ตอนที่ 9. ตกเป็นเป้า
ตอนที่ 9. ตกเป็นเป้า
แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าขนาดใหญ่สะท้อนกับผนังหินอ่อนของห้องจัดงาน เสียงพูดคุย เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ และเสียงดนตรีคลอคลื่นไปทั่วฮอลล์ของโรงแรมรอยัล งานประมูลเพชรในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยคนมีชื่อเสียง นักธุรกิจ นักการเมือง และคนที่ไม่มีใครอยากรู้ว่าทำเงินมาจากอะไร
ลูซี่เกินตามหลังบิดาในชุดเดรสยาวสีเข้ม เรียบหรูแต่สะดุดตา เส้นผมยาวถูกรวบอย่างประณีต เครื่องประดับไม่มาก แต่ทุกชิ้นล้วนมีราคาแพง
เธอไม่ได้ยิ้มกว้างเหมือนเคย ไม่ได้ทำตัวเบื่อหน่ายหรือประชดใครเหมือนงานสังคมก่อนหน้า แต่กลับเดินเงียบๆ อยู่ข้างลูคัสอย่างเรียบร้อยผิดปกติ อาจเพราะเธอไม่อยากทำตัวมีปัญหาจนโดนกักบริเวณเพิ่ม
และนั่น…ไม่รอดสายตาของโจนาธาน
เขาเดินตามอยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียว ชุดสูทสีดำเข้ม กลืนไปกับเงา แต่สายตาคมกริบกวาดมองรอบตัวไม่หยุด มือขวาแตะตำแหน่งอาวุธใต้สูทอย่างเคยชิน
งานคืนนี้…ไม่ปลอดภัย
ไม่ใช่เพราะข่าวลือ ไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณ แต่เพราะเขารู้ว่า “วสันต์” อยู่ที่นี่
อีกด้าน
“ลูซี่!”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของฮอลล์ หญิงสาวชะงัก ก่อนจะหันไปมองตามเสียง
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาอ่อน ยิ้มกว้างอย่างเป็นธรรมชาติ ผมถูกเซ็ตอย่างดี แต่ดวงตาคู่นั้น…..ยังดูเป็นมิตรเหมือนเดิม
“ไทเป?” เธออุทานอย่างแปลกใจ
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“ไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ย” เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“โตเป็นสาวเต็มตัวเลยนะ”
“นายก็เหมือนกัน” ลูซี่ยิ้มจริงใจ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ใช้บ่อยนัก
“กลับมาจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่”
“อาทิตย์ก่อนเอง” ไทเปตอบ
“พ่อฉันบอกว่าลุงลูคัสอาจจะมางานนี้ เลยแวะมาดู เผื่อจะได้ทัก”
ลูคัสที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเล็กน้อย
“โตขึ้นเยอะนะไทเป เรียนจบแล้วใช่ไหม”
“ครับพ่อผมฝากความคิดถึงมาด้วย”
บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง ลูซี่หัวเราะเบาๆ กับเรื่องเล่าจากอังกฤษ เรื่องเพื่อน เรื่องชีวิตต่างแดนของเพื่อนหนุ่มคนสนิทตรงหน้าสีหน้าเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่มีคนหนึ่ง…ที่ไม่ได้หัวเราะไปด้วย
โจนาธานยืนอยู่ไม่ไกล สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
เขารู้จักไทเป
ลูกชายของเทศน์ เพื่อนสนิทของลูคัส เด็กหนุ่มที่โตมากับลูซี่ในช่วงหนึ่ง เคยหัวเราะ เคยวิ่งเล่น เคยอยู่ในพื้นที่ที่เขา…..ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยืน และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเหมาะสมกับเธอมากกว่า
ความรู้สึกบางอย่างกระตุกขึ้นในอกแบบที่เกิดขึ้นครั้งแรก
ไม่ใช่หึงในแบบที่ควรจะเป็น แต่เป็นความรู้สึก…ไม่สบายใจ
ไทเปมองลูซี่ด้วยสายตาเปิดเผยเกินไป ใกล้เกินไป
และดูสนิทเกินไป และสิ่งสุดท้ายคือหญิงสาว…ไม่ได้ถอยหนี เธอไม่ได้ดูเกลียดผู้ชายคนนั้น เหมือนที่เกลียดเขาเลยแม้แต่น้อย
@อีกฟากหนึ่งของฮอลล์
ใต้เงามืดของเสาใหญ่ วสันต์ยืนถือแก้วไวน์ในมือ ดวงตาเย็นชาไล่มองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน
“นั่นลูกสาวของไอ้ลูคัสจริงๆใช่ไหม?” เขาถามลูกน้องเสียงต่ำ
ตะวันยืนอยู่ข้างหลัง พร้อมกับพยักหน้า
“ครับ ดูเหมือนจะเป็นตัวจริง”
วสันต์ยกยิ้มมุมปาก
“เด็กกว่าที่คิด”
“แต่…อยู่ในระดับที่ใช้ต่อรองได้” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงยกแก้วขึ้นจิบ ก่อนจะเอ่ยสั่งเรียบ ๆ
“ตามประกบ”
“ครับ”
หลายชั่วโมงผ่านไป
ค่ำคืนดำเนินไปจนใกล้เวลางานเลิก แขกเริ่มทยอยกลับ ลูคัสกล่าวลาลูกชายของเพื่อนสนิทด้วยสายตา ในขณะที่ไทเปโบกมือลาลูซี่ด้วยรอยยิ้ม
“ไว้เจอกันอีกนะ”
“อืม” เธอยิ้มตอบ
โจนาธานเป็นคนเปิดประตูรถให้เธอ มือหนึ่งกันศีรษะ อีกมือคอยบังตัวเธอจากสายตารอบข้างโดยอัตโนมัติ
“เจอกันที่บ้าน” ลูคัสเอ่ยบอกทั้งสองคน ที่ต้องแยกรถกันมา เพราะเขากันเอาไว้ หากมีอะไรเกิดขึ้น โจนาธานจะได้ดูแลลูซี่ได้อย่างเต็มกำลัง
เพราะตั้งแต่ที่ตนเองเสียภรรยาไป ลูคัสก็แทบไม่เคย ให้คนสำคัญในชีวิตนั่งรถไปไหนคันเดียวกันกับเขาอีกเลย โดยที่คาดไม่ถึง ว่าวันนี้ตนเองไม่ได้ตกเป็นเป้าหมาย แต่กลับเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง ที่กำลังจะตกอยู่ในอันตราย
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รถคันหรูแล่นออกจากโรงแรมเข้าสู่ถนนใหญ่ แสงไฟสาดผ่านกระจกเป็นเส้นยาว ลูคัสที่นั่งอยู่เบาะคนขับในค่ำคืนนี้ หันมองร่างเล็กที่นั่งหันหน้าออกไปนอกกระจกรถอย่างเป็นระยะ
เงียบ…เงียบเกินไป
สัญชาตญาณของเขากระตุก
“คุณหนู คาดเข็มขัดแน่นๆ” เขาพูดขึ้น
“ทำไม....“
ยังไม่ทันจบประโยค ไฟหน้ารถเก๋งสีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาดักหน้าอย่างแรง เสียงเบรกดังสนั่น รถอีกคันประกบด้านข้างโดยที่ทั้งสองไม่ทันตั้งตัว
ปัง!
กระสุนปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระจกแตกกระจาย กระเด็นกระดอนไปทั่วถนน
“ก้ม!” โจนาธานตะโกน มือดันหัวลูซี่ลงต่ำ พร้อมกับหักพวงมาลัยหลบ
รถเสียหลักพุ่งออกนอกถนน ดินและหินกระเด็นไปคนละทิศทาง เสียงเครื่องยนต์คำรามหนัก
“โจ!” ลูซี่เสียงสั่น
“ไม่เป็นไร” เขาตอบสั้นๆ
“ฟังผม”
รถหยุดกระทันหันหน้าป่าทึบ โจนาธานเปิดประตู กระชากเธอลงมา
“วิ่ง!”
เสียงฝีเท้าของผู้ชายสี่ห้าคนวิ่งตามมาติดๆ เสียงตะโกนของพวกมันและเสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วป่ามือสนิทแห่งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวสุดขีด แบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต
ยิ่งวิ่งเข้าไปในป่าลึกเท่าไหร่ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ก็ยิ่งดังชัดขึ้นเท่านั้น
ก่อนที่หญิงสาวจะสะดุดเข้ากับกิ่งไม้ใบหญ้า เพราะรองเท้าส้นสูงของเธอ ที่ไม่เหมาะกับการวิ่งเอาเสียเลย แต่โชคดีที่มือแกร่งคว้าเธอเอาไว้ได้ทัน
“อย่าหยุด!”
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนเจ็บอก มือเล็กสั่น แต่ขากลับต้องวิ่งต่อ
จนกระทั่ง…ทั้งสองพบเข้ากับรถคันหนึ่งจอดรออยู่ลึกเข้าไปในป่า ไฟหน้ารถดับสนิท หลังจากที่รถของลูคัสขับตามลูกสาวมา หลังจากนั้นไม่กี่นาที เมื่อเห็นซากรถที่พังยับอยู่บริเวณทางเข้าป่า มาเฟียอย่างเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวของตัวเองบ้าง
“ขึ้นรถ!” เสียงเติ้ลดังขึ้น เขาคือหนึ่งในลูกน้องของลูคัสที่ถูกส่งมาให้ตามหาทั้งสองคน
โจนาธานเห็นแบบนั้นก็รีบผลักลูซี่เข้าไปในรถ ก่อนจะปิดประตูลงทันที
เติ้ลรีบเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าเส้นทางลูกรัง คุณหนูสาวหอบ หายใจไม่เป็นจังหวะ มือกำเสื้อคนที่ตัวเองเคยบอกว่าเกลียด เอาไว้แน่นแบบไม่รู้ตัว
โจนาธานเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้
“ปลอดภัยแล้วครับ”
เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้าง เริ่มรู้สึกเข้าใจทีละนิด ว่าทำไมชีวิตนี้ถึงต้องมีเขามาตามดูแล
“เราจะไปไหน” หญิงสาวถามขึ้น เพราะทางที่เติ้ลพาขับมา เธอไม่คุ้นเลยสักนิด
“คุณท่านสั่งมาว่าให้ผมพาคุณหนูกับคุณโจไปที่บ้านพักฉุกเฉินครับ“ เติ้ลหันมาตอบ ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องหญิงสาวให้ถึงที่สุด
จนกว่าจะได้รับคำตอบว่าใคร....อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ พวกมันต้องการอะไร และทำไมลูคัสเคยสูญเสียเมียไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาจะไม่ยอมสูญเสียสายเลือดของเธอไปอีกเด็ดขาด และเขาจะต้องหาคำตอบทุกอย่างให้ได้อย่างเร็วที่สุด!
