บท
ตั้งค่า

ตอนที่9 มิ่งขวัญไม่ใช่ผู้หญิงใสซื่อ

สำหรับคัลกี้ นี่เป็นประสบการณ์ที่แย่จริงๆ พึ่งเกิดมาก็ต้องถูกทิ้งซะแล้ว มิ่งขวัญพาคัลกี้ไปอาบน้ำดื่มนมอุ่นๆ หลังจากนั้นก็กอดมันไว้ทั้งคืน ก่อนไปเรียนเธอจูบมันซ้ำๆเพื่อมอบความรักให้ มิ่งขวัญดูเป็นห่วง มะเมี่ยวจึงเข้ามาอุ้มคัลกี้

“น่ารักจังเลย ไม่งอแงด้วย พี่เล่นกับคัลกี้เอง มิ่งไปเรียนเถอะ”

“ฝากด้วยนะคะพี่มะ มันพึ่งถูกทิ้ง เมื่อคืนก็ไม่ยอมห่างจากหนูเลย น่าสงสารมากค่ะ” มิ่งขวัญกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะไปมหาวิทยาลัย เย็นนี้เธอควรแวะซื้อที่นอนและอาหารให้คัลกี้ด้วย แมวน้อยกำลังเติบโต น่าจะกินเยอะทีเดียว

“ที่รัก เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้คนมองแปลกๆ” แครอลนั่งเรียนไปได้สักพักก็สังเกตเห็นว่ามีคนแอบมองมายังพวกเธอ ไม่ใช่อันธพาลกลุ่มของนาวี แต่เป็นเพื่อนในห้อง มันน่าอึดอัดมาก

“ฉันไม่รู้ ไม่เห็นใครพูดอะไรเลย อย่าไปสนใจ คงแค่มอง ไม่ได้มีเรื่องหรอก”

“ลองกล้ามีสิ ฉันไม่ยอมแน่ อย่ามาเล่นสงครามประสาท ฉันทนแบบนั้นไม่ไหวหรอก”

มิ่งขวัญกล่อมให้แครอลใจเย็นๆ จบคาบเรียนแล้วสองสาวก็ออกไปทานอาหารเที่ยง ที่โรงอาหารของคณะ บอกไม่ให้คิดมากก็ไม่ได้แล้ว มีคนแอบมองจริงๆ มิ่งขวัญรีบทานรีบลุก เธอประหม่าจนทำตัวไม่ถูกแล้ว

“ที่รัก ฉันไปถามให้เอาไหม พวกนั้นไม่ได้มองฉัน”

“ถามอะไรแคล เธออย่าหาเรื่องนะ”

“ไม่ต้องห่วง มองอยู่ได้” แครอลเดือดร้อนแทนเพื่อน เธอเดินไปหาปีหนึ่งสาขาอื่นแล้วถามให้รู้เรื่อง

“ขอโทษนะ พอดีเราสังเกตว่าเธอมองเพื่อนเรา มีอะไรหรือเปล่า” แครอลกระตุกยิ้มแข็งทื่อ ท่าทางของเธอไม่เป็นมิตรเลย ปีหนึ่งกลุ่มที่แครอลไปถามมองหน้ากัน หนึ่งในนั้นจึงพูดขึ้น

“ก็ได้ยินมาว่าพวกพี่จะส่งมิ่งขวัญประกวดดาวคณะ ไม่มีอะไรหรอก อยากมองคนสวยเฉยๆ”

“ใช่ๆ มิ่งขวัญสวย จบจากนอก ภาษาอังกฤษดี แล้วก็น่ารัก ปีนี้สู้กับคณะนิเทศได้แน่นอน”

“ไม่มีเรื่องอื่นแน่นะ” เพื่อนๆส่ายหน้าเป็นคำตอบ แครอลจึงกลับไปนั่งที่เดิม

“มิ่งขวัญ เธอเป็นตัวแทนคณะตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เห็นบอกฉันเลย”

“ตัวแทนอะไร?”

“ก็เพื่อนชั้นปีเราบอกว่าพี่จะส่งเธอไปประกวดดาวเดือน เธอเตรียมพร้อมหรือยัง งั้นวันเสาร์นี้ฉันพาเธอไปเสริมสวย ทำผมใหม่ ซื้อชุดใหม่ดีกว่า”

“เดี๋ยวก่อนแครอล ไปเอาข่าวมาจากไหน ฉันไม่ได้จะไปประกวดดาวเดือนอะไรนั่น”

“ถ้าเธอไปก็ดีมากเลยนะที่รัก ฉันจะเป็นสปอนเซอร์ให้เอง”

“อย่าพูดไปเรื่อย” มิ่งขวัญทำหน้าบึ้ง คนพากันมองเธอตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็เพราะการประกวดอย่างนั้นหรือ เธอไม่ได้ไปตกลงหรือคุยกับใคร แล้วรู้มาจากไหน

ช่วงเย็นมิ่งขวัญกับแครอลต้องเข้าประชุมเชียร์ วันนี้พี่อิงดาวหัวหน้าชั้นปีที่สองแจ้งกับทุกคนว่า จะมีการจับฉลากพี่รหัส ให้เตรียมพร้อม ถ้ารู้ปริศนาแล้ว ต้องทายว่าเป็นใคร พร้อมกับขอเข้าร่วมสาย ทำให้พี่ตัวเองยอมรับให้ได้ มิ่งขวัญจับเป็นคนที่สาม เธอได้คำว่า เคียงคู่ท้องฟ้า พอเดาไปๆมาๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องยากเลย

“มีเวลาสามวันให้พี่รหัสยอมรับ ถ้าใครทำไม่สำเร็จเราจะมีบทลงโทษเล็กๆน้อยๆ เช่น ไปเต้นไก่ย่างหน้าคณะ”

ปีหนึ่งรับทราบ พอช่วงพักมิ่งขวัญก็เดินไปหาอิงดาวแล้วบอกว่าเธอจับได้ใคร อิงดาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เธอบอกว่าไม่ใช่ตัวเอง แต่มิ่งขวัญรู้ว่าใช่

“ไม่ใช่พี่อิงดาวจริงๆเหรอคะ”

“พี่จะบอกความจริง ถ้าเราเดินไปหาพี่คนนั้น แล้วขอไลน์มาได้” อิงดาวพยักเพยิดหน้าไปหาชายหนุ่มร่างสูงโปร่งต่างสาขาเพื่อลองใจมิ่งขวัญ ตอนอยู่ปีหนึ่ง พี่รหัสของอิงดาวก็ให้ทำแบบนี้ แฟนคนปัจจุบันก็มาจากเกมบ้าๆนี่แหละ

“จะดีเหรอคะ”

“มันไม่มีแฟนหรอก ไม่ต้องกลัว ขำๆ ว่าแต่เราอ่ะ กล้าหรือเปล่า” มิ่งขวัญเข้าใจว่าอิงดาวหลอกให้เธอไปขอไลน์หนุ่มรุ่นพี่เพราะตนเองนั้นแอบชอบ เธอจึงช่วย ไม่มีใครอยู่กับผู้ชายคนนั้นเลย ถ้ารีบพูดรีบจบก็เสร็จแล้ว

“สวัสดีค่ะ พี่รหัสให้มาขอไลน์ค่ะ” ชายหนุ่มรุ่นพี่มองตามเสียงเรียก เขาจ้องสาวน้อยตาไม่กะพริบ และเหมือนจะหยุดนิ่งไปแล้วด้วย มิ่งขวัญเกาแก้มแก้เก้อ เธอดูใจกล้าเกินไปหรือเปล่า

“ขอเองไหมครับ”

“ไม่ใช่นะคะ พี่ให้มาขอค่ะ” มิ่งขวัญมองกลับไปหาอิงดาว เพื่อยืนยันคำพูด

“นี่ไลน์ผมครับ แอดเพื่อนกันก่อน ค่อยแนะนำให้พี่รหัสนะครับ”

“ออค่ะ” เรเว่นยื่นโทรศัพท์ให้มิ่งขวัญสแกนโค้ดเป็นเพื่อน หลังจากนั้นเธอก็กลับไปหาอิงดาว บอกว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว

“นี่ไลน์ของพี่ผู้ชายเมื่อครู่ค่ะ”

“ไม่ต้องเอาให้พี่หรอก พี่กับมันเป็นเพื่อนกัน มีไลน์กลุ่มไลน์นั่นนี่ตั้งนานแล้ว หนูเป็นน้องรหัสของพี่แล้วนะ” อิงดาวยิ้มเอ็นดู มิ่งขวัญไม่เห็นจะหยิ่งอย่างที่คิดเลย ตอนเธอตั้งคำถามเรื่องกฎ ก็คิดว่าจะหัวดื้อไม่ยอมใครซะอีก

“เมื่อกี้อะไรวะ น้องมิ่งขวัญสแกนอะไร มึงบอกกูมาเรเว่น”

“น้องขอไลน์กูครับ”

“มึงเอาจริงดิ ไม่คบใครในมอเลย เพื่อรอคนนี้เหรอวะ ยังไงๆ เอาให้แน่”

“น่ารักวะ” เรเว่นพูดได้คำเดียว ในสายตาของเขา ตั้งแต่วันแรกที่พบมิ่งขวัญ ก็รู้สึกว่าจะชอบเธอมากๆ ยิ่งพอได้คุยกัน ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก

“หึ” เสียงแค่นหัวเราะทำให้คนที่ได้ยินขมวดคิ้วสงสัย มีเรื่องอะไรน่าสนใจกัน

“อะไรวะคัลเลน” กลุ่มชายหนุ่มต่างคณะอยู่บนชั้นสามของอาคาร เมื่อมองตามสายตาของคัลเลนลงมาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังยืนคุยกับหนุ่มหล่อเดือนคณะมนุษย์อยู่ ว่าแต่ ทำไมเธอหน้าคุ้นๆ

“ไม่ใช่หญิงที่มึงลากหายไปวันนั้นเหรอวะ” เมฆตั้งใจมองดีๆก็จำเธอได้

“ใช่แน่ แล้วน้องมันไม่มาเกาะแกะมึงเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆได้ไงวะคัลเลน สวยนะนั่น ครั้งเดียวพอจริงดิ”

ครั้งเดียวอะไร เขายังไม่ได้ด้วยซ้ำ ยัยเด็กนั่นเกิดเป็นบ้าขึ้นมา ต่อยจมูกเขาในห้องน้ำ ผู้หญิงแบบไหน มือหนักชะมัด คัลเลนมองไปยังมิ่งขวัญ ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าเธอไร้เดียงสาและใสซื่อ เจอกันที่ผับของเขาก็เป็นเพราะแครอลพาเธอไป แต่พอเห็นแบบนี้ ความจริงแล้ว อาจไม่ใช่อย่างที่คิด

“ทุกคนมารวมกัน เดี๋ยวพี่จะปล่อยแล้ว”

ปีหนึ่งสาขาเอกของมิ่งขวัญทยอยมานั่งเป็นแถว ก่อนที่จะได้ฟังพี่ทราย รองหัวชั้นปีที่สองกล่าวอะไร ก็มีบางสิ่งเรียกความสนใจจากทุกคน

“นั่นพี่คัลเลน พี่โจนาส พี่เมฆ และสุดหล่อของฉัน พี่นที ไม่รู้มาก่อนว่าพี่เขาเรียนที่ตึกคณะเราด้วย”

ผู้หญิงปีหนึ่งหันไปมองสี่หนุ่มที่พึ่งเดินลงมาจากอาคาร ดวงตาของพวกหล่อนเปล่งประกาย ผู้ชายที่ทั้งหล่อและเท่ห์เหมือนกับไอดอลไม่ได้ผ่านมาให้เห็นบ่อยๆ มีโอกาสแล้วต้องจ้องให้เต็มที่ มิ่งขวัญเองก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหันไป พอได้สบตากับคัลเลน หญิงสาวก็รีบสะบัดคอกลับจนได้ยินเสียงหักของกระดูกทันที โอ๊ย! คอเคล็ดแล้ว

“ฉันชอบพี่คนที่เดินตรงกลางจัง หน้าลูกครึ่ง แต่ดูดุ ไหล่ก็กว้าง ขาก็ยาว น่าจะสูงร้อยแปดสิบ เป็นนายแบบได้เลย หรือว่าพี่เขาเป็นอยู่ แต่ฉันยังไม่ติดตามนะ”

“ฉันเลือกไม่ถูกเลย ชอบทุกคน แต่ขอชอบคนเดียวกับเธอได้ปะ เพราะพี่คัลเลนทำฉันร้อนเว่อ”

“พี่โจนาสก็ลูกครึ่ง ทำไมเธอไม่ชอบ มาชอบคนเดียวกับฉัน เขาเป็นสามีฉัน”

เสียงของเพื่อนปีหนึ่งหยอกล้อกันเกี่ยวกับคัลเลน ทำให้มิ่งขวัญแทบจะบุ้ยปาก ผู้ชายคนนั้นดีเลิศเลอ แบบที่ใครๆต่างก็มอง แต่สำหรับเธอ เขาคือไอ้โรคจิตลวนลามคนไม่มีสติ ขอให้มาเรียนที่ตึกนี้แค่วันเดียวพอ เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาตลอดเทอม

“เอาล่ะ พวกเอ็งก็พากันเก็บหูเก็บตาหน่อย เขามาเรียนตัววิชานอก เจอก็แค่เทอมนี้แหละ”

“พี่ทราย พี่รู้จักใครไหมคะ”

“ก็เด็กบริหารปีสาม พี่ไม่ค่อยรู้จักหรอก แต่ปีนี้ดีมากที่เขาเลือกมาเรียนตัวนอกคณะเรา ทำให้พี่มีอาหารตา พากันเบาๆหน่อย เดี๋ยวแขกตื่น” พี่ทรายพูดจบ พวกผู้หญิงก็หัวเราะคิกคัก ส่วนผู้ชายตรงกันข้าม กลุ่มของนาวีมองคัลเลนและเพื่อนเหมือนศัตรู ยิ่งเห็นมาเดินป้วนเปี้ยนในตึกคณะตัวเอง ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบหน้า

“พี่อิงดาว มิ่งขอกลับก่อนได้ไหมคะ”

“เกิดอะไรขึ้นหนู” อิงดาวนั่งลงข้างมิ่งขวัญ เธอเองก็เอาแต่มองผู้ชายหล่อ ไม่ทันสังเกตว่ามิ่งขวัญสีหน้าแย่เลย

“หนูคอเคล็ดค่ะ” ลำคอขาวผ่องของมิ่งขวัญบวมเป่ง เธอหันหน้าไปทิศไหนก็ไม่ได้

“ไปๆ บาดเจ็บแล้ว พี่จะไปส่งที่โรงพยาบาล”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปกับเพื่อนจะได้กลับหอเลย เพื่อนหนูแครอล อยู่นั่นค่ะ” มิ่งขวัญชี้ไปยังลานใต้ตึกซึ่งเป็นที่จัดกิจกรรมเอกสาขาของแครอล

“เดี๋ยวพี่ไปคุยให้” อิงดาวเดินไปหาเรเว่นแล้วบอกว่าต้องการให้แครอลพามิ่งขวัญกลับหอ เร่เว่นจึงพยักหน้าก่อนจะจัดการให้

“ที่รัก เธอเป็นอะไร ถูกลงโทษเหรอ ทำเกินไปหรือเปล่า คอเคล็ดเลย”

“ฉันไม่ระวังเอง กลับเถอะ ไปหาหมอกัน”

“ให้พี่ไปส่งไหมครับ” เรเว่นตามมาดูมิ่งขวัญด้วย เขาห่วงใย ไม่อยากให้น้องปีหนึ่งคนไหนเจ็บตัวตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แบบนี้

“หนูไม่เป็นไรค่ะ” มิ่งขวัญยิ้มบางๆให้ พอเธอไป อิงดาวก็ตีไหล่เรเว่นหนึ่งที

“มึงจีบน้องกูออ”

“อะไร กูเป็นห่วง ยิ่งน้องมึงด้วย ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษไหมวะ”

“ตอแหล” เรเว่นยิ้มกริ่ม ด่ายังไงก็ไม่สะเทือนหรอก

มิ่งขวัญกับแครอลไปหาหมอนวดแผนไทย พอกล้ามเนื้อคลายตัว สองเพื่อนซี้ก็ยังไม่อยากกลับหอ พวกเธอเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้า ซื้ออาหารแมวและกระบะทรายให้คัลกี้เสร็จ ก็ต้องการหาหนังสักเรื่องดู

“ที่รัก ฉันไม่ดูหนังผี ฉันกลัว” แครอลส่ายหน้าจริงจัง หนังผีทำให้ป็อบคอร์นกระจาย

“แล้วอยากดูอะไร” มิ่งขวัญชอบหนังผีและแนวฆาตกรรมมาก แตกต่างจากใบหน้าหวานๆบอบบางของเธอ หากให้พูดว่าชอบขนาดไหน ไปแข่งแฟนพันธ์แท้ ยังไงก็แพ้ยากแน่นอน

“เอาเรื่องนี้แล้วกัน” มิ่งขวัญตามใจแครอล เรื่องนี้เธอก็อยากดูพอดี

“เธอไปนั่งรอไป ฉันจะซื้อป็อบคอร์นกับน้ำเอง”

“ฉันคอเคล็ด ไม่ได้ขาหักนะ”

“อย่าดื้อ ไปๆ” แครอลจูงมือเพื่อนมานั่งลงที่โซฟาหน้าโรงหนัง ส่วนเธอจะไปเลือกป็อบคอร์นรสโปรดที่เคาน์เตอร์ก่อน ระหว่างรอแครอล มิ่งขวัญก็หาที่พิงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็คโซเชียล แต่ทันใดนั้นก็มีมือของใครบางคนมากระชากมันไป มิ่งขวัญดึงไว้ไม่ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก

“เธอเป็นอะไรกับคัลเลน ตอบฉันมา!”

“?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel