ขอคอนเทคพร้อมแลกใจ
ณัฎหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี แววตาคมกริบใต้กรอบหน้าสุขุมฉายประกายเอ็นดูทั้งแม่และลูก เขาไม่ได้คัดค้านเรื่องที่เธอขอเป็นคนเลี้ยง เพราะรู้ดีว่าผู้หญิงที่แกร่งและหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างนิสาคงสบายใจกว่าหากได้เป็นฝ่าย "ให้" บ้างในฐานะเจ้าของแบรนด์
"ตกลงครับ แต่มื้อหน้า... ผมจองตัวพวกคุณล่วงหน้าเลยนะ" เขาพูดกลั้วยิ้มพลางขยับเนกไทให้เข้าที่ ก่อนจะเดินนำทั้งสองไปยังลิฟต์ผู้บริหารที่เชื่อมต่อตรงสู่โซนร้านอาหารระดับพรีเมียม
บรรยากาศในร้านอาหาร
ภายในร้านอาหารอิตาเลียนที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นและกระจกใสบานใหญ่ ณัฎเลือกที่นั่งริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวสวนลอยฟ้าของห้าง เพื่อให้น้องลูกขวัญได้ตื่นตาตื่นใจกับพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง
"พาสต้าคาโบนาร่าสูตรดั้งเดิมสำหรับเจ้าหญิงตัวน้อยมาแล้วครับ" ณัฎเอ่ยขึ้นขณะบริกรวางจานอาหารลงตรงหน้าน้องลูกขวัญ เขาคอยสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นเด็กน้อยพยายามม้วนเส้นพาสต้าอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขาก็ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปช่วยจนเกินงาม แต่กลับคอยแนะนำเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกขวัญทำด้วยตัวเองจนสำเร็จ
"เก่งมากครับลูกขวัญ" เขาเอ่ยชมพร้อมยกนิ้วโป้งให้ ทำเอาเด็กน้อยยิ้มจนตาหยี
นิสานั่งมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความใส่ใจเล็กน้อยที่ณัฎมีให้ลูกขวัญ…ไม่ใช่ในฐานะผู้บริหารที่ทำตามมารยาท แต่เหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่ 'แคร์' ความรู้สึกของเด็กจริง ๆ …มันทำให้นิสาเผลอวางเกราะป้องกันตัวลงชั่วขณะ
"คุณณัฎดูเข้ากับเด็กได้ดีกว่าที่สาคิดนะคะ" นิสาเปรยขึ้นหลังจากจิบน้ำเปล่า แววตาเธอดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
ณัฎวางส้อมลงแล้วดวงตาคมจ้องมองเข้าไปดวงตาคู่สวย "ผมชอบเด็กที่ร่าเริงและมีความเป็นธรรมชาติน่ะครับ โดยเฉพาะเด็กที่มีแม่ที่เก่งและเข้มแข็งแบบนี้... ผมยิ่งรู้สึกอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น"
ประโยคที่ดูเหมือนจะเน้นคำว่า 'อยากทำความรู้จัก' ทำให้นิสาต้องหลบสายตาไปทางวิวข้างนอก หน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ จนกระทั่งไอศกรีมวานิลลาถ้วยโตมาเสิร์ฟ บรรยากาศแห่งความขัดเขินก็ถูกแทนที่ด้วยความร่าเริงของน้องลูกขวัญอีกครั้ง
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ณัฎอาสาเดินมาส่งสองแม่ลูกที่ลานจอดรถวีไอพี แม้ในมือจะไม่ได้ถือแฟ้มเอกสารสัญญาแล้ว แต่บุคลิกของเขาในชุดสูทสีกรมเทายังคงดูสง่าและน่าเกรงขาม ทว่ายามที่เขาเดินขนาบข้างนิสา โดยมีน้องลูกขวัญจูงมืออยู่ตรงกลาง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาพนักงานที่เดินผ่านไปมากลับดูเหมือน "ครอบครัว" ที่สมบูรณ์แบบจนหลายคนต้องเหลียวมอง
เมื่อถึงรถเอสยูวีคันสีขาวของนิสา ณัฎช่วยเปิดประตูให้น้องลูกขวัญก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่เรียบร้อย ก่อนจะหันมาหานิสาที่ยืนรอกล่าวคำลา
"วันนี้ขอบคุณมากนะคะคุณณัฎ ทั้งเรื่องงานและเรื่องมื้อกลางวัน ลูกขวัญมีความสุขมากจริงๆ ค่ะ" นิสากล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูผ่อนคลายกว่าตอนเจอกันครั้งแรกมาก
ณัฎนิ่งไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยเล็กน้อย ซึ่งเป็นท่าทางที่นิสาไม่เคยเห็นจากนักธุรกิจที่ดูมั่นใจคนนี้มาก่อน "ความจริง... ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณนิสาอีกสักเรื่องครับ"
นิสาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย "เรื่องงานส่วนไหนที่ยังตกหล่นหรือเปล่าคะ?"
"ไม่ใช่เรื่องงานครับ..." ณัฎก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนนิสาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา "คือว่า... ในอีเมลนำเสนองานนั่นมันเป็นข้อมูลติดต่อของบริษัท แต่ถ้าผมอยากจะมีช่องทางติดต่อ 'คุณนิสา' โดยตรง สำหรับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกำไรขาดทุน หรือเรื่องที่จะชวนน้องลูกขวัญไปกินไอศกรีมครั้งหน้า... ผมพอจะขอไลน์ส่วนตัวของคุณได้ไหมครับ?"
นิสาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเห็นแววตาที่ดูคาดหวังและจริงใจของชายหนุ่มตรงหน้า มันไม่มีแววของการคุกคาม มีเพียงความปรารถนาดีที่แฝงความประหม่าไว้นิดๆ จนดูน่าเอ็นดู
"ถ้านัดไปกินไอศกรีม... สาว่าถามเจ้าตัวเล็กในรถก็น่าจะได้คำตอบนะคะ" นิสาตอบเลี่ยงๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่เธอก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาเปิดคิวอาร์โค้ดส่งให้เขา
ณัฎรีบหยิบมือถือขึ้นมาสแกนทันที ราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ เมื่อหน้าจอแสดงผลว่าได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เขาก็ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มจางๆ
"ขอบคุณครับนิสา... คืนนี้ถ้าถึงบ้านแล้ว ผมขออนุญาตทักไปเช็กความเรียบร้อยหน่อยนะครับ"
เขายืนส่งจนรถของนิสาเคลื่อนตัวออกไป สายตาคมจ้องมองตามท้ายรถไปจนลับสายตา ก่อนจะกดดูหน้าโปรไฟล์ของนิสาแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียว ท่ามกลางแสงไฟสลัวของลานจอดรถที่ดูอบอุ่นขึ้นมาทันที
หลังจากส่งน้องลูกขวัญเข้านอนเรียบร้อยแล้ว นิสาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ทว่าในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ในวันนี้ ทั้งเรื่องงานที่ก้าวกระโดดและความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นจากผู้ชายสีกรมเทาคนนั้น
ตึ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นในความเงียบ นิสารีบหยิบมือถือขึ้นมาดู หัวใจเธอเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อโปรไฟล์ที่คุ้นตา
Nat : “ถึงบ้านเรียบร้อยดีไหมครับ? เจ้าหญิงตัวน้อยหลับหรือยัง”
นิสาเม้มปากกลั้นยิ้ม พลางพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Nisa : “ถึงเรียบร้อยแล้วค่ะคุณณัฐ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ ลูกขวัญหลับปุ๋ยไปพร้อมตุ๊กตากระต่ายที่คุณลุงณัฎให้มาเลยค่ะ”
ไม่ถึงนาที ข้อความใหม่ก็เด้งกลับมา พร้อมสติกเกอร์หมีเขินอายที่ดูขัดกับลุคผู้บริหารสุดเนี๊ยบของเขาอย่างสิ้นเชิง
Nat : “ดีใจที่แก๊งกระต่ายทำหน้าที่ได้ดีครับ... แล้วคุณแม่ลูกขวัญล่ะครับ เหนื่อยไหมวันนี้ ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ยอมให้ผมเลี้ยงข้าว มื้อนั้นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในรอบหลายปีของผมเลย”
นิสาเอนหลังพิงพนักโซฟา แสงไฟจากหน้าจอมือถือสะท้อนให้เห็นแววตาที่ดูอ่อนหวานขึ้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มมีความรักครั้งแรก ทั้งที่ความจริงเธอคือแม่คนและผ่านความเจ็บช้ำมามากมาย
Nisa : “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ สาต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ให้โอกาสแบรนด์เล็ก ๆ ของเรา ฝันเป็นจริงเลยค่ะคืนนี้”
Nat : “นี่แค่จุดเริ่มต้นครับนิสา ผมเชื่อว่าคุณจะไปได้ไกลกว่านี้อีก... อ้อ แล้วที่ขอไลน์ไว้ ไม่ใช่แค่เรื่องงานจริง ๆ นะครับ ผมแค่อยากแน่ใจว่าจะมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของคุณแบบวันนี้อีกบ่อย ๆ”
คำพูดตรงไปตรงมาผ่านตัวอักษรทำให้หน้าสวยร้อนผ่าว นิสาพิมพ์ตอบไปเพียงสั้น ๆ ว่า "ฝันดีนะคะคุณณัฎ" ก่อนจะวางมือถือลงข้างตัว แต่รอยยิ้มยังคงค้างอยู่บนใบหน้าไม่หายไปไหน
เธอนอนตะแคงมองดวงดาวนอกหน้าต่างคอนโด ในหัวไม่ได้คิดเรื่องการแพ็กของหรือเรื่องยอดขายเหมือนทุกคืน แต่กลับคิดถึงน้ำเสียงทุ้มและความใจดีของณัฎ คืนนี้เป็นคืนแรกในรอบหลายปีที่นิสาเข้านอนพร้อมกับความรู้สึก 'ปลอดภัย' และมีใครบางคนคอยเป็นกำลังใจให้ผ่านทางข้อความเล็ก ๆ
