บทที่7 ขอนาง
เหมยหลินกับหวงเฮยหลงนั่งมองวิวอุทยานหลวงยามกลางคืนแล้วพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องกันแต่ส่วนมากเหมยหลินจะพูดอยู่ฝ่ายเดียวเสียวมากกว่า
"ท่านราชทูต ท่านจะมาอยู่ที่นี่กี่วันหรือเจ้าคะ" หวงเฮยหลงเงียบไปเพราะเขาคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่แค่สองวัน แต่เมื่อเห็นสายตาคาดหวังจากนางเขาก็เปลี่ยนใจทันที
"สองสัปดาห์" ร่างบางยิ้มออกมาด้วยความดีใจเพราะนางอยู่ที่นี่ก็รู้สึกว้าเหว่ถึงแม้จะมีนางกำนัลให้พูดคุยด้วย แต่ไม่มีใครที่นางสามารถพูดด้วยแล้วสบายใจเท่านี้มาก่อน
"ท่านราชทูต.."
"หวงเฮยหลง" เหมยหลินทำหน้าสงสัยเมื่ออีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมา
"ชื่อของข้า"
"หวงเฮยหลง" นางทวนชื่อราวกับท่องจำ แต่ว่าชื่อของเขายาวเกินไป เขาจะเรียกท่านราชทูตว่าอะไรดีนา
"นี่ท่านราชทูตชื่อของท่านมันยาวไป ถ้าอย่างนั้นข้าจะเรียกชื่อของท่านๆก็แล้วกัน อืม....หลงเกอเกอ" หวงเฮยหลงหัวใจเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ได้ยินเสียงหวานใสเรียกชื่อของเขา
"หลงเกอเกอ ท่านเรียกชื่อข้าสิ ไป๋เหมยหลิน"
"หลินเออร์ "เสียงทุ้มเย็นเรียกชื่อของนางออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมาก เหมยหลินมองหน้าที่ผ่อนคลายของเขาที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนอย่างครั้งแรกที่เจอ เขาดูดีมากเลย
"หลงเกอเกอ อยู่ที่แคว้นต้าหลางท่านคงจะเป็นที่จับจ้องของเหล่าาคุณหนูตระกูลใหญ่มากเลยสินะ แล้วท่านมีภรรยาแล้วหรือยัง" นางพูดออกมาตามความรู้สึก และถามออกไปเพราะเห็นว่าหน้าตาของเขาดูดีมากจึงคิดว่าเขาน่าจะมีภรรยาอยู่แล้ว
"ไม่มี" หวงเฮยหลงตอบเสียงแข็งแทบไม่ต้องคิดเลย นางสนมพวกนั้นไม่ถือว่าเป็นภรรยาของเขา นั่นหมายความว่าเขายังไม่มีภรรยา เขาไม่ได้โกหกนาง
"ทำไมหรือเจ้าคะ หรือว่าท่านยังไม่มีคนที่ถูกใจ"
"เป็นเช่นนั้น" เหมยหลินพยักหน้าเข้าใจ อีกฝ่ายเป็นคนหน้าตาดีจะเรื่องมากก็ไม่แปลก
"แล้วเจ้าล่ะ มีคนที่ถูกใจแล้วหรือยัง" เสียงทุ้มเย็นเอ่ยขึ้น นี่ถือว่าเป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่ที่นั่งคุยกับเขามาเลยก็ว่าได้
"เคยมี" ร่างสูงยังคงจ้องมองนางเพื่อต้องการคำอธิบายให้มากกว่านี้
"ข้าเคยมีคนรักเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว"
"ทำไม" คำถามนี้ทำให้นางนึกย้อนไปความทรงจำของร่างนี้ไป
"คนที่ข้ารักเขารังเกียจข้ายังกับอะไรดีเจ้าค่ะ เพราะข้าชิงแต่งงานให้เขาก่อนที่คนรักของเขาจะได้ตำแหน่งภรรยาเอก เขาก็เลยโกรธรังเกียจข้ามากกว่าเดิม เมื่อข้าคิดว่าพอคนรักของเขาเข้ามาเป็นภรรยาลองของสามีข้า ข้าจะดูแลภรรยาคู่นี้เป็นอย่างดี แต่นึกไม่ถึงว่านางจะเป็นคนที่สวยงามแค่ภายนอกแต่ภายในเหม็นเน่านางผู้นั้นพยายามใส่ร้ายฆ่าทุกวิถีทางจนนางทำสำเร็จ นางใส่ร้ายหาว่าข้าฆ่าลูกของนาง นางรำไห้คร่ำครวญไปฟ้องสามีของนาง แล้วเขาก็เชื่อไม่สอบถามไม่ไต่สวนสืบหาข้อเท็จจริงว่าข้าได้ฆ่าลูกของเขาจริงหรือไม่ เขาเชื่อคำคนรักอย่างสุดหัวใจเชื่อว่าคนรักของเขาเป็นคนดี ส่วนข้าเป็นแค่นางมารร้ายในสายตาของเขาก็เท่านั้น" เหมยหลินยิ้มเย้ยหยันตัวเองที่เมื่อก่อนนางงมงายในรักมากเหลือเกิน คิดอยู่แต่ว่าความดีที่มีอยู่ของนางจะเอาชนะทิฐิในใจของเขาได้ และสุดท้ายก็ไม่เข้าหูเบาเชื่อคนรักของเขาอย่างง่ายดายจนมองไม่เห็นความจริงที่ว่าคนรักของเขานั้นคือหญิงจิตใจอำมหิตมากกว่านางหลายเท่า จนกระทั่งฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นลูบหัวนางอย่างช้าๆจนทำให้เหมยหลินสะดุ้งเล็กน้อย
"หลงเกอเกอ ท่านปลอบข้าอยู่หรือ"
"ใช่" แววตาของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเรื่องราวที่เจ็บปวดของนาง หวงเฮยหลงเจ็บปวดไปกับนางด้วย เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเขาเป็นอะไรรู้แต่เพียงว่าเขาอยากช่วยนางหลุดพ้นจากความเจ็บปวดนี้
"เอ๋....หลงเกอเกอนี่มันดึกมากแล้วข้าขอตัวไปนอนก่อนนะเจ้าคะ ลาเจ้าค่ะ" นางลุกขึ้นทำความเคารพอีกฝ่ายก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปแต่ทว่าแรงฉุดดึงที่แขนทำให้นางหยุดชะงัก
"หลงเกอเกอมีอะไรอีกหรือเปล่าเจ้าคะ" หวงเฮยหลงเหมือนอยากจะพูดอะไร เขาจับแขนของนางแน่นแล้วก็เอ่ยปากพูดอย่างช้าๆ
"ข้าไปส่ง" ไม่ทานให้นางได้พูดอะไรเขาก็ลากแขนนางตัวปลิว จนทำให้ร่างบางต้องบอกทางที่พักของนางให้กับเขา
หวงเฮยหลงมองที่พักของนางอย่างคาดไม่ถึง ที่นี่มันคือตำหนักเย็นที่เอาไว้ขังนางสนมหรือเชื้อพระวงศ์ที่ทำความผิดร้ายแรง แล้วเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
"หลงเกอเกอ ท่านรังเกียจข้าไหมเจ้าคะ" เมื่อได้ยินเสียงหวานติดสั่นเครือของนางมันทำให้เขาได้สติขึ้นมา
"ไม่" เขาไม่เคยรังเกียจนางนี่คือความสัตย์จริง หวงเฮยหลงปล่อยมือออกจากแขนนางอย่างช้าๆแล้วบอกกับนางว่า
"พรุ่งนี้เจอกัน" แล้วก็เดินออกไปท่ามกลางความมึนงงของเหมยหลิน แต่ถึงกระนั้นนางก็รู้สึกดีใจที่เขาไม่ได้รังเกียจนาง
ตำหนักรับรอง
หวงเฮยหลงมาถึงตำหนักรับรองที่แคว้นเหลียนจัดให้ เขามานั่งคิดอยู่นานว่าเหตุใดนางถึงไปอยู่ที่ตำหนักเย็นได้ แต่เมื่อได้ยินเรื่องที่นางพูดมามันก็ทำให้เขารู้ว่านางต้องเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นเหลียนหรือไม่ก็อดีตฮองเฮา
"หวังเล่ย" เสียงเย็นชาเรียกองครักษ์เงาของตนออกมา
"พ่ะย่ะค่ะฝาบาท"
"ไป๋เหมยหลิน ไปสืบมา"
"พ่ะย่ะค่ะ" หวังเล่ยแม้จะติดใจกับคำสั่งของนายเหนือหัวแต่เขาก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เพราะว่าองค์ฮ่องเต้ไม่ชอบให้ใครมาถามเหตุผลของพระองค์มากนัก
หวงเฮยหลงกำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่แท่นบรรทมที่ตำหนักรับรองแต่ก็ข่มตาหลับไม่ได้สักที หลับตาทีไรก็นึกถึงแต่หน้าของนาง
"หลินเออร์ เจ้าเป็นนางมารหรืออย่างไรกัน ทำไมข้าจะต้องนึกถึงแต่หน้าเจ้าเช่นนี้ เจ้าทำอะไรกับข้ากันแน่" หวงเฮยหลงพูดกับตัวเองเบาๆ การมาที่นี่ในครั้งนี้เพื่อทำสัญญาพันธมิตรกับแคว้นเหลียนเพราะเขาค่อนข้างที่จะเบื่อการทำสงครามเต็มทีแล้ว ถ้าเขารู้ว่านางเป็นใคร เขาจะขอนางจากฮ่องเต้แคว้นเหลียน ถ้าพวกมันไม่ให้นางกับเขา เขาจะทำให้ที่นี่ลุกเป็นไฟ แต่เขาก็ต้องสะดุ้งให้กับความคิดของตัวเอง
"หวงเฮยหลง เจ้ามันบ้าไปแล้ว" ฮ่องเต้แคว้นต้าหลางสะบัดความคิดไร้สาระออกจากหัวของเขา แล้วล้มตัวลงนอนพยายามข่มตาให้หลับเพื่อจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านเช่นนี้
