
บทย่อ
รักเก่าที่สุดช้ำ ถ้าจะมีรักครั้งต่อไปต้องดีกว่าเก่า ถ้าหาดีไม่ได้ฉันขอเป็นโสดตลอดไป มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่แน่นอนอาจไม่แน่นอนเสมอไป ความรักที่ยังยืนอาจไม่ยังยืน…เพราะฉนั้นควรเตรียมใจไว้เสมอ เหมือนดัง นิสาที่คิดว่าครอบครัวของตัวเองนั้นอบอุ่นสมบรูณ์มีสามีที่ดีและมีลูกที่น่ารัก แต่แล้วทุกอย่างก็พังทะลายลงเพียงชัวข้ามคืน...เมื่อวันหนึ่งคนเป็นสามีเดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วและเขาต้องการที่จะหย่า แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยให้เขาไปถึงแม้จะรักเขามากก็ตาม เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต้องดูแลลูกสาวที่รักเพื่อที่จะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี "สาเราหย่ากันเถอะ" " คุณ...คุณพูดว่าอะไรนะ ? " "ผมไม่ได้รักคุณแล้ว...ผมไม่อยากฝืนหรือหลอกตัวเอง และผมไม่อยากหลอกคุณอีกต่อไปแล้ว"
หย่า
บทนำ
มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่แน่นอนอาจไม่แน่นอนเสมอไป ความรักที่ยังยืนอาจไม่ยังยืน…เพราะฉะนั้นควรเตรียมใจไว้เสมอ เหมือนดัง นิสาที่คิดว่าครอบครัวของตัวเองนั้นอบอุ่นสมบรูณ์มีสามีที่ดีมีลูกที่น่ารัก แต่แล้วทุกอย่างก็พังทะลายลงเพียงชั่วข้ามคืน...เมื่อวันหนึ่งคนเป็นสามีเดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วและเขาต้องการที่จะหย่า แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยให้เขาไปถึงแม้จะรักเขามากก็ตาม เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต้องดูแลลูกสาวที่รักเพื่อที่จะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
แนะนำตัวละคร
~สุนิสา หรือ นิสา อายุ 29 คุณแม่ยังสาว...ที่มีใบหน้าได้รูปอ่อนหวาน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทอง ผมยาวสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวเนียนดุจไข่มุก...ถึงแม้จะมีลูกสาว ในวัย 5 ขวบแล้วก็ตาม...แต่ก็ไม่อาจหยุดความสวยของเธอได้ ถึงแม้นิสาจะเป็นแค่แม่บ้านธรรมดาแต่เธอก็มีหัวการค้าเธอชอบค้าขาย และด้วยเหตุนี้เธอจึงเปิดมินิมาร์ทเล็ก ๆ ที่บ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจื่อครอบครัวอีกทาง
~เจตนิพัทธ์ หรือ เจน อายุ 32 สามีตัวดีย์ที่มีจิตใจโลเล รูปหน้าคมเข้มหล่อเหล่า หุ่นสมาร์ท ผิวสีแทน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและหน้าที่การงานที่เป็นถึงผู้จัดการโรงงาน ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ ในที่ทำงานด้วยกันเข้าหาถึงแม้พวกเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขานั้นแต่งงานมีลูกแล้วก็ตาม
~มาริญ่า หรือ เมย์ อายุ 23 เมียน้อยที่ทำงานในโรงงานเดียวกับเจนด้วยความใกล้ชิดและความโลเลของเจนจึงเผยไผ่ไปกับความสวยสดใหม่กว่าภรรยาตัวเอง
~ณัฎฐกิตติ์ หรือ ณัฎฐ์ นักธุรกิจหนุ่มในวัย 35 อัธยาศัยดี รอยยิ้มของเขาสดใสจริงใจ เวลาเขายิ้มจะเห็นลักยิ้มเล็กข้างแก้มและลักยิ้มนี้เองที่ช่วยสงผลให้เขามีเสน่ห์บนใบหน้าคมเข้ม และยังทำให้เขาดูอบอุ่นเป็นมิตร ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ เข้าหา
แสงสีส้มจัดจ้านของดวงอาทิตย์ยามเย็นอาบไล้ไปทั่วหัวมุมถนน เปลี่ยนท้องฟ้าสีครามให้กลายเป็นเฉดสีทองสลับม่วงเข้ม แสงสุดท้ายของวันลอดผ่านบานกระจกใสเข้ามาในร้านมินิมาร์ทเป็นลำแสงยาวตกกระทบลงบนเคาน์เตอร์คิดเงินและชั้นวางขนมขบเคี้ยวจนเกิดเงาทอดยาว
นิสามองไปรอบ ๆ ภายในร้านที่มีแต่ความเงียบมีเพียงเสียงดังของตู้แช่เครื่องดื่มเท่านั้นที่ดังออกมาเป็นระยะ อีกทั้งนาฬิกาที่ติดข้างฝาผนังบ่งบอกเวลาที่ต้องปิดร้าน ขาเรียวสวยสาวเท้าไปยังประตูกระจกบานเลื่อนก่อนเอื้อมฝามือพลิกป้ายที่แขวงหน้าร้านจากคำว่า “OPEN”ให้กลายเป็น “CLOSED” เสียงกลอนประตูดัง คลิก เบา ๆ เป็นเวลาเดียวกันที่มีเสียงดังออกมาจากด้านหลัง
“คุณแม่ขาหนูหิวแล้ว”นิสาหันไปตามเสียงก่อนจะถามลูกสาวถึงเมนูอาหาร
“หิวแล้วเหรอคะ หนูอยากทานอะไรเดียวแม่ทำให้”
“ข้าวผัดกุ้งคะ ขอผักเยอะ ๆ นะคะหนูชอบ”
“คะ” คนเป็นแม่รับคำก่อนจะเดินปิดไฟภายในร้านเหลือเพียงไฟฉุกเฉิน
ดวงตากลมโตมองสำรวจภายในร้านอีกรอบก่อนจะเรียกลูกสาวเข้ามาในตัวบ้านที่อยู่ติดกับร้านมินิมาร์ท
“ไปคะ”
ร่างเล็กสาวเท้าเข้ามาหาคนเป็นแม่ก่อนจะจับมือของคนเป็นแม่ สองแม่ลูกพากันเข้ามาภายในบ้าน คนเป็นลูกที่รู้หน้าที่ดีไปนั่งรอข้าวผัดกุ้งแสนอร่อยบนโต๊ะอาหาร เพียงไม่นานข้าวผัดกุ้งที่อยากกินถูกนำมาเสริฟ มือเล็กใช้ช้อนตักข้าวผัดสีเหลืองนวลแสนอร่อยเข้าปากก่อนจะเคี้ยว ๆ แล้วกลืนลงคอ
“อร่อยไหม”
“อร่อยคะ”
“แต่ถ้าแม่ป้อนจะอร่อยมากกว่า”เสียงเล็กเอ่ยอ้อนคนเป็นแม่ นิสายิ้มให้กับความออดอ้อนลูกสาว มือบางตักข้าวคำเล็ก ๆ ป้อนคนขี้อ้อน ขณะปากเล็กอ้ารับก่อนจะเคี้ยวข้าวด้วยความอร่อยแล้วกลืนลงคอ
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะคะ”
“คะ”เสียงเล็กขานรับอย่างอารมณ์ดีก่อนลูกขวัญจะเล่าเรื่องเพื่อนที่เล่นกันที่โรงเรียนระหว่างรอแม่ตักข้าวป้อน
คนเป็นแม่ตั้งใจฟังก่อนจะหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคที่ชวนจี้…เสียงแม่ลูกพูดคุยหัวเราะกันดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะจนรู้ถึงความอบอุ่นภายในบ้าน
จนกระทั่งได้ยินเสียงล้อรถบดลงบนพื้นกรวดหน้าบ้านดังแว่วเข้ามาภายในบ้าน เจน ดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งค้างอยู่ภายในรถ มือหนากำพ่วงมาลัยด้วยความสั่นเทา เขาปิดเปลือกตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถ แล้วเดินอย่างช้า ๆ เข้ามาในบ้าน
“มาแล้วเหรอคะ สานึกว่าพี่ทำโอทีเสียอีก เป็นไงคะเหนื่อยไหมกินอะไรมาหรือยัง”นิสาเงยหน้ายิ้มให้สามีเหมือนทุกวัน แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ เจือจางลงเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยและนันย์ตาที่มีแต่ความว่างเปล่า ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าสามีมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจจากที่ทำงานหรือเปล่าคนเป็นภรรยาเลยหันไปคุยกับลูก
“พ่อมาแล้ว ไปเรียกพ่อมาทานข้าวผัดกับเราสิคะลูกขวัญ”
เด็กน้อยละออกจากจานข้าว ร่างเล็กลงจากเก้าอี้ก่อนขาสั้นจะก้าวไปหาคนเป็นพ่อเสียงเล็กเอ่ยชวนพ่อพร้อมจับมือใหญ่จูงมือคนเป็นพ่อมายังโต๊ะอาหาร
“พ่อมาแล้ว หิวไหมคะ มากินข้าวผัดกุ้งกับลูกขวัญดีกว่า คุณแม่ทำข้าวผัดให้ลูกขวัญอร่อยมาก”
เจนทิ้งสะโพกนั่งลงข้างลูกสาวมือหนาลูกหัวลูกสาวเบา ๆ “อร่อยไหมคะ…หนูทานข้าวก่อนนะคะ พ่อมีเรื่องจะคุยกับแม่”จบประโยค เจนลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะชวนนิสาออกจากโต๊ะอาหาร
นิสาเริ่มรู้สึกถึงความผิกปกติ เธอเดินตามหลังสามีไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่บริเวณโซนรับแขก ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารมากนัก
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เจนกลืนน้ำลายลงคอ เขามองไปยังลูกสาวที่กำลังตักข้าวเข้าปากก่อนจะหันมามองพ่อแม่ที่กำลังคุยกันอยู่ ใบหน้าคมรีบหันกลับมาทันที เขาจะใจอ่อนไม่ได้วันนี้เขาต้องเคลียร์ให้จบ
“สาเราหย่ากันเถอะ”
คำพูดเบาหวิวแต่ดังก้องในความรู้สึกของนิสาเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงมากลางใจ นิสาชะงัก ลมหายใจสะดุด ก่อนจะถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “คุณ…คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“ผมคิดเรื่องนี้มานานแล้ว”เจนพูดต่อโดยไม่หลบตา “ผมไม่ได้รักคุณแล้ว…ผมไม่อยากฝืนหรือหลอกตัวเอง และผมไม่อยากหลอกคุณอีกต่อไปแล้ว”
“คุณพูดอะไรรู้ตัวไหม…แล้วลูกเรา…คุณไม่ได้รักฉันก็ไม่เป็นไร…แต่คุณคิดถึงความรู้สึกลูกบ้างไหม”
“ผมว่าถ้าลูกโตขึ้นเขาต้องเข้าใจ”
เหตุผลข้าง ๆ คลู ๆ ที่เอ่ยบอกช่างขัดหูนิสายิ่งนัก“เข้าใจอะไรคะ เข้าใจว่าจากที่เคยมีพ่อแต่มาวันหนึ่งเขาจะไม่มีพ่อแล้วเหรอคะ…ถามจริงคุณคิดอะไรอยู่กันแน่…คุณยังมีความเป็นคนอยู่ไหม”นิสาตวาดขึ้นเสียงดังลั่นบ้าน
คนเป็นลูกได้ยินด้วยความสงสัยร่างเล็กปีนลงจากเก้าอี้…ขาสั้นเดินเข้ามาหาพ่อแม่ เด็กน้อยยืนฟังด้วยความตั้งใจและได้ยินทุกคำพูดของคนเป็นพ่อพูดกับแม่ทุกคำ แต่ก็ไม่เข้าใจคำพูดนั้นอยู่ดี
“เราหย่ากันเถอะ…ผมจะไปแต่ตัวไม่เอาอะไรไปเลยนอกจากรถและเงินในบัญชีส่วนตัวของผม”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหนักแน่นกว่าเก่า คนได้ยินหัวใจแตกสะลายไม่มีชิ้นดี เขาคงอยากหย่ากับเธอมากถึงขนาดสมบัติที่สร้างกันมาเขายังไม่เอาเพื่อแลกกับใบหย่าแค่ใบเดียว
“หย่า…คืออะไรคะคุณพ่อ”เสียงเล็กดังแทรกขึ้นมา ดวงตากลมใสแป๋วมองพ่อกับแม่สลับกันไปมา
นิสาปรับเสียงเบาลงเธอพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาลูกสาวยืนมือโอนไหล่เล็กของคนลูกด้วยความห่วงใย “ไม่มีอะไรคะลูกขวัญ คุณพ่อเขาแค่…แค่ล้อเล่นคะ”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น”เจนแย้งสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเย็นชาจนนิสาใจหาย “ลูกโตขึ้นเขาจะเข้าใจเอง”
เขามองหน้าภรรยาที่ตอนนี้ขอบตาเริ่มแดงก่ำ พร้อมจะหลั่งน้ำตาขึ้นทุกเมื่อ”ผมจะย้ายออกคืนนี้ เอกสารทุกอย่างผมเตรียมไว้หมดแล้ว วันจันทร์ 9 โมงเจอกันที่อำเภอ”จบประโยคร่างหนาหมุ่นตัวเดินไปทิศทางบันไดเพื่อที่จะขึ้นไปชั้นสองของห้องเพื่อที่จะไปเก็บเสื้อผ้าปล่อยให้นิสายืนนิ่งค้าง น้ำตาที่คลอหน่วงในตอนแรกเริ่มไหลลงมาเป็นทางอาบแก้มทั้งสองข้าง
“คุณแม่…คุณแม่ร้องไห้ทำไมคะ…แล้วคุณพ่อจะไปไหน…คุณพ่อจะไม่อยู่กับเราแล้วคะ”คำถามไร้เดียงสาเอ่ยถาม เป็นเหมือนมีดที่กรีดลงบนใจของคนเป็นแม่ซ้ำ ๆ ด้วยความเจ็บปวด
“แม่ไม่ได้เป็นอะไรคะ”นิสาบอกพร้อมย่อตัวให้อยู่ระดับกับลูกสาว ก่อนจะกอดลูกสาวเพื่อเรียกกำลังใจตัวเอง
“ไม่ต้องร้องนะคะ เดียวลูกขวัญจะตีพ่อเองพ่อแกล้งแม่ใช่ไหมคะ พ่อนิสัยไม่ดีเลย”เสียงเล็กเอ่ยปลอบแม่ด้วยความใสซื่อไร้เดียงสาพลางยกมือเล็กเช็ดน้ำตาคนแม่ไปด้วย…ในขณะนิสามองลูกสาวถึงคนร่วมทางจะทิ้งเธอแล้วแต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีลูกอยู่เคียงข้างเสมอ
