บทที่ 7
เจเอ็มอีไฮสคูลแห่งนี้จัดเป็นโรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะมีการเรียนการสอนแบบสองภาษา ทั้งไทยและอังกฤษ นักเรียนที่มีสิทธิ์เข้าเรียนที่นี่จะต้องผ่านการสอบคัดเลือก และจะต้องรักษาระดับผลการเรียนให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น
ถึงอย่างนั้นแม้ว่ามาตรฐานที่โรงเรียนตั้งไว้จะค่อนข้างสูง ก็มีนักเรียนไม่น้อยที่พยายามจะเข้าเรียนที่นี่ให้ได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วนักเรียนทีเรียนจบจากไฮสคูลแห่งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่หากไปสมัครงานก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
เมื่อเข้าไปจับจองที่นั่งเรียบร้อย มิรินก็ทักทายกับเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว หลายคนหน้าตาคุ้นเคยเพราะมาจากโรงเรียนเดียวกันแต่คนละห้องเท่านั้น ส่วนที่ไม่รู้จักก็ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก
“เอ๊ะ” มิรินอุทานเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินผ่านระเบียงห้องไป เด็กสาวลุกขึ้นและเดินไปยังประตูอีกด้านเพื่อดักรอเขา “นายมาแล้วเหรอ” มิรินทักเขาทั้งยังยิ้มกว้าง
เคลวินหยุดเดินปรายตามองร่างเล็กตรงหน้า แต่...เขาก็แค่เดินผ่านไปอย่างเย็นชาโดยไม่ได้พูดอะไร
“นี่” มิรินเดินตามเขาไป “นายอยู่ห้องเอเหรอ”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เคลวินเดินต่อไปยังห้องที่อยู่ถัดไป ป้ายด้านบนบอกว่ามันคือมัธยมปลายปีหนึ่งห้องเอ มิรินเดินตามหลังเขาไป
“รู้จักเหรอมีมี่” ทิพวัลย์เดินตามมาด้วยความสงสัย
“อืม แต่ก็ไม่สนิทหรอก” มิรินสอดแขนกอดเพื่อนรักจากนั้นเดินกลับมาที่ห้องบี
“หล่อจังตัวสูงมากเลย ว่าแต่ว่าทำไมไม่คุ้นหน้าเลยล่ะ มีคนที่เธอรู้จักแต่ว่าฉันไม่รู้จักด้วยเหรอ ทั้งยังหล่อขนาดนี้ด้วย” ทิพวัลย์พยายามนึก
“เพื่อนบ้านน่ะ เตรียมตัวไปที่ห้องประชุมเถอะจะได้เวลาปฐมนิเทศแล้ว” มิรินยักไหล่
“จริงเหรอ แหมมีเพื่อนบ้านหล่อขนาดนี้ต้องไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ ซะแล้ว แต่ว่าเรียนห้องเอเลยเหรอท่าทางจะเรียนเก่ง” ทิพวัลย์ชวนคุยไปเรื่อยขณะเดินไปตามทางเดิน
“ไม่เห็นรู้สิ”
ที่ห้องประชุมนักเรียนเกือบห้าร้อยคนต่างก็เข้ามานั่งจนเกือบจะเต็มแล้ว ทั้งเหล่ารุ่นพี่และรุ่นน้องที่เพิ่งจะเข้าเรียน มิรินกับทิพวัลย์อ้าปากค้างเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเหล่านักเรียนซึ่งมารวมตัวกันดูเยอะเหลือเกิน
ที่จริงก็คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะทั้งโรงเรียนแม้ว่าจะมีเพียงสามชั้นปี แต่ก็แบ่งเป็นชั้นปีละสี่ห้อง และแต่ละห้องมีเกือบสี่สิบคนดังนั้นรวมแล้วก็น่าจะราวๆ ห้าร้อยคนได้
ประธานโรงเรียนขึ้นกล่าวเปิดพิธีเพื่อต้อนรับน้องใหม่ ก่อนที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนจะขึ้นให้โอวาสต่อ
“มีมี่ นั่นมันพี่เหมันต์นี่” ทิพวัลย์เอ่ยกระซิบกับมิรินด้วยความตื่นเต้น “นั่นก็พี่แดน อู้ย...ล้อ หล่อ”
“จะตื่นเต้นอะไรนักหนา รู้อยู่แล้วว่าพี่เขาเข้าเรียนที่นี่”
มิรินมองเพื่อนขำๆ สายตามองไปยังรุ่นพี่ทั้งสองที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด เพราะพวกเขาเป็นกรรมการนักเรียน
ไม่มีใครในโรงเรียนไม่รู้จักแดน หรือ ดนุวัศ วรวัฒนกำจร เพราะเขาคือหนึ่งในทายาทของบริษัทในเครือเจเอ็มอี หลานชายอีกคนของกานดานั่นเอง
ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดนุวัศ คือเหมันต์ สุทธิวรกานต์ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังที่ไม่ว่าใครก็ต้องร้อง ‘อ๋อ’ เมื่อได้ยินนามสกุลดัง เพราะกิจการของครอบครัวเขาก็คือห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง
“ก็แหมใครจะไม่ตื่นเต้นล่ะ พี่เขาทั้งเก่ง เรียนดี หล่อก็หล่อบ้านก็รวย เป็นถึงลูกชายผู้อำนวยการที่นี่ด้วย” ทิพวัลย์พูดจบก็มองไปที่ดนุวัศอีกรอบ
มิรินขมวดคิ้วเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ ...เคลวินเองก็ถือว่าเป็นทายาทอีกคนของ ‘วรวัฒนกำจร’ เช่นกัน แม้จะไม่ใช่สายตรง เพราะไม่ได้ใช้นามสกุลของอารยา
มองไปรอบๆ ก็พบว่าเขานั่งรวมอยู่กับเหล่านักเรียนชายด้วยกัน ใบหน้าเย็นชาไม่สนใจรอบข้างทำเอาเพื่อนๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งยังไม่กล้าชวนคุย แผ่นหลังตรงแน่วของเขาดูสะดุดตากว่าคนอื่น เส้นผมที่มีโทนสีน้ำตาลอ่อน ทำให้มองปราดเดียวก็หาเขาเจอ
จ้องเพลินๆ เด็กสาวก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ เคลวินดันหันกลับมา ทั้งสองสบตากันสักพักแต่ก็ยังเป็นมิรินที่ส่งยิ้มให้ และเคลวินก็ยังคงเป็นฝ่ายที่ส่งสายตากลับมาอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็...หันกลับไป
“อะไรกัน แน่ใจนะว่ารู้จักกัน ทำไมเขาดูเย็นชาจัง สายตางี้ทำเอาขนลุกเลย” ทิพวัลย์เหมือนจะสังเกตเห็น
“ตอนแรกที่เขาเจอฉันมันไม่น่าประทับใจมั้ง” มิรินแลบลิ้นออกมาอย่างซุกซน นึกถึงเหตุการณ์วันแรกที่ทั้งสองคนเจอกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“มีอะไรน่าขำสายตาเขาน่ากลัวจะตาย” ทิพวัลย์ขมวดคิ้วสงสัย
***************
กว่าชั่วโมงที่การปฐมนิเทศดำเนินไป กระทั่งในที่สุดนักเรียนทั้งหมดก็ถูกปล่อยตัวกลับไปยังห้องเรียน เคลวินเดินออกมาจากห้องน้ำตึกเรียน เขาพบว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก ที่เขารู้ก็เพราะดูจากสัญลักษณ์จากเข็มที่ปักบนคอเสื้อ อีกฝ่ายน่าจะเป็น...รุ่นพี่ปีสอง
เขาไม่ได้ใส่ใจนักเพียงแต่เดินผ่านไปเฉยๆ
“นายคือลูกชายของคุณป้าอารยาใช่ไหม” เสียงเรียบเอ่ยถามขึ้นทำเอาเคลวินชะงักและหันกลับมามอง
“แม้เราจะไม่เคยเจอกัน แต่ฉันมั่นใจเพราะนายดูคล้ายท่านมาก” ดนุวัศพูดต่อทั้งยังเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเคลวิน สองคนมีส่วนสูงที่น่าทึ่งเมื่อยืนเผชิญหน้ากันแบบนี้ แต่ยังไงเคลวินก็ดูจะสูงกว่าเล็กน้อย