั้นแรก ดาเมียนก็เดินเข้ามาข้าง ๆ
“ให้เขายกเถอะ คุณยังไม่ได้พักเลย”
“ฉันยกไหว”
“กระเป๋าคุณหนัก”
“นายรู้ได้ยังไง”
“ผมเห็นคนยกลงจากรถ”
เอเลนาหยุดเดิน ก่อนหันกลับไปหาชายคนเดิม
“งั้นรบกวนด้วยค่ะ”
ดาเมียนมองเธออย่างประหลาดใจ
“อะไร” เธอถาม “ฉันไม่ได้บอกว่าจะยกเองจนหลังหักเสียหน่อย”
มุมปากเขาขยับนิดหนึ่ง
เอเลนาไม่รอดูว่าเขาจะยิ้มหรือเปล่า เธอเดินขึ้นบันไดทันที
คฤหาสน์กว้างกว่าที่เห็นจากด้านนอกมาก พื้นหินสีเข้มตัดกับผนังสีครีม เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นดูแพงจนเธอไม่อยากเดาราคา แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นความเป็นระเบียบ
ไม่มีรองเท้าวางผิดที่ ไม่มีหนังสือเปิดค้างไว้บนโต๊ะ แม้แต่แจกันดอกไม้ก็ยังจัดเรียบร้อยเหมือนกำลังรอช่างภาพมาถ่ายรูปลงนิตยสาร
เอเลนาอดสงสัยไม่ได้ว่ามีใครกล้าใช้ชีวิตตามปกติในบ้านหลังนี้บ้าง
เมื่อถึงชั้นสอง เธอเริ่มสังเกตตำแหน่งประตูและทางเดิน
บันไดหลักอยู่ด้านหลัง บันไดบริการอีกฝั่งหนึ่ง หน้าต่างทางเดินมองลงไปเห็นสวน ส่วนกล้องวงจรปิดมีสองตัวตรงทางแยก
“กำลังหาทางหนี?”
เสียงดาเมียนดังขึ้นข้างหู
“กำลังดูบ้าน”
“ประตูด้านหลังล็อกจากข้างใน ถ้าไฟดับระบบจะปลดอัตโนมัติ”
เอเลนาหันไปมองเขา
“บอกฉันทำไม”
“เผื่อคุณจะออกไปทางนั้น”
“นายไม่กลัวฉันหนีหรือไง”
“กลัวคุณไปเสียเวลากับประตูที่เปิดไม่ได้มากกว่า”
เธอหลุดหัวเราะ ก่อนรีบหุบปากเมื่อเห็นเขามองมา
“อย่าดีใจ ฉันไม่ได้ชม”
“ผมยังไม่ได้พูดอะไร”
เขาเดินนำไปหยุดหน้าประตูด้านหนึ่ง
“ห้องคุณ”
เอเลนาเปิดเข้าไปเอง
ห้องนอนกว้างขวางแต่ไม่ได้ตกแต่งหรูหราจนน่าอึดอัด มีเตียงขนาดใหญ่ โต๊ะเล็กข้างหน้าต่าง และระเบียงที่มองลงไปเห็นสวน
เธอกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างประหลาด
อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีดอกไม้สีขาว
ตั้งแต่ได้รับช่อดอกไม้พร้อมข้อความข่มขู่เมื่อวาน เธอคงไม่อยากเห็นกุหลาบหรือลิลลีไปอีกพักใหญ่
“ห้องนายอยู่ไหน”
“ปีกตะวันตก”
“ไกลแค่ไหน”
“พอที่คุณจะไม่ได้ยินเสียงผมเดิน”
“ยอดเยี่ยม”
ดาเมียนพิงกรอบประตู
“ดีใจขนาดนั้น?”
“ถ้านายอยู่คนละชั้นได้จะดีกว่านี้”
“ผมจะพิจารณา”
เอเลนาหันกลับมาตรวจห้อง เธอเปิดตู้เสื้อผ้า มองมุมเพดาน ลองล็อกประตู ก่อนก้มดูใต้โต๊ะข้างเตียง
“หาอะไร”
“ของที่ไม่ควรอยู่ในห้องฉัน”
“ผมไม่ได้ติดกล้องไว้”
“คนที่ติดกล้องก็คงพูดแบบนี้”
ดาเมียนไม่เถียง เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าประตู ไม่ก้าวตามเข้ามาแม้แต่นิดเดียว
เอเลนาตรวจต่อจนถึงห้องน้ำ เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติจึงเดินกลับออกมา
“ล็อกประตูจากข้างในได้ใช่ไหม”
“ได้”
“นายมีกุญแจสำรอง?”
“ฝ่ายรักษาความปลอดภัยมีไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน”
“ฉันต้องรู้ว่าใครถือกุญแจบ้าง”
“พรุ่งนี้ผมจะให้รายชื่อ”
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“แล้วอย่าเข้ามาโดยไม่เคาะ”
“ผมยังไม่ได้ก้าวข้ามประตูเลย”
เอเลนาก้มมองปลายรองเท้าของเขา จริงด้วย น่าหงุดหงิดที่ผู้ชายคนนี้ชอบทำตามข้อตกลงในเวลาที่เธอกำลังหาเรื่องเขา!
