บท
ตั้งค่า

ตอนที่8 ผู้หญิงสองคนของคัลเลน

หลังจบวิชาเรียนในตอนเช้า แครอลก็ดูหงอยเหงาเหม่อลอย มิ่งขวัญต้องสะกิดเธอถึงสามครั้ง กว่าเพื่อนรักจะหันมาตอบ

“คิดอะไรอยู่แคล”

วันนี้ไม่ปกติจริงๆ แครอลสดใสมั่นใจในตัวเองมาตลอด ถ้าไม่เจอเรื่องหนักคงไม่ทำหน้าเหมือนท้องผูกแบบนี้หรอก ก่อนสองสาวจะได้คุยกัน ธาวินก็วางลูกชิ้นทอดถุงใหญ่ลงกลางวงพร้อมกับน้ำอัดลม เขาดูเกร็งๆ เพราะแครอลยังไม่เป็นมิตรเท่าไร

“เมื่อวานวันเกิดแด๊ด ควรเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะครอบครัวฉันได้อยู่กันพร้อมหน้า” แครอลเริ่มเล่า เรื่องส่วนตัวแบบนี้ หากคนอื่นอยู่ด้วย จะไม่มีสิ่งใดหลุดรอดจากปากของเธอเด็ดขาด กับธาวิน แครอลคงเริ่มมองเขาเป็นเพื่อนแล้ว

“พี่ชายของฉันทะเลาะกัน แด๊ดก็โมโห ตอนนี้ที่บ้านแย่มาก”

“เธอยังมีฉันนะ มานี่มา” มิ่งขวัญสวมกอดแครอล นิ้วมืออ่อนนุ่มลูบไปบนแผ่นหลังของเพื่อนรักเบาๆ กลิ่นหอมจากเสื้อผ้าของมิ่งขวัญเป็นเอกลักษณ์ มันทำให้แครอลสงบ เธอเอาแต่สูดดมและครุ่นคิด จะเป็นอย่างไรถ้าได้อยู่กับคนที่เข้าใจแบบนี้ไปนานๆ

“มิ่งขวัญ เธอควรเป็นพี่สะใภ้ฉันจริงๆ”

“อะไรนะ!”

“ไม่มีอะไร ฉันล้อเล่น มาๆกินลูกชิ้นดีกว่า” แครอลเปลี่ยนบทสนทนา เธอรู้ว่ามิ่งขวัญไม่ต้องการ แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ

“ว่าแต่ธาวิน นายยังไม่หายดีเลย รีบมาเรียนทำไม”

“ฉันกลัวเรียนไม่ทัน เกรงใจมิ่งขวัญที่คอยส่งงานให้ด้วย”

“เกรงใจทำไม ก็เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” แครอลกินลูกชิ้นทอดทีเดียวสามลูกก่อนจะดื่มน้ำอัดลมตาม เธอบอกว่าธาวินเป็นเพื่อนแล้ว ทำให้มิ่งขวัญอดยิ้มไม่ได้

ก่อนจะย้ายตามครอบครัวไปอาศัยที่ออสเตรเลีย มิ่งขวัญเรียนมัธยมต้นที่ประเทศไทย ในกลุ่มของเธอมีเพื่อนสนิทจริงๆทั้งหมดสามคน และน่าเศร้า เพื่อนคนที่สามของกลุ่มสร้างข่าวลือใส่ร้ายแครอล ทำให้พวกเราทะเลาะกัน แครอลมีแผลใจ เธอเลือกคบเพื่อนตั้งแต่ตอนนั้น ไม่มีใครชอบถูกหักหลัง ธาวินกลายเป็นเพื่อนแล้ว เห็นได้ชัดว่าแผลนั้นดีขึ้น

“ตอนเย็นพวกพี่นัดรวม นายไปไม่ได้ก็นอนพักเถอะ”

“พวกพี่นัดรวมทำไม ฉันตกข่าวหรือเปล่า”

“นี่นายไม่อ่านแชทกลุ่มเหรอ พวกพี่ขอนัดพบปีหนึ่งอาทิตย์ละสี่วัน ฉันไม่รู้ว่ารวมทำไม แต่อาจจะมีข่าวอะไรบอกก็ได้”

“ฉันยังไม่เข้ากลุ่มไหนเลย”

“เดี๋ยวฉันดึงเอง”ไม่นานข้อความเชิญเข้าร่วมกลุ่มไลน์ก็แจ้งเตือนไปยังธาวิน เขาอมยิ้ม โปรไฟล์ของมิ่งขวัญน่ารักมาก

“นายไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีก เรื่องที่ไอ้บ้านั่นทำกับพวกเรา พี่ชายของฉันจัดการให้แล้ว ถ้ามันกล้ามาหาเรื่องนาย นายก็บอกฉัน เข้าใจไหม”

มิ่งขวัญกับแครอลไปเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงวอร์มเพื่อเข้าร่วมประชุมเชียร ที่ลานคณะเมื่อปีหนึ่งพากันเลิกเรียนแล้วก็มารวมตัวทำกิจกรรม พวกรุ่นพี่นำกลองสันทนาการออกมาสร้างความสนุก เป็นบรรยากาศที่ทำให้มิ่งขวัญตื่นเต้นได้ตลอด

“เรานั่งด้วยได้ไหม” ริสา คนที่เคยนั่งข้างมิ่งขวัญตอนปฐมนิเทศกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม เธอเป็นมิตรและได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาปีหนึ่งของคณะ รวมทั้งพวกรุ่นพี่ แต่ว่า ตรงนี้ไม่มีที่ว่างแล้ว เธอจะนั่งยังไง

“เธอขยับให้เราหน่อยนะ” ริสาหันไปหาคนที่นั่งข้างๆมิ่งขวัญ ใบหน้าใสซื่อของเธอทำให้เพื่อนร่วมชั้นปีปฏิเสธไม่ได้เลย

“ได้สิ” เพื่อนเต็มใจขยับให้ เพราะริสาคนเดียว ทั้งแถวก็ต้องพากันเลื่อนหมด

“ฉันไม่ชอบยัยนี่เลยที่รัก” แครอลกระซิบกระซาบมิ่งขวัญ ที่นั่งอื่นก็ยังว่าง มาแทรกทำไม ไม่ได้รู้จักกันขนาดนั้นสักหน่อย มิ่งขวัญขมวดคิ้วใส่แครอล พูดเบาๆ เดี๋ยวก็มีเรื่องกันพอดี

รุ่นพี่เริ่มทำกิจกรรม ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ปล่อยให้แต่ละสาขาของคณะแยกไปพูดคุย มิ่งขวัญกับแครอลไม่ได้อยู่สาขาเลือกเดียวกัน ฉะนั้นพวกเธอจึงพบรุ่นพี่คนละที่ ริสาเข้ามาสนิทสนมกับมิ่งขวัญมากขึ้น ไม่มีแครอลแล้ว เธอก็พูดนั่นนี่กับมิ่งขวัญ โดยที่มารยาทขั้นพื้นฐานในการสนทนาไม่มีเลย ริสาเล่าเรื่องของตัวเอง บอกว่าตอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายเก่า เธอมีความสามารถในการทำอะไร ชอบกินอาหารแบบไหน เวลาว่างถักหมวกไหมพรมยังไง เพื่อนสาขาเดียวกันสนใจฟังเรื่องของเธอ แต่สำหรับมิ่งขวัญ เธอต้องการย้ายที่นั่งมาก

“เอาล่ะน้องๆ พี่ชื่ออิงดาว หัวหน้าชั้นปีที่สองนะคะ พบกันวันแรก พี่อยากให้พวกเราแนะนำตัวหน่อย”

ชั้นปีที่หนึ่งลุกขึ้น กล่าวสวัสดีแล้วตามด้วยชื่อ ยังต้องบอกว่าจบจากที่ไหนด้วย ซึ่งพอริสาพูดว่าเธอมาจากโรงเรียนมัธยมเอกชนชื่อดัง ที่ค่าเทอมสูงลิ่วกว่าครึ่งล้าน เพื่อนๆในสาขาก็ฮือฮากันทันที ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่สาวสวยโรงเรียนดังมาอยู่ในสาขา แต่เพราะเพื่อนร่วมชั้นปี ส่วนมากเดินทางมาจากต่างจังหวัด พวกเขาจึงค่อนข้างตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้

“สวัสดีค่ะ ชื่อมิ่งขวัญ มนิสรา ธัญนิพัฒศกุล จบจาก Avalon College มัธยมปลายออสเตรเลียค่ะ”

“ว้าว! จบจากนอกด้วย”

หัวหน้าชั้นปีที่สองชื่อว่าอิงดาวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม มิ่งขวัญบอกไม่ถูกว่าเธอรู้สึกยังไง เพื่อนคนอื่นๆ ไม่เห็นจะตื่นเต้นเหมือนตอนที่ริสาบอกว่าตัวเองมาจากไหนเลย มิ่งขวัญนั่งลง พวกรุ่นพี่ที่มาเฝ้าก็พากันพูดซุบซิบเบาๆ

“เอาล่ะ ครบกันหมดแล้ว พี่จะขอเจอพวกเราสี่วันต่อสัปดาห์ วันจันทร์เรียนหนัก พี่จะงด ช่วงห้าโมง ปีหนึ่งมาเจอกันที่นี่ พี่ใช้เวลาไม่นาน ประมาณหนึ่งทุ่มก็จะปล่อยพวกเรากลับบ้าน ใครไม่ว่างหรือติดธุระให้แจ้งล่วงหน้าด้วย สำหรับพี่มีเท่านี้ ให้พี่ทรายมาคุยกับพวกเราต่อ”

“สวัสดีน้องๆ พี่ชื่อทรายนะ เป็นรองหัวหน้าชั้นปีที่สอง อย่างที่บอก พี่นัดเจอพวกเราเพราะอยากให้คำแนะนำหลายๆอย่างในการเรียนมหาวิทยาลัย วันนี้ก็จะบอกกฎระเบียบของสาขาเราด้วย หนึ่งเลย ช่วงซัมเมอร์ห้ามใส่ทรงเอมาเรียน กระโปรงพลีทต้องยาวคลุมเข่า หรือไม่ก็ครึ่งเข่า เจอรุ่นพี่ต้องไหว้ ไปไหนมาไหนห้อยป้ายตลอด อายุยังไม่ถึงก็เข้าร้านเหล้าไม่ได้ หลังมอต้องอายุยี่สิบเท่านั้น ถ้าพี่เห็นใครที่ร้านเหล้า พวกปีหนึ่งต้องรับผิดชอบทั้งหมด เข้าใจไหม”

ทุกคนตอบว่าเข้าใจ แต่มิ่งขวัญกำลังงุนงง ด้วยความที่ติดนิสัยข้องใจอะไรก็ถามตรงๆ เธอจึงยกมือแล้วพูด

“ทำไมถึงใส่ทรงเอไม่ได้คะ” เรื่องร้านเหล้าเธอพอเข้าใจ เรื่องแขวนป้ายที่คอก็ไม่เท่าไร แต่การแต่งกาย เธออยากรู้จริงๆ

“เพราะมันไม่เรียบร้อยค่ะน้องมิ่งขวัญ นั่งลำบาก ลุกลำบาก พ้นเทอมซัมเมอร์ไปค่อยใส่ดีกว่า เชื่อพี่นะ”

ตอบมาก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม แล้วพลีทนี่ไม่ลำบากเลยสินะ มิ่งขวัญอยากจะโต้เถียง แต่ริสาดันโพลงออกมา บอกว่าปีหนึ่งควรใส่กระโปรงพลีท จะได้ดูน่ารักสมวัย ถ้ามิ่งขวัญไม่มี เธอซื้อมาเยอะ เดี๋ยวจะแบ่งให้ คำพูดนี้มีไมตรีมาก ใครๆต่างก็เอ็นดูความเอาใจใส่ของริสา แต่มิ่งขวัญกลับมองว่ามันเป็นอาการขาดความสนใจไม่ได้ เธอเรียกร้องมันตลอดเวลาเลย

“เลิกรวมแล้วไปหาอะไรกินกันดีไหม” พอพี่ปล่อยกลับบ้าน ริสาก็รีบมาเกาะแขนของมิ่งขวัญ ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนรอยยิ้ม มิ่งขวัญเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ มีใครยิ้มตลอดเวลาเหมือนริสาบ้าง เจ้าหล่อนสวยก็จริง แต่ทำตัวแปลกๆ

“เอ่อ ฉันต้องกลับหอแล้ว มีนัดน่ะ”

“เสียดายจัง เราชอบหุ่นของมิ่งขวัญมากเลยนะ ทานอาหารคลีนเหรอ”

“ไม่ค่อยทานหรอก ฉันชอบหมูกระทะ แต่ไม่กินบ่อย สัปดาห์ละครั้ง”

“ดีเลย วันหลังถ้าเธอไปชวนฉันด้วยสิ” มิ่งขวัญยิ้มตาหยีให้ ริสาไปแล้วเธอจึงรู้สึกสบายใจ

“ยัยนั่นมาเกาะแกะเธอทำไมที่รัก” แครอลเลิกรวมสาขาเสร็จก็รีบมาหามิ่งขวัญ เห็นริสาคุยกับเพื่อนของเธออยู่นานสองนานพลันไม่ชอบใจขึ้นมา

“ไม่มีอะไร คุยกันเรื่อยเปื่อย กลับเถอะ จะหนึ่งทุ่มแล้ว ฉันต้องไปส่งของ”

“ตกลงค่ะ ว่าแต่เย็นนี้กินอะไรดี ให้ฉันไปห้องของเธอนะ”

“ไปก็ไป” สองสาวเพื่อนซี้มาถึงหอของมิ่งขวัญ พอพวกเธอเปิดห้องเข้าไปก็ได้กลิ่นอาหารลอยตลบอบอวล

“มิ่งขวัญกลับมาแล้วเหรอ พอดีเลย ฉันพึ่งทำกับข้าวเสร็จ มากินกันเถอะ” มะเมี่ยวรูมเมทของมิ่งขวัญกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เธอทำอาหารเผื่อมิ่งขวัญด้วย

“ว้าว ที่รัก เธอไม่เห็นบอกฉันเลยว่ารูมเมทเธอสวยขนาดนี้” แครอลปากหวาน ทำให้มะเมี่ยวหัวเราะอารมณ์ดี

“สวัสดีค่ะ แครอลเป็นเพื่อนของมิ่งขวัญค่ะ”

“สวัสดีค่ะ มะเมี่ยวเอกบริหาร ปีสองแล้วค่ะ”

แครอลยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน เธอไปช่วยมิ่งขวัญจัดอาหารที่ซื้อมาใส่จานก่อนจะยกไปตั้งที่โต๊ะทานข้าว ส้มตำค่อนข้างเผ็ด ไก่ย่างหนึ่งตัว ข้าวผัดสับปะรด และแกงเขียวหวานวางกระจายไปครึ่งโต๊ะ รวมกับแกงส้มชะอมที่มะเมี่ยวทำ มื้อนี้ก็อิ่มจนพุงกางกันไปเลย หลังทานเสร็จมิ่งขวัญต้องไปส่งของให้ลูกค้าเช่าแบรนเนมของเธอ ถือโอกาสส่งแครอลด้วย

“ที่รักเจอกันพรุ่งนี้” มิ่งขวัญโบกมือให้แครอล เธอเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหอพักเพื่อรอลูกค้า ระหว่างนั้นฝนก็ตกลงมา เธอจึงต้องเข้าไปหลบข้างในตัวอาคาร

“ทำไมไม่รับสายนะ คิดจะทิ้งกันง่ายๆแบบนี้เหรอ” หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากมิ่งขวัญ ดูเหมือนหล่อนกำลังหัวเสีย ก็เล่นพูดซะดังเชียว ไม่คิดว่าใครจะได้ยินหรือยังไง

“คัลเลน ไอ้คนเฮงซวย ผู้ชายเลว สารเลวที่สุด” คนชื่อคัลเลนมีไม่ใช่น้อย คงไม่ใช่พี่ของแครอล

“รอดูว่าเจอฉันที่เดอะเค แล้วจะทำหน้ายังไง” เดอะเค ชัดเจนเลยทีนี้ ก็คือคัลเลนจอมเสเพลคนนั้นนั่นเอง

มิ่งขวัญรำคาญ เธอสวมหูฟังแล้วเลื่อนหาเพลงโปรด แต่แล้วลูกค้าที่เฝ้ารอก็โทรมา มิ่งขวัญบอกไปว่าเธออยู่ในร้านสะดวกซื้อ สวมเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน คนที่เป็นลูกค้าก็บอกว่าเห็นแล้ว เธอจึงหันไปหา ปรากฏว่าเป็นผู้หญิงที่วีนไม่อายใครเมื่อสักครู่

