ตอนที่2 รับผิดชอบ
แกร็ก! ประตูห้องบานใหญ่ถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงที่หล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งความฝันไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่กลับเป็นใบหน้าที่เรียบนิ่งจนคาดเดาอะไรไม่ได้ แต่ก็เป็นความเรียบนิ่งที่ไม่สามารถเบี่ยงเบนความหล่อเหลาของเขาได้เลยซ้ำยังทำให้เขายิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหามากกว่าเดิมอีกด้วย
“คุณเพลิง ขอโทษค่ะที่หนูไม่ได้ขออนุญาตก่อนพาเพื่อนเข้ามา” พอใจที่ไม่คิดว่าเจ้านายตัวเองจะกลับมาก่อนเพื่อนเธอกลับไปก็ตกใจไม่น้อยรีบยกมือไหว้ขอโทษทันที
“หนูขอโทษค่ะที่เข้าบ้านคุณโดยไม่ได้ขออนุญาต หนูรบเร้าพอใจเองอย่าตำหนิเธอเลยนะคะ” หนูหลินเห็นแบบนั้นก็รีบยกมือไหว้ขอโทษแล้วรับผิดเอง
“.....” ร่างสูงของเจ้าของบ้านกลับยืนนิ่งมองหนูหลินด้วยสายตาเรียบนิ่งคาดเดาไม่ได้เลยว่าเขากำลังคิดหรือรู้สึกยังไง
“พอดีหนูอยู่คอนโดนี้เหมือนกันแล้วบังเอิญเห็นพอใจที่ลิฟท์พอรู้ว่าเธอมาทำงานที่นี่หนูก็เลยตามมา แต่หนูไม่ได้แตะต้องหรือสร้างความเสียหายอะไรเลยนะคะ” หนูหลินที่เห็นเขาไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องมองเธอนิ่งก็รีบอธิบายออกไปอีกครั้ง
“อะไรที่ไม่ใช่ของตัวเองอย่าอยากรู้อยากเห็นและอยากได้ให้มาก” แล้วน้ำเสียงเรียบนิ่งของ เพลิง หรือ เพลิงกัลป์ ก็ดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะก้าวจากประตูบานใหญ่ข้างหน้ามาที่บันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสอง
“หนูรู้ว่าหนูเสียมารยาทแต่หนูก็ขอโทษไปแล้วนี่คะ” หนูหลินที่เหมือนกำลังถูกด่าว่าทั้งที่เธอก็ทำตัวดีไม่น้อยจึงขยับไปขวางหน้าเขาแล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก
“เอ่อคุณเพลิงคะ...”
“เธอไปทำงานของตัวเองพอใจ” เพลิงกัลป์แทรกพอใจขึ้นโดยที่สายตาเขายังจ้องมองหญิงสาวร่างบางตรงหน้าที่ส่วนสูงเพียงไม่เกินคางเขาด้วยซ้ำ
“ค่ะ” พอใจได้ยินแบบนั้นก็ไม่กล้าขัดได้แต่รับคำอย่างเกรงกลัวก่อนจะมองเพื่อนตัวเองโดยที่หนูหลินก็พยักหน้าให้อย่างไม่ต้องเป็นห่วงเธอ
หลังจากพอใจเดินออกไปเพลิงกัลป์ที่มองหนูหลินอยู่ตลอดเวลาด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ก็เดินสวนเธอเพื่อขึ้นไปชั้นสองอีกครั้ง
“อ้อ คุณกลับมาคงหิวน้ำแย่ งั้นเดี๋ยวหนูไปเอาน้ำให้นะคะ” หนูหลินเห็นแบบนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้แล้วเสนอตัวอย่างที่เขาไม่ได้ร้องขอมองหาตู้เย็นแล้วสาวเท้าออกไปอย่างไม่รอช้าก่อนจะเปิดตู้เย็นบานใหญ่หยิบน้ำเปล่ามารินใส่แก้วแล้วถือไปให้เขาที่ชั้นสองตามที่เขาขึ้นไป
แต่พอเดินมาถึงเธอกลับไม่เห็นเงาเขาแล้วเลยไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนต่อระหว่างซ้ายหรือขวากระทั่งได้กลิ่นควันบุหรี่ลอยออกมาทำให้เธอตัดสินใจตามกลิ่นไปในห้องที่อยู่ตรงกลางพอดีและเป็นห้องที่ไม่ได้ปิดประตูด้วย
‘อ่า ชั้นสองก็มีบาร์น้ำเหรอเนี่ย’ หนูหลินได้แต่พูดกับตัวเองในใจหลังจากเดินมาตามกลิ่นและเป็นมุมที่ตั้งโซฟาอีกแห่งโดยมีบาร์น้ำกับตู้เย็นที่แม้จะเล็กกว่าข้างล่างแต่ก็ถือว่าไม่ได้เล็กเลยหากเทียบกับหลายๆ ที่ แล้วเธอจะลงทุนประคองแก้วน้ำเย็นจากข้างล่างมาเพื่ออะไรกัน
“น้ำค่ะ” แต่ช่างเถอะ ในเมื่อเอามาแล้วก็ให้เขาถึงจะดีที่สุด
“.....” เพลิงกัลป์ที่นั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่อยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มขยับตัวยื่นมือไปเพื่อรับแก้วน้ำจากหนูหลินจนมือเขารับแก้วน้ำแล้วหนูหลินจึงปล่อย
เคร้ง!
“!” แต่หลังจากหนูหลินปล่อยแก้วน้ำนั้นกลับตกแตกอยู่ที่พื้นจนหนูหลินตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้คาดคิด
“ไหนบอกว่าไม่สร้างความเสียหาย” เพลิงกัลป์เงยมองหน้าหญิงสาวที่ตื่นตกใจแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“แต่คุณรับแล้วนะคะ!” หนูหลินตอบกลับด้วยเสียงที่ดังอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อกำลังถูกโยนความผิดให้อย่างไม่ได้ผิด
“โทษฉัน?” คำพูดพร้อมกับเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อยคือคำถามจากเขา
“แต่!...” ก็ไม่ได้จะบอกว่าโทษเขาหรอก แต่เขาก็ไม่ควรโทษเธอไหม มันคืออุบัติเหตุไง
“ไม่รับผิดชอบสิ่งที่ทำ?” อีกครั้งที่คำถามดังขึ้นเมื่อเห็นเธอยังดื้อรั้นและไม่ยอมรับอะไร
“.....” ใบหน้าเล็กยู่ขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางเคาน์เตอร์บาร์และเจอกับทิชชูม้วนใหญ่พอดีทำให้เธอเลือกจะก้าวไปหยิบมันมาและย่อตัวลงเก็บเศษแก้ววางบนทิชชู่อย่างที่เธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
หนูหลินทำทุกอย่างโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้ตกอยู่ในสายตาของเพลิงกัลป์ตลอดเวลา กระทั่งเธอเก็บเศษแก้วเสร็จและใช้ทิชชู่เช็ดน้ำจนเรียบร้อยถึงได้เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพอดี
“ขยะอยู่ไหนคะ” หนูหลินถามขึ้นอย่างไม่รู้
“หลังบาร์” เพลิงกัลป์ตอบกลับออกมาอย่างตรงคำถามเพื่อให้หญิงสาวจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
“หนูรับผิดชอบสิ่งที่หนูทำแล้ว ทีนี้ก็หายกันแล้วนะคะ” หนูหลินที่เดินไปทิ้งขยะเสร็จเดินกลับมาพูดกับเพลิงกัลป์ขึ้นอย่างคิดเองเออเอง
“.....” เพลิงกัลป์ไม่ได้ตอบแต่มองหญิงสาวตรงหน้าที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากโซฟาที่เขานั่งแล้วพูดออกมาอย่างคิดไปเอง
กระทั่ง...
พรึ่บ! หนูหลินพุ่งตัวลงมาที่โซฟาแล้วนั่งลงข้างเพลิงกัลป์อย่างถือวิสาสะทันที ใบหน้าที่เคยยู่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มก่อนจะเริ่มต้นการหยั่งเชิงเขา
“คุณคิดจะขายที่นี่ไหมคะ” หนูหลินถามออกไปอย่างตรงไปตรงมาไม่เสียเวลาทันที
“ทำไม จะซื้อ?” เพลิงกัลป์ได้ยินคำถามของเธอก็ย้อนถามกลับไปโดยมองหน้าเธอตลอดเวลาไม่ได้ขยับหนีแม้แต่นิดเดียวแม้แต่ตอนที่เธอพุ่งตัวลงมานั่งข้างเขาก็ตาม
“ค่ะ จริงๆ หนูอยากได้ที่นี่ตั้งแต่เขาเปิดจองแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ทันทั้งสองห้องเลยซื้อห้องอื่นไปแทน” หนูหลินก็บอกอย่างตรงไปตรงมา และตอนนั้นเธอคิดว่าเธอเร็วแล้วที่ให้พ่อรีบจัดการซื้อที่นี่ให้เพราะมันเปิดจองตอนเธอใกล้เรียนจบมัธยมต้นพอดี พอเธอขึ้นมหาลัยจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่
“เธอจำราคาขายห้องนี้ได้ไหม” เพลิงกัลป์ไม่ได้บอกว่าจะขายให้หรือไม่แต่กลับถามถึงราคาของที่นี่ในตอนแรกแทน
“พอจำได้ค่ะ” เธอพอจำได้ว่าราคาตอนเปิดขายห้องนี้ราคาเอาเรื่องมาก แต่ถ้าได้มาก็คุ้มค่าไม่น้อยกับการลงทุนหรืออยู่อาศัย
“ถ้าอยากได้ ฉันจะขายให้ในราคาสองเท่าจากราคาเดิม”
“ห๊ะ! มันไม่แพงไปเหรอคะ!” หนูหลินที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่น้อยกับราคาที่ก้าวกระโดดมากเกินความเป็นจริง
“จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมากี่ปี เธอรู้หรือเปล่าว่าราคาที่ดินแถวนี้ตารางเมตรละเท่าไหร่” คำถามที่ย้อนกลับไปด้วยบทบาทนักธุรกิจดังขึ้น
“แต่มันเกินจริงไปนะคะ อย่างน้อยก็น่าจะขึ้นมาไม่ถึงราคาที่คุณตั้ง” ที่ตรงนี้คือแหล่งความเจริญเลยก็ว่าได้ ใกล้ห้าง ขนส่งสาธารณะทุกแขนง ติดถนน น้ำไม่ท่วม ใกล้มหาลัยและโรงพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยหลับใหลเพราะความเจริญนั่นเอง แต่ราคานี้มันออกจะเกินไปจริงๆ
“ไม่ไหวก็ช่วยไม่ได้...”
“อีกอย่าง เธอรู้ไหมว่าอีกห้องก็เป็นของฉัน”
