บท
ตั้งค่า

ตอนที่3 โกหก

“ไม่ไหวก็ช่วยไม่ได้...”

“อีกอย่าง เธอรู้ไหมว่าอีกห้องก็เป็นของฉัน” แล้วเพลิงกัลป์ก็พูดขึ้นให้เธอได้รับรู้

และที่เขาซื้อทั้งสองไม่ใช่ว่าไม่มีที่เก็บเงินขนาดนั้น แต่เพราะนี่คือธุรกิจของเขาการซื้อมาปั่นราคาเพื่อรอขาย หรือการซื้อมาปล่อยเช่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพท์คือธุรกิจที่เขาทำจึงรู้ดีว่าที่ตรงนี้ควรค่าแก่การลงทุนและไม่มีทางขาดทุนเป็นแน่ ซึ่งราคาจากวันแรกที่เขาจ่ายผ่านไปแค่สองเดือนก็เพิ่มขึ้นแล้วและตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้คิดจะปล่อยต่อเพื่อดึงราคาให้ได้มากกว่านี้นั่นเอง

“คุณพูดเล่นใช่ไหม” หนูหลินได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะบ้าระห่ำขนาดซื้อสองห้องติดขนาดนี้

“ฉันดูเหมือนโกหกเหรอ” เพลิงกัลป์ตอบกลับด้วยสีหน้าเดิมไม่เปลี่ยน

“งั้นคุณขายให้ฉันห้องหนึ่งได้ไหม แต่ช่วยบวกราคาที่สมจริงหน่อย” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ่งมีกำลังใจที่จะต่อรองกับเขาเพราะดูแล้วเขาไม่มีความจำเป็นต้องมีห้องสองห้องติดกันแบบนี้เลยสักนิด แค่ห้องเดียวก็อยู่ได้ทั้งครอบครัวแล้วด้วยซ้ำ

“ถ้าไม่ได้ราคาที่ฉันบอกฉันก็ไม่ขาย อย่างน้อยอนาคตฉันอาจจะทุบเชื่อมติดกันเป็นบ้านให้ครอบครัว” เพลิงกัลป์ตอบด้วยท่าทีสบายๆ ยังไม่เปลี่ยนใจจากราคาเดิมเลยสักนิด

“ครอบครัวนี่หมายถึง คนรักหรือเปล่าคะ” หนูหลินได้ยินแบบนั้นก็ถามเขาขึ้นอย่างหยั่งเชิงเพราะดูอายุเขาไปแล้วก็น่าจะอยู่ในวัยที่ควรค่ากับการสร้างครอบครัวแล้ว

“.....” เพลิงกัลป์ไม่ได้ตอบคำถามของเธอแต่ยังคงมองเธอไม่ละสายตาไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียวตั้งแต่ต้นจนตอนนี้

“คุณมีคนรักหรือยังคะ” แล้วหนูหลินก็ถามขึ้นอีกครั้งด้วยความอยากรู้แบบที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องซื้อขายห้องแห่งนี้เลยสักนิด

แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่หน่าเพราะเขาดันหล่อมาก และเป็นผู้ชายในอุดมคติของเธอเลยก็ว่าได้ โตกว่าเธอ ดูสุขุม นิ่งขรึม แล้วถ้าดุหน่อยจะยิ่งดีมากเลยเพราะเธอคือเด็กดื้อคนหนึ่งที่ต้องการคนคุมความประพฤติให้

“ไม่ตอบแสดงว่ายังไม่มี...”

“ให้หนูเป็นคนรักให้คุณไหม” แล้วหนูหลินก็พูดขึ้นอย่างที่คิดพร้อมกับขยับหน้าไปใกล้เขามากขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

แต่มีอะไรต้องกลัวอีกล่ะ นี่มันยุคสมัยไหนแล้วเป็นผู้หญิงก็มีสิทธิ์เลือกและรุกผู้ชายก่อนไม่เห็นต้องรอให้ผู้ชายเข้าหาฝ่ายเดียวเลย อีกอย่างของดีๆ แบบนี้ขืนช้าเดี๋ยวก็ชวดหรอก

“เธออยู่กับฉันได้ไม่เกินสามวันหรอก” คำพูดของหนูหลินไม่ได้ทำให้เพลิงกัลป์ตกใจเลยสักนิด สีหน้าเขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนอีกทั้งยังไม่ขยับหลบใบหน้าของเธอที่ใกล้เขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอ่อนๆ ก่อนจะสบประมาทเธอออกมา

“แล้วถ้าหนูอยู่กับคุณได้นานกว่านั้นล่ะ คบเลยไหม” หนูหลินได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับอย่างท้าทาย

“อย่ามั่นใจในตัวเองให้มาก” เพลิงกัลป์ว่าออกมากับคำพูดที่ยังไม่ได้ลงมือทำของเธอ

“คนที่มีความมั่นใจในตัวเองไม่ดีตรงไหนคะ” หนูหลินย้อนกลับไปอย่างไม่หวาดหวั่น

“ไม่กลัวฉันเหรอ” เพลิงกัลป์เห็นแบบนั้นก็ถามขึ้นอีกครั้งจ้องมองเธอนิ่งตาไม่กะพริบ

“คุณเป็นปีศาจเหรอ” หนูหลินได้ยินแบบนั้นขยับหน้าเข้าใกล้เขาอีกนิดก่อนจะถามเขาขึ้นราวกับกำลังขบขันกับคำถามของเขา

“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก” เพลิงกัลป์ขยับหน้าเข้าหาเธอบ้างจนหน้าทั้งสองเกือบแนบชิดกันแล้วก็ว่าได้ พร้อมกับเขาที่พูดขึ้น

“แต่ก็ไม่น่าจะยากกว่าที่คิด” เธอไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด ไม่มีความตกใจกับความใกล้นี้เลยด้วยซ้ำ

“.....” เพลิงกัลป์ผละออกในระยะเดิมโดยไม่ได้พูดอะไรจี้บุหรี่ทิ้ง

“อีกอย่าง คุณพูดแบบนี้หมายความว่าคุณจะให้หนูมาอยู่กับคุณเหรอคะ” แล้วหนูหลินก็เหมือนพึ่งนึกคำพูดของเขาตั้งแต่แรกได้ เธอแค่ขอเป็นคนรักของเขาแต่เขากลับใช้คำพูดว่าเธออยู่กับเขา แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเขาให้เธอมาอยู่ที่นี่กับเขาเหรอ

“ฉันไม่เคยคบใครไม่เลือกถ้าไม่รู้จักดีพอ...”

“แล้วถ้าเธอไม่อยู่ที่นี่เธอจะให้ฉันรู้จักเธอผ่านตำราเหรอ” เพลิงกัลป์พูดให้เธอเข้าใจเหตุผลที่เขาพูดแบบนั้นและเหตุผลที่เขาต้องทำแบบนี้

“งั้นได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเก็บของมาอยู่ที่นี่กับคุณวันนี้เลย” หนูหลินได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้าตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างพอใจที่มันง่ายกว่าที่เธอคิดไว้

มีคนไม่น้อยเริ่มต้นการเรียนรู้ด้วยเซ็กซ์และการอยู่ร่วมกันเพื่อศึกษาก่อนคบ และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่คิดว่าไม่เสียหายอะไรที่จะทำแบบนี้เพราะมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร อีกอย่างนี่คือเจ้านายของเพื่อนที่เธอรู้จักเขาคงไม่ใช่โรคจิตหรือฆาตกรแน่ๆ ที่สำคัญกว่านั้นไม่รู้ทำไมเธอไม่กลัวผู้ชายคนนี้เลยสักนิด

“เดี๋ยว คีย์การ์ดขึ้นห้องฉัน” เพลิงกัลป์รั้งเธอไว้ก่อนจะพยักหน้าไปยังคีย์การ์ดบนโต๊ะกลางให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ” หนูหลินเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกว้างกว่าเดิมก้มไปหยิบคีย์การ์ดบนโต๊ะแล้วหมุนตัววิ่งลงไปข้างล่างเพื่อไปเก็บของทันที

ไม่ว่าสุดท้ายจะได้ห้องนี้หรือเจ้าของห้อง สุดท้ายก็คุ้มค่าทั้งหมด

แต่น่าเสียดายที่ความสุขของเธอกลับเป็นกับดักสำหรับตัวเธอเองที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าทุกอย่างเป็นการหลอกล่อจากอีกฝ่าย

“ความโลภถ่ายทอดทางสายเลือดจริงๆ” เพลิงกัลป์พูดขึ้นกับตัวเองหลังจากเสียงของหญิงสาวห่างออกไปไกลแล้ว

เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ลุกออกจากโซนนั่งเล่นของชั้นสองไปยืนที่ราวบันไดก่อนจะเรียกสาวใช้ของตัวเองขึ้นมา

“พอใจ” เสียงที่ไม่ได้ตะโกนแต่กลับดังกังวานส่งไปถึงพอใจที่ทำความสะอาดอยู่ให้รีบกุลีกุจอขึ้นชั้นสองมาหาเจ้านายตัวเองทันที

“คุณเพลิงมีอะไรคะ” พอใจถามขึ้นหลังจากไม่เห็นเพื่อนของเธอแล้ว

“หลังจากเธอกลับไปอย่าลืมโทรไปหาอันหน่อยน่ะ แล้วก็แสร้งพูดเรื่องที่ฉันมีผู้หญิงคนอื่นและพาเธอมาอยู่ที่นี่ด้วย” เพลิงกัลป์สั่งสาวใช้ของตัวเองออกไปกับการเริ่มเกมของเขาขึ้น

“ผู้หญิง? คุณเพลิงคงไม่ได้หมายถึง...” พอใจที่ได้ยินแบบนั้นก็อดคิดไม่ได้เลยว่าผู้หญิงที่เจ้านายหมายถึงจะเป็นเพื่อนของเธอที่เจ้านายพึ่งเจอ

“ใช่ หนูหลิน” เพลิงกัลป์ตอบอย่างไม่ปิดบัง

“แต่!...” พอใจกำลังจะบอกว่านั่นคือเพื่อนของเธอ แม้จะไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกันแต่เธอก็ไม่อยากเห็นหนูหลินเป็นเครื่องมือให้เจ้านายใช้ลืมและประชดหญิงสาวอีกคน

เพียงแต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่พอใจคิดเมื่อเพลิงกัลป์พูดแทรกให้เธอได้รับรู้

“หนูหลิน ลูกสาวนายสุธี”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel