
บทย่อ
นิยาย boy love เรื่อง รัก...คือคำตอบ .... ความรักฝังรากลึกของ "พีรัช" ที่มีต่อ "อายะ" นั้นรุนแรงราวกับพายุฝนที่เทกระหน่ำ พีรัช รัก อารยะ หมดหัวใจ แม้ความจริง สถานะของเขาสองคนจะเป็นกำแพงขวางกัน และข้างกายของอารยะนั้นมีคนคนหนึ่ง... แต่สุดท้ายรักก็คือรัก รัก...คือคำตอบของทุกความสุขสมหวัง... ............................................ ................................ รัก...คือคำตอบ นิยายลำดับที่ 4 ในซีรีส์ "รัก..." ในซีรีส์นี้มีหลายเรื่อง ลำดับที่ 1 เรื่อง รัก...เธอ (ตินลม) ลำดับที่ 2 เรื่อง รัก...เชิญครับ (หมอนุน้ำฟ้า) ลำดับที่ 3 เรื่อง รัก...ได้ไหม (อิงหนึ่ง) ลำดับที่ 4 เรื่อง รัก...คือคำตอบ (ยะพี)
ตอนที่ 1
“พี่พี”
“...”
“พี่พีครับ”
“...”
“พี่...”
“มีอะไร”
ผมหันใบหน้าไปหาเสียงเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ ที่เรียกชื่อผม ไม่ใช่ผมไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายเรียกในสองหนแรก เพียงแต่ผมกำลังตกอยู่ในอาการที่คล้ายหัวใจใกล้หยุดเต้นเต็มที
“อยากสั่งอะไรเพิ่มหรือเปล่า” ผมเอ่ยถามเพิ่ม พยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้เสียงของตัวเองเป็นปกติที่สุด ตอนนี้ผมนั่งในร้านอาหารแห่งหนึ่งกับเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เป็นเด็กที่ผมทำความรู้จักได้เพียงแค่สามวัน
คนตัวเล็กส่ายหน้า แล้วถามผมในอีกเรื่องหนึ่ง
“พี่พีรู้จักคุณอารยะหรือครับ”
กึก...
‘คุณอารยะ’
เจ้าของชื่อคือผู้ชายที่มากวัยกว่าผม คนที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าไปประมาณสามสี่ปีเห็นจะได้ เธออยู่ในชุดสูทกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสูงโปร่งดูทะมัดทะแมง เธอคือคนที่รู้ทุกความสัมพันธ์ของผมกับเขา แต่ทำไมเธอถึงได้หักหลังผม
“พี่พี” เสียงเล็กๆ เรียกผมอีกครั้ง คล้ายจะเร่งเอาคำตอบจากผม โดยไม่รู้ตัวว่าคำถามของตนเมื่อครู่มีผลทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผมเปลี่ยนไป
“เตยรู้จักเขาเหรอ?” ผมมองเข้าไปในดวงตากลมโต ที่คล้ายใสซื่อ เพื่อรอคำตอบ คนถูกถามก้มหน้าหนีสายตาคาดคั้นของผม
“คือเตย...” ปากเล็กๆ เอ่ยมาแค่สองคำ ส่วนตากลมโตที่ช้อนขึ้นมามองหน้าผม ก็บรรจุไปด้วยความหวาดกลัวที่จะต้องบอกความจริงกับผม
“ตอบ!” ก่อนหน้านี้ ตอนที่ชายหญิงสองคนที่ผมรู้จักเดินเข้ามา หัวใจผมเต้นช้าลง จนเหมือนว่าจะหยุดเต้นเสียให้ได้ ทว่าตอนนี้มันกลับเต้นถี่แรง ปนไปกับความรู้สึกร้อนยิ่งกว่าไฟ
“...” ริมฝีปากเล็กยังคงปิดแน่น ใบหน้าซีดสีลง
“เคยนอนด้วยแล้วสินะ” เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ ผมก็ต้องเป็นฝ่ายตอบแทน
“...” ใบหน้าซีดจางยิ่งซีดลงอีก เป็นคำตอบแบบไร้เสียง แต่ทำเอาผมกำหมัดแน่น กัดปากตัวเองไว้ เพื่อข่มความรู้สึกเดือดดาลไม่ให้เล็ดลอดออกมาแม้แต่คำเดียว ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดึงเงินในกระเป๋าออกมาจนหมด แล้ววางทั้งหมดลงบนโต๊ะตรงหน้าคนตัวเล็ก... คนที่ผมคงไม่มีวันที่สี่ให้กับเขา
“แต่ตอนนี้เตยไม่ได้นอนกับเขาแล้วนะครับ” คนพูดเงยหน้าขึ้นมารั้งแขนผมไว้ เมื่อผมกำลังจะทิ้งเขาไป “เตยมีแต่พี่พี เตยรักพี่พีคนเดียว”
ดวงตากลมฉ่ำน้ำ เอ่ยเว้าวอนเพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่ว่า...
รักเหรอ?
เด็กคนนี้ยังไม่รู้ว่า...
ผมเกลียดคำนี้ที่สุดในชีวิต
“แต่พี่มีอีกหลายคน และตอนนี้ หนึ่งในนั้นไม่มีเตย” ผมดึงมือเล็กออกจากแขนตัวเอง แม้อีกฝ่ายจะพยายามออกแรงขัดขืน พยายามสุดกำลังที่จะยึดแขนผมไว้ไม่ให้จากไป แต่ผมไม่ใช่เด็กตัวเล็ก รูปร่างผอมบางและอ่อนแออีกแล้ว ผมเป็นผู้ชายเต็มตัว ร่างกายสูงใหญ่ และปกป้องตัวเองได้!
. . .
ทุกย่างก้าวของผมหนักเสียจนอยากวิ่งหนีไปจากมัน แต่ที่ทำได้ก็เพียงแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำ แค่ขยับปลายเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับใครบางคน แต่ข้างในกลับปั่นป่วนไปกับความคิดที่ย้อนไปยังอดีต เป็นอดีตที่ผมอยากบดขยี้ให้สิ้นซาก อดีตที่ต่อให้อยากหนีเท่าไรก็ไม่เคยพ้น เพราะมันยังคงฉายวนและซ้ำซากทุกนาที ไม่มีวินาทีไหนที่ผมจะลืมได้เลย...
ภาพบนเตียง
ริมฝีปากเล้าโลม
สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในร่างกายรุนแรง
ความสดใสที่ถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น
ความรักที่ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคำบอกรักจอมปลอม
ที่เหลือไว้ในวันนี้ เวลานี้ แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมกับมือที่ยกโทรศัพท์แนบหู ฟังเสียงสัญญาณจากอีกฝั่งสาย ก่อนเสียงซึ่งคุ้นเคยกันดีจะดังขึ้น คนปลายสายเอ่ยทักทายด้วยความยินดีและเต็มใจให้ในสิ่งที่ผมต้องการ
“ผมอยากได้ลูกกระต่าย” ...เอามาไว้กอด คลายความเจ็บปวดในยามค่ำคืน
.........................
เสียงเปิดปิดประตูที่ขึ้น ปลุกให้ร่างซึ่งหลับใหลบนโซฟาหลังใหญ่ตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กเจ้าของแววตาตื่นตระหนกอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีชมพูตัวใหญ่ ขนาดของสิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายขับให้เจ้าตัวเป็นกระต่ายน้อยตัวเล็กนิดเดียว คงเพราะถูกพาขึ้นมาตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ขณะที่เวลานี้ล่วงเลยผ่านสี่ทุ่มไปมากแล้ว การนั่งรอจึงเปลี่ยนเป็นการไหลไปตามความยาวของโซฟาขนาดใหญ่และนุ่มจนน่านอน และจมลึกลงไปในห้วงนิทราโดยง่าย
ผมพอใจกับภาพที่เห็น ทุกอย่างของเด็กคนนี้ถูกใจผมไปเสียหมด วูบหนึ่งที่ภาพเด็กตัวผอมคนหนึ่งซ้อนทับขึ้นมา ราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกัน แต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน ในเมื่อเด็กคนนั้นได้เติบโตมาไกลเกินจะกลับไปเป็นเด็กชายตัวเล็กได้อีกแล้ว
ดวงตากลมใสมองผมอย่างตื่นตระหนก ปนไปกับความหวาดกลัว ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังลุกขึ้นยืนแทนการวิ่งหนีไปเสียให้พ้น เพราะยังมีหน้าที่ต้องทำ เด็กคนนี้คือลูกกระต่ายที่ผมต้องการ และถูกพามาเพื่อให้ผมกอดตลอดคืน
