ตอนที่ 5
‘เด็กนั่นไม่ใช่ลูกผม’
คำพูดนี้ดังกึกก้องยิ่งกว่าถ้อยคำไหนๆ เป็นเหมือนลูกกระสุนจากปลายกระบอกปืน พุ่งทะลุผิวเนื้อเข้าสู่ใจกลาง ทำให้เด็กคนนี้ตายไปแล้ว ตายทั้งๆ ที่ยังหายใจ
รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่เคยโอบกอดเด็กชายคนนี้เลยสักครั้ง ทำไมถึงไม่เคยเห็นเด็กที่ชื่อพีรัชเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ทำไมถึงไม่รักผมเหมือนที่รักลูกชายทั้งสองของเขา
เด็กนั่น... ที่เขาเรียกขานแทนตัวผม คงเป็นแค่อะไรสักอย่างที่รกหูรกตา มองแล้วน่ารำคาญ ไม่มีค่า ไร้ความสำคัญ ที่ปรานีให้มีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ความจริงเปิดเผยก็แค่สงสาร ก็แค่จิตใจไม่โหดเหี้ยมเหมือนคนที่เป็นเจ้าของสายเลือดของเด็กคนนี้
ตริ๊ง...
ในความเงียบที่โอบล้อมผมไว้และกดให้ผมจมลงไปในอดีต แค่เสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตสีเขียวก็ทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว มวนบุหรี่ที่ใกล้หมดถูกยกขึ้นมาแตะริมฝีปากอีกครั้ง ผมอัดเอาความว่างเปล่าลงไปจนสุดความสามารถ ใช้มันขับไล่ความปวดร้าวในอก ดึงลากออกมาด้วยควันสีขาวขุ่น ให้ความปวดร้าวลอยออกไปให้ไกลที่สุด ให้สายลมยามค่ำคืนฉุดลากไปเสียให้พ้นจากชีวิตของผม แต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่เรื่องหลอกลวงของคนอ่อนแอ สายนิโคตินหรือจะทำอะไรอดีตที่ฝังรากลึกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมได้
ตริ๊ง...
มันดังขึ้นอีกหน ผมบดบี้จุดสีแดงบนปลายมวนบุหรี่ลงกับที่เขี่ย เพิ่มจำนวนก้นบุหรี่จากสามเป็นสี่ ก่อนยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมาอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามา และไม่ใช่ข้อความจากปาลิน แต่เป็นของเด็กรายล่าสุดที่ผมรับดูแล
Lam-taan : พี่พีว่าเขาชอบมันไหมครับ
จากนั้นสายน้ำก็แนบรูปถ่ายตามมา ในรูปที่ส่งมาเป็นรูปถ่ายใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถคันที่เคยเป็นของผม ส่วนคนถ่ายคงยืนถ่ายจากนอกรถแบบไม่ให้อีกคนรู้ตัว เท่าที่เห็นในรูป เด็กที่ดูโตเกินวัยมาก ทั้งที่อายุยังไม่พ้นยี่สิบมีสีหน้าที่ราบเรียบ ไม่มีรอยยิ้ม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใบหน้าปกติของเด็กคนนี้หรือเปล่า เพราะคนเรามีหลากหลายนิสัย การแสดงออกทางสีหน้าของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนไม่ชอบแสดงความรู้สึก บางคนคิดหรือรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาตรงๆ บางคนก็ชอบปกปิดความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ภายใต้ใบหน้ามีความสุข ผมถึงไม่รู้จะตอบคำถามของสายน้ำอย่างไรดี
Lam-taan : เขาบอกให้ผมเอารถไปคืนพี่พี
สายน้ำเรียกผมว่า ‘พี่พี’ เพราะผมสั่งให้เรียกหลังจากที่เขาตกลงเป็นคนของผม
Phirach S : บอกไปหรือยังว่าพี่ให้เป็นของขวัญวันเกิด
Lam-taan : บอกแล้วครับ
Phirach S : ในเมื่อเขารู้ว่าเป็นของขวัญวันเกิดธาร แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้เอามาคืนพี่
Lam-taan : ตอนนี้เขาโกรธแล้วครับ หนีขึ้นห้องแล้วด้วย
Phirach S : ช่างเขา
Lam-taan : ช่างไม่ได้สิครับ ผมไม่อยากให้เขาโกรธ
Phirach S : ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวเขาก็หาย คนไม่เคยลำบาก ยังไงก็ต้องใช้มัน
Lam-taan : ครับ
Phirach S : เขาสังเกตไหมว่าธารไม่ปกติ
...โดนกอดจนช่องทางฉีกขาด เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำกับรอยกัด ไม่ใช่เรื่องที่จะปิดบังกันได้มิด นี่ผมก็ให้เขานอนอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันเสาร์ จนถึงวันอาทิตย์ ร่างกายคงฟื้นคืนมาได้บ้างถึงได้ลุกกลับหอพักของตัวเองได้แล้ว แถมไม่ยอมปลุกผมด้วย
Lam-taan : เห็นครับ แล้วก็ถามด้วย
Lam-taan : ผมตอบตามที่พี่พีบอกครับ
...ตอบตามที่ผมบอกก็คือตอบตามความจริงที่บิดเบือนไปเล็กน้อย แค่เปลี่ยนจากผมที่เป็นคนซื้อบริการมาเป็นผมที่เป็นแฟนของสายน้ำ
Lam-taan : พี่พีครับ เรื่องคอนโดฯ ผมไม่เอาแล้วได้ไหมครับ
Phirach S : ทำไม?
Lam-taan : คือผมว่ามันมากเกินไป
Phirach S : ธารขอพี่เองนะ แล้วพี่ก็ไม่เปลี่ยนคำพูด
สายน้ำเป็นคนขอของพวกนี้จากผมเอง ทั้งรถ ทั้งคอนโดมิเนียม ที่เจ้าตัวอยากได้ไม่ใช่เพื่อความสะดวกสบายของตัวเอง แต่เพื่อเพื่อนสนิทที่ตนแอบรัก เด็กหนุ่มที่ถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน คนที่ต้องทนอยู่กับความยากลำบากของชีวิตในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ไม่รู้ทำไมผมถึงให้ตามที่สายน้ำขอ ให้แบบไม่เสียดาย อาจเป็นเพราะลูกตากลมใสซื่อ กับความกล้าทำเพื่อคนที่ตัวเองรัก แม้ว่าเจ้าตัวจะเลือกใช้วิธีที่เหมือนสิ้นคิดก็ตาม แต่สายน้ำก็โง่พอที่จะเลือกใช้วิธีขายตัวเองเพื่อมอบความสุขสบายให้กับคนที่เขารัก
Lam-taan : ผมกลัวเขาโกรธ
Phirach S : โกรธก็ช่าง ไม่อยากอยู่คอนโดฯ สบายๆ ก็ไล่ไปนอนข้างถนนละกัน
Phirach S : สอบเสร็จวันสุดท้ายให้มาหา พี่จะพาไปดูคอนโดฯ
Phirach S : ไปอ่านหนังสือได้แล้ว
Lam-taan : ครับ
Lam-taan : พี่พีจะให้ผมไปหาอีกวันไหนครับ
Phirach S : ยังไม่ต้อง ช่วงนี้ธารอ่านหนังสือไปก่อนเถอะ
ผมไม่ได้ต้องการร่างกายของสายน้ำมากนักหรอก ต่อให้ผมชอบสายน้ำมากเป็นพิเศษก็ตาม ผมก็แค่ชอบความไร้เดียงสาในแบบที่ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นมาก่อน
Lam-taan : ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ
Lam-taan : **สติ๊กเกอร์**
ผมมองสติ๊กเกอร์เจ้าโคนี่นอนหลับขี้มูกโป่ง แล้วยกริมฝีปากขึ้นนิดหน่อยให้กับมัน แล้วปล่อยให้บทสนทนาผ่านตัวหนังสือบนหน้าจอสี่เหลี่ยมจบเพียงเท่านี้ ไม่จำเป็นต้องมีสติ๊กเกอร์ส่งกลับไป ผมไม่ใช่เด็กและคู่สนทนาก็ไม่ได้มีความหมายไปมากกว่า ‘คนของผม’ ตอนอยู่บนเตียง
ตริ๊ง...
บทสนทนาด้วยตัวอักษรผ่านหน้าจอโทรศัพท์ของผมกับสายน้ำจบไปหลายนาทีแล้ว เสียงแจ้งเตือนข้อความที่แทรกผ่านความเงียบเชียบขึ้นมาจึงไม่ใช่ของสายน้ำ แต่เป็นข้อความจากปาลินอีกครั้ง อันที่จริงเจ้าตัวส่งข้อความมาก่อนหน้านี้แล้ว ก็ช่วงที่ผมพิมพ์คุยกับสายน้ำนั่นแหละ เพียงแต่ผมยังไม่ได้เปิดอ่าน