“ห้องทำงานคุณอยู่ถัดไปอีกสองห้อง” ดาเมียนบอก
“ฉันมีห้องทำงานด้วย?”
“คุณบอกว่าจะทำงาน”
“ฉันนึกว่านายจะให้ฉันนั่งปักผ้าอยู่ในห้องนอนจนครบสามสิบวันเสียอีก”
“ถ้าคุณอยากปักผ้า ผมให้คนหาอุปกรณ์ได้”
เอเลนาคว้าหมอนใบเล็กบนเตียงขึ้นมาทันที
ดาเมียนถอยออกจากหน้าประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ห้องทำงานอยู่ทางนี้”
เธอวางหมอนกลับที่เดิมอย่างเสียดาย
ดาเมียนพาเธอเดินไปตามทางเดิน ก่อนหยุดหน้าห้องหนึ่งแล้วถอยให้เปิดประตูเอง
ภายในมีโต๊ะไม้สีเข้ม ชั้นหนังสือ เครื่องชงกาแฟ และลำโพงขนาดเล็กตรงมุมห้อง ตอนแรกเอเลนาคิดว่าเป็นเพียงห้องทำงานทั่วไป
จนกระทั่งเธอเดินไปสำรวจชั้นหนังสือ
“เดี๋ยวนะ...”
เธอหยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง นักเขียนคนโปรดของเธอ พอไล่ดูเล่มถัดไปก็พบอีกคน ตามด้วยหนังสือสืบสวนที่เธอเพิ่งอ่านจบเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
เอเลนาหันไปมองดาเมียน
“นายจัดห้องนี้เอง?”
“ให้คนเตรียม”
เธอเดินไปดูเครื่องชงกาแฟ
กาแฟที่วางอยู่ข้างกันเป็นยี่ห้อเดียวกับที่เธอซื้อประจำ ส่วนลำโพงก็มีรายชื่อเพลงแจ๊ซเก่า เพลงคลาสสิก และเพลงอินดี้ที่เธอชอบเปิดระหว่างทำงาน
ความรู้สึกอบอุ่นแล่นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะถูกความสงสัยเข้ามาแทนที่
“ดาเมียน”
“ครับ”
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบของพวกนี้”
“บางอย่างผมจำได้”
เอเลนาหยิบหนังสือเล่มที่เพิ่งอ่านเมื่อไม่กี่เดือนก่อนขึ้นมา
“เล่มนี้นายจำได้จากเมื่อสิบปีก่อนด้วยเหรอ”
เขามองหนังสือในมือเธอ คราวนี้ไม่มีคำตอบ
เอเลนาค่อย ๆ วางมันกลับเข้าชั้น เมื่อครู่เธอเกือบดีใจแล้วเชียวที่มีคนยังจำความชอบของเธอได้หลังจากเวลาผ่านไปตั้งนาน แต่ตอนนี้กลับไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไร
“ตลอดสิบปีที่ผ่านมา นายรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง”
ดาเมียนเงียบไป
“ดาเมียน”
“มากพอจะเตรียมห้องนี้”
เอเลนามองเขาอย่างเหลือเชื่อ
“นั่นไม่ใช่คำตอบที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย”
“ผมรู้”
“แล้วนายยังจะทำ?”
เขาเหลือบมองข้าวของในห้อง ก่อนกลับมาสบตาเธอ
“ผมคิดว่าคุณคงทำงานสะดวกขึ้น”
“ฉันชอบห้องนี้” เอเลนาพูดตามตรง “แต่มันน่ากลัวนิดหน่อยที่เดินเข้าบ้านนายแล้วเจอของทุกอย่างเหมือนมีใครยกชีวิตฉันมาไว้ที่นี่”
ดาเมียนไม่แก้ตัว เขายืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอยออกไปจากประตู
“ห้องนี้เป็นของคุณ ผมจะไม่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
เอเลนาอยากถามต่อว่า แล้วที่ผ่านมาเขาเคยขออนุญาตเธอก่อนรู้เรื่องพวกนี้หรือเปล่า
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด
เธอเพิ่งมาถึงคฤหาสน์ ยังมีเรื่องที่ต้องตรวจสอบอีกมาก และไม่อยากใช้คืนแรกหมดไปกับการทะเลาะ
“ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก”
“ถ้าต้องการอะไร โทรหาคนดูแลบ้านได้”
“ไม่ต้องส่งใครมายืนเฝ้าหน้าห้องนะ”
“คนของผมดูแลทางเดิน ไม่ได้เฝ้าคุณ”
เอเลนาหรี่ตา
“ต่างกันตรงไหน”
“คุณปิดประตูได้”
เธอเดินไปปิดประตูต่อหน้าเขาทันที
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากอีกฝั่ง