“ขอบคุณค่ะ”

มิ่งขวัญพูดยังไม่จบ ลูกค้าก็เดินตัวปลิวไปแล้ว ไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ร้านเช่าของเธอราคาถูกกว่าร้านอื่นแท้ๆ ถ้าไปทะเลาะกันที่เดอะเค เธอขออย่างเดียวเลย ห้ามเอากระเป๋าของเธอไปฟาดหรือทุบใครเด็ดขาด มันแพง เธอรักดั่งแก้วตาดวงใจ ส่งกลับคืนสภาพไม่เหมือนเดิม ต่อให้เอาไปซ่อม มันก็เจ็บปวดอยู่ดี

“น้องใช่เพื่อนของน้องสาวคัลเลนหรือเปล่า” มิ่งขวัญกำลังนึกเป็นห่วงทรัพย์สินของเธอ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งก็ดันเข้ามาทักอีก

“หมายถึงแครอลเหรอคะ”

“ออ ใช่ แครอล น้องสาวของคัลเลน เธอใช่คนที่นั่งรถไปด้วยวันนั้นหรือเปล่า”

“ค่ะ” มิ่งขวัญตอบรับแบบงงๆ อะไรอีกกับผู้ชายที่ชื่อคัลเลน ผู้หญิงของเขาเดินสวนกันไปมาอยู่ในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้สองคนแล้วนะ

“จำพี่ได้ไหม พี่ชื่อมุกดา” มิ่งขวัญไม่ได้ใส่ใจจำ แล้วมุกดา ฉันต้องรู้จักเธอทำไม

“คือพี่อยากจะถามว่าช่วงนี้น้องเจอคัลเลนบ้างหรือเปล่า มีเบอร์ที่พอติดต่อเขาได้ไหม”

“เอ่อ ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้รู้จักพี่ชายของเพื่อนเป็นการส่วนตัว ถ้าอยากจะเจอทำไมไม่ไปเดอะเคล่ะคะ”

“ถ้าไปแล้วเจอ ฉันคงไม่วุ่นวายแบบนี้ แต่ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ”

มุกดาออกไปพร้อมกับกล่องกระดาษ มิ่งขวัญคิดว่าเธอได้ยินเสียงบางอย่างร้องอยู่ในนั้น ไม่แน่อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของมุกดาก็ได้ แต่ทำไมไม่อุ้มมันดีๆล่ะ อยู่ในนั้นหายใจออกหรือเปล่า มิ่งขวัญมองตามมุกดา ก่อนที่หญิงสาวจะขึ้นรถหรูไปกับใครก็ไม่รู้ เธอได้ทิ้งกล่องนั่นลงถังขยะ มิ่งขวัญตกใจมาก ร่างเล็กรีบวิ่งฝ่าสายฝนออกไปแล้วคุ้ยหา ใช้เวลาประมาณสิบนาทีในที่สุดก็เจอ

“โอ๋ เจ้าตัวเล็ก ไม่เป็นไรแล้วนะ” มิ่งขวัญดึงลูกแมวท่าทางตื่นกลัวออกมาจากกล่องแล้วลูบมันเบาๆ เจ้าตัวเล็กสวมปลอกคอสลักชื่อเอาไว้ด้วย

“ชื่อคัลกี้ ชื่อน่ารักเชียว ไปเถอะคัลกี้ แกโชคดีนะที่ฉันกำลังหาสัตว์เลี้ยงอยู่พอดี”

มิ่งขวัญซุกคัลกี้ไว้ในเสื้อของเธอแล้ววิ่งกลับหอ มุกดาหน้าตาดี แต่ใจร้ายมาก ถ้าไม่อยากเลี้ยงแล้วทำไมไม่ส่งต่อคนอื่น หรือประกาศหาบ้านใหม่ให้มัน ทิ้งใส่ถังขยะแบบนี้ ทั้งยังเป็นลูกแมว หล่อนไม่คิดว่ามันจะตายหรือยังไง โหดเหี้ยมชะมัด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel