บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

คำร่ำลือกลายเป็นเรื่องเล่าขาน เรื่องเล่าขานกลายเป็นตำนาน กาลเวลากว่าห้าร้อยปีผ่านไป แม้ไม่มีใครตอบได้อย่างเต็มปากว่าเคยพบเทพธิดา ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังหลงงมงาย กระทั่งหลั่งไหลมารวมตัวกันยังทางขึ้นหนี่ว์ซานเช่นตอนนี้

ห้องพักในโรงเตี๊ยมล้วนอัดแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ราคาที่ถูกโก่งจนเรียกได้ว่าเป็นการขูดเลือดเนื้อ กระนั้นกลับไม่มีใครกล้าปริปาก เนื่องจากคนที่โวยวายเหล่านั้นล้วนถูกไล่ออกไป หลายคนจึงต้องยอมนอนในโรงเก็บฟืน เพราะที่พักไม่เพียงพอกับจำนวนคน

ภายในห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่บนชั้นสอง เงาร่างสูงกำลังยืนมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นผ่านช่องหน้าต่าง แผ่นหลังของเขาตรงแน่ว ท่วงท่าสุขุมสง่างาม ผิดไปจากเหล่าชาวยุทธ์หลายคน ซึ่งกำลังโวยวายเพราะห้องพักเต็มจนไม่อาจรองรับ

“นายท่านขอรับ”

โม่สวินก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับคำนับเพื่อรายงานสถานการณ์ เขากับสหายอีกสามคนติดตามเกาเฟิงเหยียนมาหลายปี นับจากชายหนุ่มขึ้นรับตำแหน่งมหาเสนาบดีแคว้นฉี

“มีอะไรคืบหน้าหรือไม่”

“ไม่มีใครสามารถฝ่าพายุหิมะขึ้นเขาไปได้ขอรับ ทางขึ้นเขาทั้งหมดถูกหิมะถล่มปิดตาย อีกทั้งพายุยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง คนทั้งหมดจึงถอยร่นลงมารวมตัวกันที่นี่”

“ต้าเหมิง เซียวจิง ยังมีเยี่ยหลิง พวกเขาไปไหนแล้วเล่า”

“ยังดูลาดเลาอยู่ข้างล่างขอรับ ที่นี่คนเยอะเกินไปไม่อาจวางใจ เราไม่มีทางรู้ได้ว่าหนึ่งในคนเหล่านั้นจะเป็นคนของอีกสองแคว้นหรือไม่ ทางที่ดี...”

น่าจะส่งข่าวกลับเมืองหลวงเพื่อให้ส่งคนมาคุ้มกันเพิ่ม

โม่สวินอยากจะบอกแบบนั้นแต่ถูกผู้เป็นนายบอกปัด

“เรียกสามคนนั้นกลับมา คืนนี้ไม่ต้องทำอะไร พรุ่งนี้เตรียมรถม้าให้พร้อม ฟ้าสางข้าจะกลับเมืองหลวง”

“แต่...”

“ตั้งแต่แรกข้าเพียงรับปากว่าจะมาที่หนี่ว์ซาน ไม่ได้บอกว่าจะขึ้นเขา เขาเองก็ไม่ได้คัดค้าน”

เห็นสีหน้าโม่สวิน เกาเฟิงเหยียนเพียงอมยิ้ม

“เจ้าเชื่อจริงๆ หรือว่าเทพธิดาแห่งหนี่ว์ซานมีจริง ข้ากับเขาเติบโตที่นี่ ถึงอย่างนั้นกลับไม่เคยเห็นมีเทพธิดาปรากฏตัวเลยสักครั้ง”

โม่สวินยังคงมีท่าทีกังขา “แต่ท่านเทพแห่งคำทำนายยืนยันให้ท่านมาที่นี่”

‘เขา’ ที่เกาเฟิงเหยียนกล่าวถึง ก็คือหวังอวี่ เทพแห่งคำทำนายที่ผู้คนแคว้นฉีต่างก็ร่ำลือถึงการทำนายอันแม่นยำ

“ก็จริง” เกาเฟิงเหยียนยังคงมีรอยยิ้ม

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาให้เรามาตามล่าหาเทพธิดาเหมือนคนพวกนั้น เรียกสามคนนั้นกลับมาให้หมด คืนนี้หิมะตกหนักไม่มีใครโง่งมถึงขนาดเอาชีวิตไปเสี่ยง เพียงเพื่อตามหาสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่หรอก”

ถึงจะโลภโมโทสันแต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของคนยังคงเหนือกว่าสิ่งใด เขาเชื่อเช่นนั้น

“แล้วหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเล่าขอรับ”

“เช่นนั้นก็ปล่อยให้สุดแล้วแต่ชะตากำหนดเถิด แม้หวังอวี่จะเป็นถึงเทพแห่งคำทำนาย แต่ทุกเรื่องย่อมมีครรลองของมัน ฝืนไปก็เท่านั้น”

นึกถึงท่านเทพแห่งคำทำนาย ซึ่งป่านนี้คงนอนหลับสบายในเรือนพักอันเงียบสงบ เกาเฟิงเหยียนได้แต่ถอนหายใจออกมา ในใจกำลังก่นด่าอีกฝ่ายที่หาเรื่องส่งเขาออกมานอกเมืองหลวงแคว้นฉี

ความจริงแล้วทั้งเกาเฟิงเหยียน และหวังอวี่ ต่างก็เป็นศิษย์ของคนไร้นาม บุรุษซึ่งเป็นหนึ่งในใต้หล้าที่เคยช่วยอดีตจักรพรรดิแคว้นฉีเอาชนะศึกสามแคว้นเมื่อสามสิบปีก่อน

ก่อนสิ้นใจคนไร้นามได้สั่งเสียให้ศิษย์ทั้งสองลงจากหนี่ว์ซาน ทั้งนี้ก็เพื่อเลือกทายาทผู้ซึ่งจะครองบัลลังก์ต่อจากอดีตจักรพรรดิ

หวังอวี่เป็นคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากซับซ้อน ทางหนึ่งเขาสร้างชื่อเสียงจากการเป็นเทพแห่งคำทำนาย ส่วนอีกทางก็ลอบติดต่อกับเกาเฟิงเหยียน ซึ่งเลือกเป็นกุนซือให้องค์ชายรองแคว้นฉี

แผนการลุล่วงองค์ชายรองได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่ทุกอย่างกลับยังคงไม่จบ เพราะรากฐานของบัลลังก์นี้ยังไม่มั่นคง เช่นนี้เกาเฟิงเหยียนจึงไม่อาจกลับขึ้นหนี่ว์ซานดังใจหมาย เช่นกันกับหวังอวี่ที่ไม่อาจทิ้งศิษย์พี่ของตนเอาไว้ที่เมืองหลวง

“ส่งคนมาตอนนี้เท่ากับเปิดเผยตัวตน มีพวกเจ้าสี่คนอยู่กับข้า ผู้ใดกล้าบุกเข้ามามิเท่ากับเอาชีวิตมาทิ้งหรอกหรือ”

เกาเฟิงเหยียนเองก็ตระหนักว่าตนตกเป็นเป้าสังหารของอีกสองแคว้น สองปีที่รับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี มือสังหารที่ถูกส่งเข้ามาลอบสังหารเขา มีมากจนทุกวันนี้เขาเลิกนับไปแล้ว

การมาครั้งนี้เป็นความลับที่มีเพียงจักรพรรดิที่ทรงล่วงรู้ แม้เสี่ยงแต่หากเป็นเรื่องที่หวังอวี่ร้องขอ เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธ

สหายที่เติบโตมาพร้อมกับเขาผู้นี้แม้นิสัยประหลาด แต่ไม่เคยทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel