บทที่ 8 ข้อตกลงระหว่างพันธมิตร
เหมยหลินตื่นแต่เช้าเพื่อปลอมตัวเป็นนางกำนัลเหมือนเดิม และไปขลุกอยู่ที่ห้องเครื่องเหมือนเดิม ร่างบางได้ยินมาว่าตอนนี้ที่ท้องพระโรงบรรยากาศกำลังร้อนระอุ เพราะว่าฮ่องเต้แคว้นต้าหลางยื่นข้อเสนอไปสามข้อหลักๆ คือข้อแรกจะต้องส่งผ้าปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแคว้นเหลียนมาทุก 6 เดือน ข้อที่สองอัญมณีมรกตจะต้องส่งมาทุกปี ข้อที่สามเป็นข้อสุดท้ายที่ยังตกลงกันไม่ได้เพราะฮ่องเต้แคว้นต้าหลางขออะไรบางอย่างจากซ่งจินหลง นั่นทำให้ชายผู้นั้นไม่ยอมยกให้และนางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฮ่องเต้แคว้นต้าหลางขออะไรจากซ่งจินหลงถึงทำให้บรรยากาศที่ท้องพระโรงร้อนระอุเช่นนี้ เหมยหลินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งหัวหน้าแม่ครัวเรียกนางให้ไปหั่นผัก ร่างบางจึงพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
ท้องพระโรงบรรยากาศร้อนระอุเนื่องจากหวงเฮยหลงขอในสิ่งที่แคว้นเหลียนคาดไม่ถึง อย่าว่าแต่แคว้นเหลียนคาดไม่ถึงเลยคณะราชทูตแคว้นต้าหลางก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ใครจะไปคิดว่านายเหนือหัวของพวกเขาจะต้องตาอดีตฮองเฮาของฮ่องเต้แคว้นเหลียนจนต้องขอนางจากสามีของนาง
"เอ่อ...ฝ่าบาททรงคิดดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ" ฮุ่ยหม่าจิ้งถามนายเหนือหัวของเขาไป แต่พอเห็นสายตาแน่วแน่ของหวงเฮยหลงเขาก็หุบปากฉับทันที
"เอ่อ...เจิ้นเกรงว่าจะยกนางให้ท่านไม่ได้เพราะนางเป็นภรรยาของเจิ้นถึงแม้จะโดนปลดแล้วแต่นางก็ถือว่าเป็นภรรยาของเรา เป็นสมบัติของเจิ้น จนยกนางให้ท่านไม่ได้" ซ่งจินหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหวั่นเกรงเพราะไม่อยากไปกระตุ้นต่อมโทสะของอีกฝ่ายมากนัก
"สงคราม" หวงเฮยหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน
"ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"ถ้าไม่ยกนางให้ข้า ข้าจะฆ่าประชาชนของเจ้าให้หมด เลือกเอาระหว่างผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งกับประชาชนในแคว้นของเจ้า" ร่างสูงเคยบอกแล้วว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ให้นางมา เขาก็จะทำให้ที่นี่ลุกเป็นไฟ ซ่งจินหลงถึงกับขมวดคิ้วทันทีแต่เพื่อราษฎรของเขาแล้วทำไมเขาจะสละหญิงแพศยาผู้นั้นให้อีกฝ่ายไม่ได้เล่า ถึงอย่างไรนางก็หมดประโยชน์แล้ว ยกนางให้อีกฝ่ายคงจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าคนโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างหวงเฮยหลงอยากได้ของมีตำหนิไปทำไม แต่ซ่งจินหลงลืมอะไรไปอย่างนึงเขาไม่เคยเข้าหอกับเหมยหลินเลยสักครั้ง เพราะฉะนั้นนางไม่ใช่ของมีตำหนิ แต่นางคือของมีค่าที่ซ่งจินหลงมองข้ามไปต่างหาก
"ได้ เราตกลง เราจะยกนางให้ท่าน" เมื่อคิดได้ดังนั้นซ่งจินหลงก็ปราศจากความลังเลที่จะยกเหมยหลินให้กับอีกฝ่ายทันที
หวงเฮยหลงได้ยินคำตอบที่ต้องการเขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะบอกอีกฝ่ายเสียงเรียบว่า
"เจ้าจะต้องปลดนางเป็นสามัญชนพานางกลับบ้านสกุลเดิมของนาง แล้วหลังจากนั้นอีกสองสัปดาห์ข้าจะรับตัวนางไปเข้าพิธีแต่งงานที่แคว้นของข้า" ทันทีที่จบประโยคเขาก็เดินออกไปเพราะถือว่าสิ้นสุดการทำข้อตกลงแล้ว แต่เขาก็ต้องมาเครียดอีกเพราะถ้านางรู้เรื่องนี้ก็คงจะเสียใจเป็นแน่
แล้วหวงเฮยหลงก็คิดถูกเสียด้วย ทันทีที่เขาลืมเรื่องอดีตฮองเฮาเผยแพร่ออกมาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียๆหายๆ บ้างก็ว่าฝ่าบาทยอมทำข้อตกลงกับฮ่องเต้แคว้นต้าหลางเข้าไปได้อย่างไรบ้างก็ว่าฮ่องเต้แคว้นต้าหลางวิปลาสไปแล้วหรือถึงได้ขอภรรยาคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้เมื่อพระราชโองการได้ออกมาแล้ว
เหมยหลินนั่งเกี้ยวออกจากวังหลวงด้วยท่าทีเหม่อลอยไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางเสียใจ แต่นางไม่ได้เสียใจที่ซ่งจินหลงยกนางให้กับคนอื่น แต่นางเสียใจที่จะไม่ได้มีโอกาสแก้แค้นพวกมันแล้วต่างหาก ดูท่านางต้องวางแผนใหม่เสียแล้วและแผนครั้งนี้ต้องแยบยลกว่าครั้งก่อน
"คารวะท่านพ่อ หลานคารวะท่านปู่เจ้าค่ะ" เหมยหลินทำความเคารพพ่อของนางและท่านปู่
"ยินดีต้อนรับกลับมาลูกรักของพ่อ"
"ยินดีต้อนรับกลับมานะหลานปู่" ร่างบางแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่นางทิ้งความเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่โผเข้าหาอ้อมกอดที่เจ้าของร่างคิดถึงมาแสนนาน
"ท่านพ่อ ข้าโง่งมนักที่เห็นคนอื่นดีกว่าพวกท่าน ขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องเสียใจ ข้าขอโทษ ขอโทษเจ้าค่ะ" นางกล่าวแทนเหมยหลินออกมาหมด สิ่งที่เหมยหลินคนเก่าอยากทำมาตลอดก็คือนางขอโทษที่ทำให้คนสองคนที่รักนางมากที่สุดในชีวิตต้องเสียใจ
"ไม่เป็นไรนะลูก พ่อไม่เคยโกรธเคืองเจ้าเลย" ไป๋หยุนหนานเอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่เคยโกรธเคืองลูกสาวคนนี้เลยแม้แต่น้อยซ้ำยังดีใจที่นางกลับมาสู่อ้อมอกของคนเป็นพ่ออีกครั้งถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆเขาก็ดีใจแล้ว
"ปู่ก็ไม่เคยโกรธเคืองเจ้าเลยหลานรัก" ไป๋หยางชิงอดีตผู้นำตระกูลไป๋พูดขึ้น เขานึกแค้นใจซ่งจินหลงยิ่งนักที่ทำให้หลานของเขาต้องเสียใจเช่นนี้ มีหยกงามอยู่ในมือแท้ๆกลับไปคว้าเนื้อเน่าๆอย่างเจียงกุ้ยเหมยมาเป็นคู่ครอง ช่างโง่งมโดยแท้ ดูเหมือนว่ามันคงจะลืมสิ่งที่เขาพูดเป็นอาจารย์ได้สอนไปจนหมดสิ้นแล้ว ถ้ารู้ว่าสอนไปแล้วก็เปลืองแรงเปล่า สู้เขาไม่สอนมันเลยตั้งแต่แรกเสียดีกว่า
"ป่ะ...เข้าบ้านกันเถอะ หลานกลับมาเหนื่อยๆจะได้พักผ่อน" ชายสูงวัยซ่อนความคิดเอาไว้อย่างแนบเนียนแล้วก็พูดกับหลานรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"เจ้าค่ะ ท่านปู่" เหมยหลินคลี่ยิ้มหวานแล้วก็เดินเข้ามาประคองท่านปู่ของนางไว้ เท้าเล็กๆของนางก็เหยียบเข้าบ้านเดิมที่นั่งอยู่มาตั้งแต่กำเนิดอย่างมีความสุข
และนางจะไม่ให้ใครมาทำลายความสุขของนางเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นนางจะทำให้พวกมันต้องอยู่อย่างทรมาน ให้อยู่ก็เหมือนตาย นางกดยิ้มเหี้ยมออกมาชนิดที่แบบว่าใครเห็นก็ต้องหวาดผวา ไม่เหมือนคุณหนูรองไป๋เหมยหลินที่อ่อนหวานเรียบร้อยเลยสักนิด
