ตอนที่ 3. แผนซ้อนแผน
ตอนที่ 3. แผนซ้อนแผน
ช่วงบ่ายของวันนั้น
แสงแดดสาดผ่านม่านบางเข้ามาในห้องรับแขก เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินไปช้าๆ อย่างน่าหงุดหงิด ลูซี่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ขาเรียวยกขึ้นพาดอีกข้างอย่างไม่สนใจมารยาท โทรศัพท์อยู่ในมือแต่สายตาไม่ได้มองจอ เธอกำลัง ’คิด‘
คิดถึงสีหน้าของโจนาธาน คิดถึงความเงียบของเขา คิดถึงสายตาที่ไม่เคยหลบ และหน้าที่ที่เขายึดถือเหมือนเป็นศาสนา
ตั้งแต่เช้า ทุกอย่างดำเนินไปตามเดิม เขาตาม เธอหนี เขานิ่ง เธอหงุดหงิด
มันน่าเบื่อ และลูซี่เกลียดความน่าเบื่อที่สุด
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังอยู่ไม่ไกล เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น โจนาธานยืนพิงเสาใกล้บันได แขนเสื้อพับไว้ด้านหน้า สีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
เหมือนรูปปั้นที่หายใจได้
“นายไม่ไปนั่งตรงอื่นบ้างหรือไง”เธอถามขึ้นโดยไม่มอง
“ตรงนี้เหมาะสมที่สุดครับ”คำตอบเดิม น้ำเสียงเดิม ไม่มีช่องว่างให้เถียง
ลูซี่แค่นหัวเราะในลำคอ
“เหมาะสมกับใคร…นาย หรือพ่อฉัน”
เขาไม่ตอบ
หญิงสาวเอนหลังพิงโซฟา หลับตาลงชั่วครู่ ความคิดวนกลับไปที่ภาพหนึ่ง ภาพที่เธอเห็นชัดตั้งแต่ครั้งก่อนๆ ที่ครูสอนเปียโนมาที่บ้าน
’จิตลดา‘ สายตา ท่าทีและความเผลอนั้น ลูซี่ไม่ใช่คนโง่ เธอสังเกตเก่งกว่าที่ใครคิด
ครูจิตลดาไม่ได้มองโจนาธานแบบคนแปลกหน้า
ไม่ใช่สายตาของคนสุภาพ แต่เป็นสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ ’สนใจ‘ ในตัวของผู้ชายคนหนึ่งต่างหาก
และมันก็ทำให้แผนในหัวของลูซี่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ติ๊ง—
เสียงข้อความดังขึ้น
ต้นกล้า : วันนี้น้องว่างไหมครับ
เธอลืมตาขึ้น ชำเลืองมองหน้าจอ ก่อนจะยิ้มบางๆเกมจะสนุก ก็ต่อเมื่อมีคนเล่นหลายคนน่ะสิ
หลังจากนั้น
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นในเวลาต่อมา
ลูซี่ลุกขึ้นทันที รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มแบบที่เธอเลือกใช้แค่กับบางคนเท่านั้น
“มาแล้วค่ะ!” เธอเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
“ครูดาคะ” ลูซี่ทักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
จิตลดายืนอยู่หน้าประตูในชุดเดรสสุภาพสีครีม ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย เครื่องสำอางบางๆทำให้ใบหน้าดูสดใสกว่าทุกครั้ง
“คุณหนูลูซี่ ดูสดใสจังเลยนะคะวันนี้”
“ก็ลูซี่รอครูอยู่นี่คะ” เธอตอบพลางคล้องแขนครูสาวอย่างสนิทสนม
ทั้งสองเดินเข้ามาในบ้าน และแน่นอน…สายตาของจิตลดาหยุดลงที่ใครบางคนอย่างเช่นทุกครั้ง
โจนาธาน
เขายืนอยู่ไม่ไกล ในชุดสูทสีดำท่าทางสุภาพ ดวงตานิ่ง ไม่สื่ออารมณ์ใดๆออกมาเลยสักครั้ง แต่นั่นก็ช่างเป็นดวงตาที่ดึงดูดสายตาของเธอได้ดีเหลือเกิน
จิตลดาชะงักไปเสี้ยววินาที เสี้ยววินาทีที่ลูซี่ “เห็น”
“เอ่อ…” ครูเปียโนเอ่ยเบาๆ
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” โจนาธานตอบ พยักหน้าเล็กน้อย
เสียงทุ้มต่ำเรียบๆ ไม่มีอะไรเกินเลย แต่ก็เพียงพอจะทำให้แก้มของจิตลดาขึ้นสีแดงจาง ๆ
ลูซี่ไม่พูดอะไร แค่ยิ้มไปกับสถานการณ์นั้นราวกับคนที่มีแผนร้ายในใจ
@หลายนาทีผ่านไป
เสียงเปียโนดังขึ้นในช่วงบ่ายแก่ แสงแดดอ่อนลง ลูซี่นั่งอยู่หน้าคีย์ แต่วันนี้เธอไม่ได้ตั้งใจจะเล่นให้ดี เธอกดผิดบ้าง หยุดบ้าง ถอนหายใจเป็นระยะ ทำเอาจิตลดารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
“วันนี้ดูไม่มีสมาธิเลยนะคะ“ จิตลดาพูดอย่างอ่อนโยน
“อาจจะเป็นเพราะลูซี่อึดอัดน่ะค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันไปมอง เพราะเกรงว่าถ้าหันไปเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้น เธอจะรู้สึกไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม
“อึดอัด?”
“ค่ะ” ลูซี่หันไปยิ้ม
“เหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา”
จิตลดาเงียบ ก่อนจะเหลือบมองไปทางโจนาธานอย่างเผลอตัว
และนั่น…คือคำตอบ
“ครูดาคะ” ลูซี่เอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ครูมีนัดหรือเปล่าคะ เย็นนี้” จิตลดาชะงัก
“เอ่อ…ไม่มีค่ะ”
“เสียดายจัง”ลูซี่ทำหน้าคิด
“ปกติสอนเสร็จ ครูก็กลับบ้านเลยใช่ไหมคะ”
“ค่ะ”
ลูซี่พยักหน้า เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“ถ้างั้น…ถ้าลูซี่ขอร้องอะไรครูสักอย่าง ครูจะช่วยไหมคะ”
“อะไรเหรอคะ”
ลูซี่หันไปมองโจนาธาน ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ครู
“ช่วยพาคนของบ้านนี้ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยค่ะ”
จิตลดาอึ้งเล็กน้อย แม้จะไม่เข้าใจ แต่สายตาก็หันไปจ้องยังชายหนุ่มพร้อมกับเด็กสาว
“ค…คนของบ้าน?”
“ค่ะ” ลูซี่พูดเหมือนไม่คิดอะไร
“บอดี้การ์ดของลูซี่”
บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ โจนาธานขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณหนู....“ คราวนี้เขาทำท่าเหมือนจะท้วง
“นายไม่อยากออกไปพักบ้างเหรอ” ลูซี่หันมาถาม
“อยู่กับฉันทั้งวัน นายก็คงเบื่อ”
ร่างสูงเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะไม่แน่ใจว่าเด็กสาวต้องการจะเล่นอะไรต่างหาก
“ครูดาก็ดูเป็นคนใจดี” ลูซี่พูดต่อ
“แค่กินข้าวเฉยๆ เอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่” เธอเดินมาพูดกับเขาต่อหน้า
จิตลดาหน้าแดง ปฎิเสธไม่ได่ว่าตัวเองกำลังรู้สึกหัวใจเต้นแรง ถ้าให้พูดตามตรง ครูสาวเองก็รอเวลานี้มานานแล้ว ถ้ามีโอกาส....ได้กับทานข้าวกับเขา เธอเองก็อยากจะคว้าเอาไว้
“เอ่อ…ถ้าไม่ลำบาก…”
โจนาธานมองลูซี่ สายตาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“นี่ก็เป็นหน้าที่อีกแบบนะ” ลูซี่ยิ้ม
“หน้าที่พักผ่อน”คำพูดนั้นฟังดูเหมือนล้อเล่น
แต่สายตาของเธอจริงจัง
”แล้วถ้าผมไม่ไป....” โจนาธานเอ่ยลองเชิง เขารู้ว่าเธอไม่อยากเห็นหน้าเขา
“ฉันก็จะบอกพ่อว่านายละเลยคำสั่งของฉัน”
“.......” เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาไม่เล่นเช่นกัน ทำให้หญิงสาวต้องถอนหายใจออกมาคำใหญ่
“เห้อ! นายไม่คิดว่าฉันจะเบื่อหน้านายบ้างหรือไง เจอกันมาทั้งวันแล้วเนี่ย”
เมื่อแผนโน้มน้าวไม่สำเร็จ เธอจึงเปลี่ยนมาโวยวายแทน ซึ่งดูเหมือนมันจะได้ผลดีกว่าที่คิด เพราะโจนาธานยอมเปลี่ยนใจ
“ก็ได้ครับ แต่มีข้อแม้.....”
“อะไร”
“ถ้าผมกลับมา ผมต้องเห็นคุณหนูอยู่ที่นี่ เพราะถ้าไม่เห็น ต่อจากนี้ผมจะจับตาดูคุณหนูมากกว่าเดิม”
เขายื่นข้อแลกเปลี่ยน เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้านั้นดื้อรั้นมากแค่ไหน เธออาจจะทำอะไรในแบบที่เขาไม่คาดคิดก็เป็นได้
“อื้อ! แน่นอน! สบายใจได้เลย” เพราะถึงยังไงเธอก็จะกลับมาก่อนที่เขาจะกลับมาอยู่แล้ว หญิงสาวมั่นใจ
“ถ้างั้นก็ได้ครับ”
เยส! ในที่สุด.....หมายตัวสุดท้ายของเธอก็ถูกโยนกระเด็นออกไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากทั้งสองออกจากบ้านไป ความเงียบก็กลับมา ลูซี่ยืนมองรถที่แล่นออกไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็คอะไรบางอย่าง
ต้นกล้า : พี่อยู่หน้าบ้านแล้วนะครับ
เธอพิมพ์ตอบกลับทันที เมื่อเห็นข้อความนั้น
ลูซี่ : เดี๋ยวออกไปค่ะ
หญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เดรสสายเดี่ยวสีเข้ม
รองเท้าส้นสูง แต่งหน้าเพิ่มเพียงเล็กน้อย ก่อนจะออกจากบ้าน โดยไม่มีใครตาม ในใจของเธอ มันไม่ใช่การหนี แต่มันคือการ “เอาคืน” พ่อของเธอต่างหากที่เป็นห่วงเธอแบบไม่เข้าเรื่อง
ถ้าโจนาธานเลือกหน้าที่ เธอก็จะเลือกความสนุกและถ้าเขาไม่รู้ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเธอ
เพราะเกมนี้…เธอเป็นคนเริ่มเองและจะไม่มีทางล้มเลิกมันง่ายๆด้วย
