บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6

ผมกดเข้าไปอ่านข้อความของปาลิน ไม่ได้ตอบกลับไปในทันที และเป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากยกขึ้น บอกถึงความพอใจกับข้อความของอีกฝ่ายที่คล้ายจะยอมแพ้ให้กับเงื่อนไขของผม

Palin : ต้องการแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม

Palin : พีคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลเหรอ

Palin : ถ้าคิดว่ามันจะทำให้เขาหันมาสนใจพี เรายอมก็ได้

Palin : โอเค เราตกลง

ข้อความด้านบนถูกส่งมาก่อนหน้านี้ ส่วนด้านล่างคือข้อความล่าสุดที่เพิ่งส่งมา

Palin : มารับเราตอนนี้เลยได้ไหม

ผมก็ยังไม่ได้ตอบกลับไป เลือกจะหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมา เริ่มต้นอัดความว่างเปล่าเข้าไป ลากดึงเอาความอ่อนแอออกมาพร้อมควันสีขาวขุ่น ปล่อยให้มันล่องลอยไปกับความเงียบเชียบของค่ำคืนที่รอบตัวมีเพียงความเงียบเหงา ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ความเหงาจะไม่อยู่รอบตัวผม ความเหงาแทบจะกลายเป็นชีวิตเดียวกับผมเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งก้นบุหรี่ในที่เขี่ยเพิ่มจำนวนจากสี่เป็นห้าภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดังขัดขวางบุหรี่มวนใหม่ ที่ปลายมวนของมันกำลังจะถูกจุดด้วยเปลวไฟสีแดง

Palin : มารับเราที

คิ้วผมขมวดเข้าหากันทันที แม้ตัวอักษรที่ไร้เนื้อเสียงไม่สามารถบอกได้ว่าปาลินกำลังรู้สึกอย่างไรในเวลานี้ ทว่าผมกลับสัมผัสได้ถึงเสียงกรีดร้องของเพื่อนที่มาพร้อมข้อความบนหน้าจอได้เป็นอย่างชัดเจน

Palin : เราเลิกกับพี่ภามแล้ว

...เลิกแล้วงั้นเหรอ?

บุหรี่ในมือไร้ความหมายไปทันที ผมวางมันลง เพื่อให้มือว่างพอสำหรับพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหาปาลินด้วยความรวดเร็ว

Phirach S : ให้ไปรับที่ไหน

Palin : บ้านพ่อแม่ของพี่ภาม มาเร็วๆ นะ

Phirach S : รอได้ใช่ไหม เราจะรีบไป

ผมรีบเดินกลับเข้าไปในห้องพัก เข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว ไม่ได้เสียเวลาอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นเพราะเสียงกรีดร้องของปาลิน ที่ผ่านตัวหนังสือไม่กี่คำนั้น ทำให้ผมช้าไม่ได้ ไม่แม้แต่จะกลับไปที่คอนโดฯ ของตัวเองที่อยู่ห่างจากโรงแรมนี้ไปไม่ไกลนัก เพื่อกลับไปเอารถอีกคันมาใช้ เนื่องจากรถคันที่ผมใช้ตอนคืนวันศุกร์ให้สายน้ำไปแล้ว ผมคงต้องเลือกใช้บริการของแท็กซี่แทน

บ้านพ่อแม่ของหมอภาม ผมรู้จัก เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง คนพาไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก... ก็คนที่เป็น ‘เพื่อน’ หมอภาม

เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มที่แท็กซี่คันสีฟ้าพาผมมาถึงจุดหมาย คือหน้าบ้านหลังใหญ่ภายในรั้วสูง ซึ่งขณะนี้สว่างไสวด้วยแสงไฟหลากสีและประดับด้วยลูกโป่ง ดอกไม้ และป้ายต่างๆ สัญลักษณ์ของความรื่นเริงในวันคล้ายวันเกิดของลูกชายเจ้าของบ้าน

ผมก้าวลงจากรถแท็กซี่หลังจากที่บอกคนขับว่าให้เขาอยู่รอผมก่อน ผมผ่านรั้วสูงเข้าไปภายในรั้วบ้านหมอภามได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ผมบอกชายวัยกลางคนที่ยืนเฝ้าประตูรั้วว่ามางานวันเกิดหมอภาม เขาก็รีบเปิดประตูให้ผมทันที ไม่ตั้งคำถาม ไม่มีความสงสัยว่าทำไมแขกคนนี้ถึงได้มาช้าเช่นนี้ แถมยังไม่มีกล่องของขวัญหรือช่อดอกไม้ติดมือมาด้วย

ช่วงขาของผมก้าวยาวและเร็วกว่าปกติ ใจมันร้อนรนเพราะข้อความที่กรีดร้องของปาลินยังดังก้องอยู่ในหัว เมื่อเดินเข้าไปใกล้ลานกว้างหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงาน ผมแทบไม่ต้องกวาดสายตามองหาปาลินเลย เพราะเจ้าตัวนั่งห่างออกมาจากคนกลุ่มอื่นๆ เหมือนว่าไม่เป็นที่ต้อนรับของทุกคนในงานอย่างไรอย่างนั้นเลย แล้วยังไร้เงาคนรักอยู่ข้างกายด้วย

และตอนนี้คนที่เคยสูงกว่าผมไปเล็กน้อยมองเห็นผมแล้ว เจ้าตัวลุกจากเก้าอี้และรีบเดินมาหาผม ...รีบเสียจนเหมือนว่ากำลังหนีใคร

ไม่ใช่เหมือนแล้วสิ น่าจะจริงมากกว่าที่ปาลินกำลังหนีสิ่งที่ทำให้หัวใจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ผู้ชายผมยาวและถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อยกำลังใช้ขายาวๆ ของตนช่วงชิงความได้เปรียบ ไม่ปล่อยให้ปาลินหนีไปได้ ทว่าผมได้เปรียบกว่า เนื่องจากปาลินเลือกจะหนีด้วยการเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง และตอนนี้คนตัวเล็กก็มาอยู่ในวงแขนของผมเรียบร้อย

“ปี มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” เสียงนั้นราบเรียบ แต่อารมณ์ข้างในไม่ได้เป็นเช่นนั้นแน่นอน สายตาของหมอภามตวัดมองมาที่ผมนิดหนึ่ง บอกความไม่พอใจที่ผมใช้มือโอบกอดคนของตน

“ผมกับคุณ เราคุยกันจบแล้ว” แม้ปาลินจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ไม่ต่างจากคู่กรณี แต่เชื่อเถอะในน้ำเสียงของปาลินเต็มไปด้วยความปวดร้าวจากบาดแผลบางชนิด

“แม่พี่ก็พูดแบบนี้ทุกครั้ง ปีก็ทนได้ไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมคืนนี้ถึงทนไม่ได้”

“เพราะผมคงทนต่อไปไม่ไหว ไปต่อไม่ไหวแล้ว” น้ำตาหยดหนึ่งพ้นขอบตาออกมา เพื่อเปิดทางให้กับอีกมากมายที่รวมกันจนกลายเป็นสายน้ำอุ่นร้อน “คุณทำตามที่ท่านต้องการเถอะ อย่าให้ท่านต้องเสียน้ำตาอีกเลย เรื่องของเราให้จบแค่นี้” มือเล็กเช็ดน้ำตาให้พ้นไปจากพวงแก้ม

“เราสัญญากันแล้วนะปี” หมอภามเอ่ยท้วง เขายกเอาคำสัญญาในวันเก่ามายื้อ “สัญญาว่าเราจะจับมือไปด้วยกัน เราจะมีแค่กันและกัน ปีจะมีแค่พี่ พี่จะมีแค่ปี เราจะพยายามไปด้วยกัน จะไม่ปล่อยมือจากกัน ต่อให้ใครไม่เห็นด้วยกับความรักของเรา ก็ช่างเขา เรารักกันก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง”

“ตอนนั้นผมยังเด็ก” คำโต้ตอบแผ่วเบา ราวกับไม่มั่นใจในถ้อยคำที่ตนเอ่ย ทำให้ใบหน้าคนฟังขึ้นริ้วรอยเจ็บปวดไม่ต่างกัน “ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าความพยายามไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ มันเปลี่ยนใจคนไม่ได้...กลับกันเถอะพี” คำพูดสุดท้ายปาลินหันกลับมาพูดกับผม แววตาที่ผมเห็นเต็มไปด้วยความปวดร้าวในอก ยามนี้โลกทั้งใบของคนคนนี้ได้แตกสลายไปแล้ว

ผมดีใจที่เอาปาลินกลับมาได้ แต่ก็ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องเจ็บปวด ไม่อยากให้หัวใจของปาลินแตกสลายเหมือนของผม แม้จะต่างเหตุการณ์กันก็ตาม ทว่าความรู้สึกไม่ต่างกันนักหรอก

...เจ็บก็คือเจ็บ

...น้ำตาก็คือน้ำตา

...และโลกก็พังยับเยินเหมือนกัน

“อืม” ผมขานรับในลำคอ ก่อนหันไปโค้งศีรษะลงเล็กน้อยให้กับเจ้าของวันเกิดคืนนี้ ไม่ใช่การแสดงคำเอ่ยลาแบบไร้เสียง แต่เป็นคำพูดเยาะเย้ยที่เปล่งออกมาด้วยท่าทางต่างหาก

...เยาะเย้ยในความรักที่จบลงเสียที หมอภามไม่ควรมีความสุขกับความรักที่สมหวัง

ผมเกลียดหมอภามอย่างนั้นเหรอ?

ไม่ใช่เลย...

ผมกับหมอภาม ไม่เคยมีเรื่องหมางใจกัน หรือมีเรื่องให้ต้องเกลียดขี้หน้าจนอยากให้จมดิ่งลงไปในความรักที่แตกสลาย เพียงแต่ผมเป็นคนพาล และคุณหมอคนนี้ดันเป็นเพื่อนของคนคนนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่ผมจะรู้สึกสะใจที่แย่งคนของหมอภามที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนของผมกลับคืนมาได้

แต่ก่อนที่จะทันทิ้งให้หมอภามอยู่กับความว่างเปล่า สูญเสียคนรักมาให้ผม เจ้าตัวก็เร่งปลายเท้าเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว หวังจะดึงเอาตัวปาลินกลับไป บังเอิญที่ผมคาดไว้ก่อนแล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผมถึงได้ดึงเอาตัวปาลินไปไว้ด้านหลังได้ทัน พ้นไปจากมือใหญ่ที่หมายจะฉุดกระชากคนตัวเล็กกลับไป พร้อมกับผลักอกหมอภามอย่างแรง จนอีกฝ่ายเซไปด้านหลังเสียหลายก้าว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel