ตอนที่3 ความใกล้ชิด
และในที่สุดวันนี้ทั้งสองก็ได้ย้ายของเข้ามาอยู่ที่คอนโดเป็นที่เรียบร้อย คอนโดขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำที่วาโยเลือกเองกับมือจึงถูกใจไม่น้อย หลังจากทั้งสองแยกย้ายกันเก็บของจัดของในห้องตัวเองเสร็จก็สั่งอาหารมากินด้วยกัน เป็นการนั่งกินข้าวสองคนภายในบ้าน(ห้อง)ที่อยู่กันสองคนเป็นครั้งแรกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ความรู้สึกของเด็กวัยรุ่นที่เชื่อว่าทุกคนเคยมีและเคยรู้สึกนั่นก็คือพอมาถึงจุดนี้แล้วจะรู้สึกเหมือนตัวเองโตขึ้นอีกระดับ เหมือนตัวเองโตพอจะทำอะไรได้มากขึ้นอย่างไม่ต้องกลัวหรือคิดมาก เพราะแบบนั้นทำให้ตอนนี้ความรู้สึกหนึ่งของวาโยที่เกิดขึ้นก็คือ...
“เหมือนเราได้ใช้ชีวิตแบบครอบครัวสองคนเลย” ความรู้สึกที่ต้องอยู่กันเอง รับผิดชอบกันเอง(แม้จะมีคนหาเงินให้ใช้) เป็นความรู้สึกอิสระอย่างที่เขารู้สึกชอบมาก ๆ
“.....” น้ำค้างได้ยินแบบนั้นก็ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนแทบทำจานที่ถือมาหล่นจากมือ คำว่าครอบครัวที่เขาเอ่ยออกมาที่หมายถึงเธอกับเขามันทำให้เธออดคิดไปไกลอย่างไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้นไม่ได้
คนรัก...สามีภรรยา
“คิดอะไรอยู่ถึงได้หน้าแดงแบบนี้” นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแก้มนวลอย่างหยอกล้อหลังจากเห็นใบหน้าแดงปลั่งของเธอ
“เปล่านี่คะ” น้ำค้างปฏิเสธออกมาโดยไม่ได้สบตาเขาอย่างกลัวถูกจับได้
“หืม? ฉันพึ่งรู้จักเธองั้นเหรอน้ำ เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ เหรอ” ใบหน้าหล่อของวาโยขยับเข้ามาใกล้น้ำค้างมากขึ้นก่อนจะคาดคั้นเธออย่างกลั่นแกล้ง
“ไม่มีสักหน่อยค่ะ” น้ำค้างเอนตัวหลบไม่กล้าสบตาใบหน้านิ่งร้อนผ่าวมากขึ้นกว่าเดิมเป็นไหน ๆ
“ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันลงโทษเธอจริง ๆ ด้วย” แต่เขาที่ยิ่งเห็นเธอเขินอายจนแดงไปทั้งหน้าก็ยิ่งอยากแกล้งเธอขยับหน้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิมจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน
“นะ...น้ำไม่มีอะไรปิดบังคุณวาทั้งนั้นแหละค่ะ” น้ำค้างรีบเลื่อนเก้าอี้ลุกขึ้นแล้วตอบเขาออกไปอย่างตะกุกตะกักก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินหนีเขาเข้าห้องตัวเองโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่คำเดียว
ตุบ!
“อ๊ะ!!” แต่น่าตกใจที่เธอถูกรั้งและดันลงโซฟาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อวาโยตามมาโดยที่เธอไม่รู้พร้อมกับเขาที่ตามลงมานั่งตัวแนบชิดกับเธอจนแทบจะเกยทับเธออยู่แล้ว
“เด็กขี้โกหกมันไม่น่ารักรู้ไหม” วาโยแกล้งเธอไม่หยุด ขยับตัวไปกักขังเธอไว้กับมุมของโซฟาเอนตัวกึ่งทาบทับเธอ ใบหน้าก็ขยับไปใกล้ใบหน้าของเธอเหมือนเดิม
“นะ...น้ำ...” น้ำค้างได้แต่ตะกุกตะกักออกมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร สายตาลอกแลกไปมาก่อนจะเผลอช้อนขึ้นสบตากับเขาอย่างห้ามไม่ได้ สบตากับเขาที่ใกล้เธอไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ
ทั้งที่เธอมองหน้าเขาแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่เธอกับเขาก็ใกล้ชิดกันบ่อย ๆ แต่ถ้าจำไม่ผิดเรายังไม่เคยใกล้ชิดกันด้วยท่วงท่าแบบนี้มาก่อน ไม่เคยได้มองหน้ากันในระยะประชิดแบบนี้มาก่อน และตอนนี้หัวใจของเธอก็กำลังเต้นโครมครามอย่างหนักราวกับจะทะลุออกมาอยู่แล้ว
“.....” วาโยที่ตอนแรกอยากแกล้งเธอเล่นด้วยความรู้สึกสนุก แต่พอได้มองสบตากับเธอในระยะประชิดทำให้ความรู้สึกหนึ่งของเขาเกิดขึ้นมา
นิ้วเรียวของเขายกขึ้นไปเกลี่ยแก้มแดงปลั่งของน้ำค้างอย่างอย่างอ่อนโยน ไล้ลงไปที่ริมฝีปากอิ่มเอิบระเรื่อของเธอ ริมฝีปากที่เคยปิดสนิทแต่เผยออกมาเบา ๆ ตามนิ้วของเขา เขามองริมฝีปากนั่นพร้อมกับร่างกายที่ร้อนผะผ่าวจากภายใน ร้อนจนรู้สึกกระหายอยากหาอะไรชุ่มฉ่ำดับกระหายให้ตัวเอง
และนั่นก็ทำให้ใบหน้าหล่อของเขาค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาใบหน้าสวยตรงหน้าช้า ๆ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาและเธอจะสัมผัสกันเป็นครั้งแรก
เรื่องธรรมชาติแบบนี้ต่อให้ไม่เคยก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็น ต่อให้เป็นครั้งแรกแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ความ ยิ่งกับผู้ชายอย่างเขาที่เคยผ่านการฟังบทสนทนาจากเพื่อน การเปิดประสบการณ์จากสื่อออนไลน์ การได้ลองช่วยตัวเองตั้งแต่วัยแรกเริ่ม นั่นทำให้เขาสามารถทำมันได้อย่างดีตั้งแต่ครั้งแรก
แต่เรื่องแบบนี้สำหรับผู้หญิงใช่ว่าจะเป็นง่าย ๆ กับทุกคน หลังจากเธอสัมผัสกับความนุ่มร้อนของริมฝีปากของเขาร่างกายก็เกร็งขึ้นมาทันที มือของเธอกำเสื้อของเขาไว้แน่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและตื่นกลัว แต่ธรรมชาติอีกด้านที่มาพร้อมกับจิตใจที่ไม่เคยคิดปฏิเสธเขาทำให้เธอเผยอปากรับสัมผัสของเขาอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาชักนำไปอย่างที่เธอไม่ประสามากนัก
ริมฝีปากที่ค่อย ๆ ขบเม้มและดูดดึงกันไม่หยุด ลิ้นร้อนที่สอดส่งเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นของเธออย่างเป็นผู้นำยิ่งทำให้อารมณ์และความต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ามือใหญ่ที่เคยประคองใบหน้าของเธอข้างหนึ่งลดต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนสัมผัสกับส่วนนูนนุ่มของเธอ สัมผัสลงไปก่อนจะเคล้นคลึงความนุ่มนั่นอย่างห้ามใจไม่ไหว
“อื้อ!” เสียงครางในลำคอของน้ำค้างดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ดังขึ้นอย่างหักห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ดังขึ้นตามร่างกายมันเรียกร้องและปลดปล่อยออกมา
แต่นั่นกลับเป็นตัวกระตุ้นให้วาโยได้อย่างดี
ฝ่ามือใหญ่ลดจากหน้าอกนุ่มของเธอต่ำลงไปจนถึงขอบเสื้อของเธอและสอดมือเข้าไปสัมผัสกับผิวกายเนียนนุ่มของเธอ เลื่อนมันขึ้นไปหาส่วนนูนนุ่มนั่นอีกครั้งแล้วเคล้นคลึงมันด้วยสัมผัสเนื้อแนบเนื้อของเขากับเธออีกครั้ง
สองร่างที่เคยนั่งเอนกันก่อนหน้ากลับขยับตัวอย่างไม่รู้ตัว ขยับไปพร้อม ๆ กันจนตอนนี้อยู่ในท่วงท่าที่เป็นใจกว่าตอนแรก นอนเกยทับกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ได้ตำแหน่งที่ดูจะทำให้ทั้งเขาและเธอสบายกว่าตอนแรกไม่น้อย
วาโยเหมือนจะหยุดตัวเองไม่ได้ เขาผละออกจากจูบลดมืออีกข้างไปที่ชายเสื้อของน้ำค้างก่อนจะเปิดมันขึ้นหมายได้ครอบครองสองเต้านูนนั่นและดูมันเต็มตา
“คุณวา” แต่น้ำค้างเหมือนได้สติกลับมาจับมือเขาไว้ทันทีก่อนจะมองสบตาเขาแล้วส่ายหัวออกไป
“ทำไม เธอรังเกียจฉันเหรอ” วาโยถามออกมาอย่างยากจะหยุดยั้ง
“ไม่ค่ะ น้ำไม่ได้รังเกียจคุณวา แต่น้ำยังไม่พร้อม” น้ำค้างเอ่ยออกมาอย่างที่รู้สึก ตอนไม่รู้ตัวและปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาตินำพาเธอพร้อมทุกอย่างจนไม่คิดจะหยุดตัวเอง แต่พอได้สติกลับมาความกลัวก็นำพาจนทำให้เลือกจะหยุด
“ไม่รังเกียจ ก็อย่าห้ามฉันสิ” วาโยยังแย้งออกไปอย่างไม่ยอมเพราะตอนนี้เขารู้ร่างกายของเขาดี ร่างกายที่กำลังชูชันพร้อมใช้งานเป็นที่สุด
“อย่าพึ่งนะคะ น้ำขอเวลาอีกหน่อยนะ” น้ำค้างกลับทำใจแข็งแล้วขอร้องเขากลับไปอย่างไม่ยอม
และมันก็ทำให้วาโยรู้สึกเสียอารมณ์ขึ้นมาไม่น้อย ที่สำคัญกว่านั้นเขาอึดอัดจนรู้สึกไม่ดีเลยสักนิด
“ฉันพึ่งรู้ว่าเธอไม่ได้คิดเหมือนที่ฉันคิดกับเธอ”
