รักต้องห้าม

97.0K · จบแล้ว
Dark Memories
45
บท
249
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ไม่ได้รัก คำนี้อาจจะคิดว่าเจ็บแล้ว แต่เชื่อเถอะว่ารักแล้วแต่ไม่ควรรักกัน รักแล้วแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ นั่นมันเจ็บกว่าอย่างเทียบไม่ได้เลย เหมือนเธอกับเขาที่สุดท้ายแล้วความรักจะสามารถเอาชนะอดีตที่แสนเจ็บปวดจนก้าวข้ามมันไปได้หรือเปล่า สุดท้ายความรักจะสามารถรักษาบาดแผลในใจให้หายได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะต้องยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่ควรรักกันและต่างคนต่างมีชีวิตต่อไป ทั้งที่รักกันหมดหัวใจแท้ๆ

นิยายรักโรแมนติกประธานดราม่าแก้แค้นผู้ชายอบอุ่นนักศึกษา18+มีลูกรักสามเศร้าแฮปปี้เอนดิ้ง

ตอนที่1 ขายไหม

ร่างบางในชุดนักศึกษายืนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในลิฟท์หรูภายในคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองที่ราคาเริ่มต้นแปดหลักอย่างไม่สนใจพร้อมประตูลิฟท์ที่กำลังเลื่อนปิดเกือบสนิทกลับเปิดออกมาอีกครั้งทำให้หญิงสาวในลิฟท์อดเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณตัวเองไม่ได้

“พอใจ?” หญิงสาวที่เงยหน้าอย่างไม่ได้คิดอะไรถึงกับเอ่ยชื่อของคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ

“อ้าวเธอพักอยู่ที่นี่เหรอ” เจ้าของชื่ออย่างพอใจที่ไม่คิดว่าจะเห็นเพื่อนร่วมห้องก็ก้าวเข้ามาในลิฟท์ก่อนจะถามขึ้นอย่างไม่รู้มาก่อน

“ใช่ ฉันอยู่ที่นี่ แล้วเธอล่ะอยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ” หนูหลิน หรือ ลินดา ตอบพร้อมกับถามกลับเพื่อนสาวร่วมห้องออกไปอย่างไม่อยากเชื่อเพราะเธออยู่ที่นี่มาสามปีกว่าแล้วแต่ไม่เคยเจอเพื่อนร่วมห้องรายนี้เลยสักครั้ง อีกอย่างถ้าจำไม่ผิดเธอรู้มาว่าพอใจเป็นลูกหลานแม่บ้าน จะเป็นไปได้ยังไงที่จะอยู่คอนโดแห่งนี้

“เปล่า ฉันมาทำความสะอาดห้องเจ้านายน่ะ” พอใจตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ปิดบังเพราะเพื่อนร่วมห้องหลายคนรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนมีฐานะอะไรแม้จะเรียนมหาลัยเอกชนชื่อดังก็ตาม

“เจ้านายเธอพักที่นี่เหรอ” หนูหลินถามกลับอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้งเพราะหากเจ้านายของพอใจพักที่นี่จริงพอใจก็ต้องพักที่นี่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยเจอทั้งที่เรียนห้องเดียวกัน อย่างน้อยก็ต้องมีสักวันที่ออกไปพร้อมกันสิ

“ไม่ใช่ ที่นี่เป็นบ้านของลูกชายคุณผู้หญิงน่ะ” พอใจอธิบายให้หนูหลินได้เข้าใจมากขึ้น

“อ๋อ แล้วเธอมาทำความสะอาดที่นี่บ่อยไหม” หนูหลินได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอีกครั้ง

“ปกติก็มาสองอาทิตย์ครั้งน่ะ นานสุดก็เดือนละครั้ง” พอใจตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“โห! มาบ่อยขนาดนั้นแต่ก็ยังไม่เคยเจอกันเลยนะ...”

“เดี๋ยวนะ เจ้านายเธออยู่ชั้นเพนเฮาส์เหรอ!” หนูหลินพูดอย่างขบขันกับความเส้นผมบังภูเขาของเธอกับเพื่อนร่วมห้อง แต่แล้วก็ต้องตกใจกับเลขชั้นที่ขึ้นโชว์อยู่ในหมายเลขลิฟท์สองช่อง ชั้นของเธอและชั้นที่ไม่ใช่ของเธอแต่เธอรู้ดีเพราะมันมีเพียงชั้นเดียว

“อืม” พอใจที่ถูกถามก็ตอบกลับอย่างไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเพราะมันไม่ใช่บ้านของเธอนี่

“ฉันขอขึ้นไปด้วยได้ไหมอ่ะ” แล้วหนูหลินก็อ้อนเพื่อนร่วมห้องขึ้นทันที

คอนโดแห่งนี้เป็นคอนโดหรูที่ห้องธรรมดาก็เริ่มต้นที่แปดหลักแล้ว และมันก็มีห้องเพนเฮาส์แค่สองห้องเท่านั้น ซึ่งเธอก็อยากได้มากแต่กลับไม่สามารถจองได้ทันเธอเลยอยากเห็นของจริงสักครั้ง

“เอ่อ...” พอใจที่ถูกเพื่อนรบเร้าก็ลังเลอย่างไม่รู้ว่าต้องตอบยังไงเพราะหากเป็นบ้านเธอก็ไม่ยากหรอกที่จะให้ไป แต่นี่เป็นบ้านเจ้านาย

“ฉันขอไปดูนิดหน่อยนะ ฉันไม่สร้างความเดือดร้อนให้เธอแน่นอน” แล้วหนูหลินก็สัญญาออกมาอย่างแข็งขันทันทีเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองกำลังลังเล

“งั้นก็ได้” สุดท้ายพอใจก็ตอบรับออกมาอย่างคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะตอนนี้เจ้านายของเธอยังไม่กลับและคิดว่าหนูหลินคงดูไม่นานก็ออกมา

“ขอบใจนะ” เสียงดี้ด๊าของหนูหลินดังขึ้นขอบคุณเพื่อนด้วยรอยยิ้มพอใจ

แม้ว่าเธอกับพอใจจะไม่ได้เดินกลุ่มเดียวกันแต่ก็เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสี่เทอมสองแล้วและไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันมีพูดคุยกันตามประสาเพื่อนร่วมห้องเลยไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับความสนิทสนมกะทันหันแบบนี้

สองสาวขึ้นลิฟท์ที่ทันสมัยและรวดเร็วมากระทั่งลิฟท์เปิดในชั้นของหนูหลินเธอก็เลื่อนมือไปปิดลิฟท์คืนก่อนมันจะเคลื่อนตัวขึ้นไปชั้นบนอีกครั้งด้วยความนุ่มแต่กลับใช้เวลาไม่นานเลยสักนิด สุดท้ายเสียงสัญญาณเตือนของการถึงที่หมายของลิฟท์ก็ดังขึ้นก่อนประตูบานสีดำเหลือบทองจะเปิดออก

“ว้าว!” แค่ออกจากลิฟท์มาก็ทำให้หนูหลินร้องออกมาอย่างตื่นเต้นแล้ว

ลิฟท์ที่เปิดออกมาก็เจอประตูห้องอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ต่างจากชั้นของพวกเธอที่ลิฟท์จะอยู่ตรงกลางให้ลูกบ้านได้ใช้ทั่วถึง ซึ่งมันก็คือลิฟท์ตัวเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่ชั้นเพนเฮาส์นี้มีแค่สองห้องและกั้นลิฟท์สองตัวออกจากกันจนมองอีกตัวไม่เห็น และขนาดห้องที่กว้างใหญ่มากเลยสามารถทำประตูหน้าห้องยื่นออกมาใกล้กับตัวลิฟท์ได้แบบนี้ ซึ่งการใช้ลิฟท์ที่นี่ก็ค่อนข้างส่วนตัวและปลอดภัยเพราะคีย์การ์ดแต่ละใบจะมีโค้ดระบุชั้นไว้แล้วอย่างไม่ต้องกดชั้นจุดหมาย แต่ถ้าเธอจำไม่ผิดชั้นเพนเฮาส์เป็นชั้นเดียวที่ไม่สามารถกดขึ้นมาตามใจได้หากไม่มีคีย์การ์ดเฉพาะ

ประตูบานใหญ่หรูหราสองบานถูกเปิดออกหนึ่งบานหลังจากคีย์การ์ดได้ทาบลงไปพร้อมกับพอใจที่เดินนำเข้าไปตามไปด้วยหนูหลินที่เดินตามไปโดยไม่ลืมถอดรองเท้าอย่างมีมารยาท

“โอ้โห! ทำไมมันสวยขนาดนี้เนี่ย!” แค่ออกมาเจอความต่างของลิฟท์กับตัวชั้นก็น่าตื่นเต้นแล้ว แต่พอได้เข้ามาข้างในตัวบ้านน่าตื่นกว่าเป็นไหนๆ

ภายในที่กว้างขวางโอ่อ่าขนาดสองชั้นที่มีบันไดสวยงามหรูหราราวกับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ หลังหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่มันพิเศษกว่าตรงที่ได้วิวพันล้านมานี่สิ กระจกบานใหญ่สูงเท่ากับฝ้าสองชั้นมันคงดีมากหากพ่อเธอซื้อที่นี่ได้ทัน

“เดี๋ยวฉันต้องทำงานแล้ว” พอใจหันบอกเพื่อนขึ้นเมื่อเธอต้องรีบหน้าที่ของตัวเอง

“อืม เธอทำงานไปเถอะฉันขอเดินดูนิดหน่อยสัญญาว่าจะไม่หยิบจับอะไรให้เธอเดือดร้อน” หนูหลินพูดขึ้นอย่างต้องการดูบรรยากาศภายในห้องนี้มากกว่านี้

“อืม” พอใจที่รู้ว่าเพื่อนตรงหน้ามีฐานะไม่น้อยจึงไม่ได้คิดกลัวว่าเพื่อนจะหยิบขโมยอะไรจึงปล่อยให้หนูหลินเดินดูบรรยากาศไปก่อนส่วนเธอก็เลือกจะไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น

หนูหลินก็ทำตามที่สัญญาไว้อย่างดี เธอไม่ได้คิดหยิบจับสิ่งของภายในห้องเลยสักนิด เธอแค่อยากดูการออกแบบห้องดีไซส์ห้องก็เท่านั้น เธอเดินดูอย่างมีมารยาทนานสองนานและยิ่งอยากได้ห้องนี้มากกว่าเดิมทั้งที่เคยเลิกสนใจไปแล้วแท้ๆ แต่ใครให้มาเห็นความหรูหราโอ่อ่ากับตัวตาตัวเองแบบนี้ล่ะ

“เจ้านายเธอใจดีไหมพอใจ” หนูหลินเดินกลับมาหาพอใจก่อนจะถามขึ้น

“อืม” พอใจตอบกลับอย่างที่เป็นมาตลอด

“เธอว่าถ้าฉันขอเจ้านายเธอซื้อที่นี่ต่อเจ้านายเธอจะขายต่อไหม” แล้วหนูหลินก็พูดสิ่งที่คิดออกมาอย่างหยั่งเชิง อย่างน้อยพอใจก็รู้จักเจ้านายตัวเอง คำตอบของพอใจอาจจะเป็นทางเลือกในการตัดสินใจของเธอว่าต้องเดินหน้าต่อหรือยอมแพ้

“อันนี้ฉันก็ไม่รู้หรอก” พอใจตอบตามตรงเพราะเธอคาดเดาไม่ได้หรอกว่าที่ไหนน่าขายหรือน่าเก็บไว้ เพราะนี่มันคือส่วนหนึ่งของธุรกิจเจ้านาย

“ว่าแต่ เจ้านายเธอมีคนรักหรือยัง”

แกร็ก!