แผนดึงตัวพร้อมดึงใจ
"แม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ..." ณัฐพึมพำหลังจากที่เขาแอบเช็กประวัติคร่าวๆ จากโปรไฟล์ของเธอ ความประทับใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาตกหลุมรักในความแกร่ง และความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในตัวนิสา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐเรียกเลขาส่วนตัวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ
"คุณก้อย ช่วยติดต่อเจ้าของแบรนด์ Nisa & Lukkhwan ให้ผมหน่อย บอกเขาว่าห้างเรามีโปรเจกต์ 'Empowering Moms' และผมต้องการให้สินค้าของเขาเป็นแบรนด์ชูโรงในโซนออร์แกนิก"
"ได้ค่ะคุณณัฐ จะให้ส่งเอกสารเสนอเงื่อนไขไปเลยไหมคะ?" มือบางของเลขาสาวจดทุกอย่างที่เจ้านายสั่งก่อนจะเสยใบหน้าถามท่านประธานถึงเงื่อนไขของทางห้าง
"ยังไม่ต้อง...นัดเขาเข้ามาพบผมที่นี่ ผมอยากคุยรายละเอียด...ทุกอย่างด้วยตัวเอง"ประธานหนุ่มรีบเอ่ยปฎิเสธและเน้นย้ำ ไม่ใช่อะไรเพราะเขามีแผนการอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว
“ได้คะ”เลขาสาวขานรับก่อนออกจากห้องรีบจัดงานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานทันที
ติ้ง ติ้ง ! เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโทรศัพท์มือถือทำให้นิสาที่กำลังนั่งเช็กสต็อกสินค้าถึงกับชะงัก เมื่อเห็นชื่อหัวข้อจาก ‘ฝ่ายจัดซื้อและบริหารพื้นที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ’ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มือที่สั่นเทาค่อยๆ กดเปิดสายตาคู่สวยไล่อ่านข้อความข้างในทุกบรรทัดอย่างละเอียด
วินาทีที่สายตากวาดไปถึงประโยคที่ว่า ‘มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ Nisa & Lukkhwan และขอเชิญเข้ามาพูดคุยเพื่อเตรียมการวางจำหน่าย…’ เสียงหวานกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ
“รดา! รดา! ดูนี่!” มือบางคว้าตัว รดา เพื่อนสนิทที่กำลังช่วยแพ็กของอยู่ข้างๆ เข้ามากอดแน่นจนตัวลอย “เขาติดต่อมาแล้วรดา! ห้างยักษ์ใหญ่ติดต่อมาหาฉันแล้ว!”
“จริงเหรอสา! ฉันบอกแล้วว่าแกทำได้!” รดากอดตอบเพื่อนพลางกระโดดโลดเต้นไปด้วย “ความพยายามของแกไม่เสียเปล่าแล้วนะ”ใช่เธอจำได้ดีว่าเพื่อนส่งอีเมลไปห้างหลายที่ นิสาเพื่อนเธอรออีเมลตอบกลับอยู่ทุกวันแต่ทว่าในทุกวันกล่องข้อความอีเมลช่างเงียบสนิท จนเพื่อนเธอเริ่มถอดใจจนมาวันนี้ ที่เหมือนว่าฟ้าจะเห็นถึงความดีของเพื่อนเธอถึงได้ที่ส่งรางวัลชิ้นใหญ่มาให้เพื่อนเธอ
“รดา…ฉันต้องโทรบอกพ่อแม่ด้วย ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ”นิสาบอกเพื่อนเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ก่อนมือบางจะหยิบโทรศัพท์ปลายนิ้วเลื่อนหาชื่อแม่ และจัดการต่อสาย…ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ นิสาก็กรอกเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขลงไป
“พ่อคะ แม่คะ! สาทำสำเร็จแล้วค่ะ! ห้างที่กรุงเทพฯ เขาขอเอาแบรนด์ของสาไปวางขายแล้วนะคะแม่!”
เสียงของแม่ที่ดังลอดมาตามสายเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขอิ่มเอมใจ “จริงเหรอสา... โถ่ลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกแม่เก่ง พ่อเขานั่งยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ นี่ไงลูก พ่อบอกเสมอว่าลูกสาวพ่อสู้คนเดียวในเมืองกรุงได้อยู่แล้ว”
“ดีใจด้วยนะลูก” เสียงพ่อแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “กลับมาหาพ่อกับแม่เมื่อไหร่ พ่อจะฉลองให้ลูกสาวคนเก่งอย่างดีเลยนะ”
นิสาน้ำตาคลอเมื่อได้รับกำลังใจจากครอบครัว ความเหนื่อยล้าจากการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและการสู้ชีวิตมาตลอดหลายเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอหันไปมอง น้องลูกขวัญ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ แล้วสัญญากับตัวเองในใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคงเพื่อลูกสาวของเธอจริงๆ
วันนัดหมายสำคัญ…นิสาที่ส่วมใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ยังคงความละมุนอ่อนหวาน เธอจูงมือน้อยของลูกสาวเดินไปตามทางเดินก่อนจะพาลูกสาวในชุดนางฟ้าสีฟ้าอ่อนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นเป้าหมาย ทั้งคู่มาหยุดที่โต๊ะทำงานเลขาหน้าห้องประธานของห้าง
ขณะก้อยเลขาหน้าห้องเงยใบหน้าขึ้นเธอยิ้มให้ทั้งสองแม่ลูกอย่างเป็นมิตร นิสาเลยยิ้มตอบรับส่งให้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นเด็กน้อยที่แม่สอนมาดีว่าเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ทุกครั้ง มือน้อย ๆ จึงยกขึ้นพรมมือพร้อมก้มหัวก่อนจะย่อตัวไหว้อย่างน่ารัก จนคนที่รับไหว้ยิ้มให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดูและเป็นก้อยเลขาสาวเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “คุณนิสาที่ท่านประธานนัดไว้ใช่ไหมคะ”
“คะ”นิสาตอบรับ
“ ท่านประธานบอกว่าถ้าคุณนิสามาให้เข้าไปได้เลยคะ”
นิสายิ้มบาง ๆ ให้เลขาก่อนจะหันไปตามองศาประตูไม้สีน้ำตาลที่ปิดสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ก่อนจะยกมือเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! เพื่อเป็นสัณญาณและเพื่อมารยาท
“เชิญครับ”เสียงทุ้มดังออกมาจากข้างใน นิสากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะดันประตูเข้าไปในห้อง
ณัฎฐกิตติ์หรือณัฎลุกขึ้นต้อนรับทันทีเมื่อเห็นคนหน้าหวานกับเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อยิ้มให้อย่างเป็นมิตรไม่แสดงอาการตื่นเต้นที่เจอคนหน้าหวานตรงหน้า แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกับเต้นโครมคราม เขาคิดในใจว่าในจอดูสวยน่ารักแล้วแต่เมื่อเห็นตัวจริงกับสวยกว่าในจอเป็นร้อยล้านเท่า ขอบอกเลยว่าคนหน้าหวานตรงหน้าเขาจอง เขาจองแล้ว เธอต้องเป็นของเขาแค่คนเดียว
"สวัสดีครับคุณนิสา ผมณัฐครับ... ผมเป็น แฟนคลับ ไลฟ์สดของคุณเมื่อคืนนี้เอง" คนที่เป็นแฟนคลับที่พร้อมจะเป็นแฟนตัวจริงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจน
คนที่อยู่ดี ๆ ก็มีแฟนคลับหัวใจสั่นไหวขึ้นมา แต่ทว่าก็อดแปลกใจไม่ได้ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมาดูอะไรแบบนี้ด้วย"คุณณัฐดูไลฟ์ของสาด้วยเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะถ้าบางช่วงลูกขวัญจะวุ่นวายไปบ้าง"
"นั่นคือส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ" แฟนคลับที่อยากเป็นแฟนจริง ๆ ตอบด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง เขาเดินไปคุกเข่าต่อหน้าน้องลูกขวัญแล้วยื่นกล่องขนมเจ้าดังให้ "สำหรับนางแบบตัวน้อยครับ ลุงณัฐจองตัวหนูมาเป็นพรีเซนเตอร์ที่ห้างลุงด้วยนะ"
มือน้อยยื่นมือรับกล่องกระดาษสีชมพูสีหวานก่อนจะขอบคุณคนให้อย่างน่ารัก “ขอบคุณนะคะคุณลุง ลูกขวัญมีของมาฝากคุณลุงด้วยคะ”มือน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กสีฟ้าที่ลูกขวัญสะพายมาด้วยก่อนที่มือน้อยจะดึงพ่วงกุญแจตุ๊กตาหมีสีฟ้าขนนุ่มนิ่มออกมาแล้วยื่นให้คุณลุงใจดี ณัฎยื่นมือรับก่อนที่เขาจะวางตุ๊กตาไว้บนโต๊ะทำงาน “ขอบใจนะครับ…ถ้าแบบนี้สงสัยต้องพาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปเลี้ยงขอบคุณกับของขวัญที่นำมาให้ลุงแล้วมั่ง”
“ได้คะ”มือน้อยปิดปากแล้วหัวเราะ คริ คริ แลดูน่ารัก
นิสามองดูลูกสาวยื่นกุญแจหมีที่นำมาให้ประธานห้างก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กน้อยไปหยิบมาตอนไหนทำไมเธอไม่รู้แต่นิสาก็เก็บความสงสัยนี้ไว้รอให้ถึงบ้านแล้วค่อยถามลูก
“ใกล้เที่ยงแล้ว…ผมว่าเราเซ็นสัญญากันดีกว่าครับเดี๋ยวพรีเซนเตอร์ผมจะหิว…นี่ครับสัญญาคุณนิสาอ่านถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามผมได้เลยนะครับ”ณัฎฐกิตติ์บอกพรางหยิบแฟ้มสัญญาที่เลขาเตรียมมาให้ มือหนากางสัญญาออกแล้วดันไปตรงหน้านิสา
ขณะนิสาอ่านสัญญาทีละบรรทัดอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าทุกอย่างตรงตามที่ตกลงไว้มือบางจึงจรดปากกาเซ็นชื่อและวางปากกาลงเมื่อเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว
“ยินดีที่ร่วมงานกันนะครับคุณนิสา… เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะครับ... น้องลูกขวัญขา ลุงณัฐรู้มาว่ามีร้านไอศกรีมกับพาสต้าที่อร่อยมากอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง คุณแม่นิสาจะอนุญาตให้ลุงพาน้องลูกขวัญกับคุณแม่ไปลองทานดูไหมครับ?"คนที่อยากอยู่กับสาวนาน ๆ รีบเอ่ยชวน
“เย้…ไปคะ…ลูกขวัญอยากกินไอติม/ไปนะคะแม่”เด็กน้อยที่จะได้กินของโปรดโห้ร้องดีใจ ใบหน้าเล็กหันไปทางแม่พลางทำตา ปิ๊ง ปิ๊ง อ้อนแม่ จนคนที่แพ้ทางลูกอ้อนของลูกสาวยอมตกลงในที่สุด
"ได้คะ...แต่มื้อนี้สาขอเป็นคนเลี้ยงขอบคุณนะคะ”
ขณะคนเจ้าแผนการยิ้มแทบแก้มปริบที่เขาชวนสาวที่ชอบไปทานข้าวด้วย
