Chapter 10
[ในห้องของณิชา]
ยิ้มแย้มนั่งจ้องณิชาเธอเองก็ทำอะไรไม่ถูก จะขยับซ้ายก็ถูกมองซ้ายขยับขวาก็ถูกมองขวา?? เธอเหลือบมองทั้งสองพร้อมเอียงตัวไปทางซ้ายอีกรอบ พวกเขาทำแบบนั้น หมอกที่รู้สึกอึดอัด
"ชา..แกเดินลงไปข้างล่างเลยไป"
"ถ้าไปก็จะเดินตามไปด้วย" ยิ้มแย้มพูดขึ้น ครีมที่ได้ยินถึงกับหันขวับ~~~~~~ "นี้พวกพี่ มันจะอะไรขนาดนั้น"
"ณิชา...พี่รู้เรื่องของเธอจากเพื่อนๆแล้วนะ"
"...."
"นี่...เธอฟังพี่นะ เขาเคยรักเราแต่ตอนนี้เขาแค่ไม่ได้รักเราแล้ว ต้องยอมรับมันให้ได้นะ" คำปลอบโยนของยิ้มที่เอ่ยขึ้น น้ำที่ม่านตาของณิชา เธอพยายามฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ในใจตอนนี้กลับมีแต่ความเจ็บปวด ทุกครั้งที่มองหน้าลูกเธอก็ยิ่งเสียใจ
"พี่เองก็เคยนะ....เธอดีกว่าพี่"
"....."
"พี่เองก็เคยแต่งงาน พี่มีลูก...แต่ตอนนี้...ลูกเขาไม่อยู่กับพี่แล้ว" ยิ้มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาที่เปลี่ยนสี ดูเหมือนว่ากำลังพยายามกลั้นน้ำตา....
เรื่องราวของผู้หญิงที่ชื่อยิ้มก็ไม่ได้ต่างจากฉันมากเท่าไหร่ เพียงแต่เธอสูญเสียลูกไปเพราะได้กินยาขับเลือดที่แม่สามีนำมาให้ เธอไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร ในตอนที่ถามพวกเขาก็ตอบเพียงเป็นยาบำรุงเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าอยู่ๆก็ต้องเสียลูกเพื่อให้สามีไปแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้
บางทีการที่ฉันได้ฟังเรื่องราวของคนอื่นมันก็ทำให้ฉันลืมเรื่องของตัวเองไปได้ อย่างเช่นตอนนี้ฉันลืมไปเลยว่าเรื่องของฉันมันเจ็บปวดมากขนาดไหน แต่ก็สู้เรื่องของพี่ยิ้มไม่ได้อยู่ดี
ทุกครั้งที่มองหน้าลูกสาวตัวน้อยก็ยิ่งทำให้ฉันมีพลังขึ้นมา แน่นอนว่าฉันไม่สามารถลืมเรื่องราวทุกอย่างได้ในตอนนี้และต่อไปก็คงลืมไม่ได้ แต่ว่า.....ฉันต้องอยู่ให้ได้ แหวนที่ฉันขโมยมาจากบ้านของผู้ชายคนนั้น!!เขาจะแจ้งตำรวจมาจับฉันมั้ยนะ เฮ้อ....
"ชา...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แกอยากทำงานมั้ย" เสียงทุ้มของหมอกเอ่ยถามกับเพื่อนสาวที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า
ทำงานเหรอ....ฉันอยากทำงานนะ เพราะต้องใช้เงินแต่ติดที่ลูก หากฉันไปใครจะดูลูกให้ฉัน แล้วถ้าจ้างพี่เลี้ยงล่ะ...จะไว้ใจได้มากแค่ไหน เรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพูดบอกกับพวกที่ไม่เคยมีลูก
"ให้พี่ดูให้มั้ย...พี่ว่างนะ สามารถเลี้ยงได้ตลอดเลย"
"จะดีเหรอคะพี่ยิ้ม"
"เอาแบบนี้สิ...ชาแกก็จ้างพี่ยิ้มเลี้ยงลูกให้ไปเลย ดีมั้ย"
"จะรบกวนเกินไปหรือเปล่าคะ"
"ไม่หรอก พี่ยินดี อีกอย่างมีเด็กอยู่ด้วยก็ทำให้ไม่เหงา"
มันเป็นข้อเสนอที่ดีมากๆ แต่ทำใจยากจังที่ต้องห่างลูกถึงแม้จะห่างแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็นานนะ...แต่ว่า ถ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีอะไรกิน เงินที่ขายแหวนมาได้ ฉันก็ใช้แค่ครึ่งเดียว
"มีงานที่ไหนรับพนักงานบ้าง" ณิชาเอ่ยถามเพื่อนๆ พร้อมลุ้นว่าจะมีงานที่ไหนให้เธอพอทำได้บ้าง
"งานที่ร้านฉันไง" หมอกได้เอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าจริงจัง ณิชารู้สึกแปลกใจ เธอพึ่งรู้ว่าหมอกมีร้านด้วยตั้งแต่จบมาก็ไม่ได้เจอกันนานเลย
"แกมีร้านด้วยเหรอ"
"ใช่ เป็นร้านเบเกอร์รี่ไม่ได้ใหญ่มากหรอก มีพนักงาน2คน ฉันกำลังหาผู้จัดการร้านอยู่ แกไปทำสิฉันไว้ใจแกนะ"
"แต่ฉันไม่รู้งานเลยนะ"
"ไม่รู้งาน แต่แกก็เก่งเรื่องบริหารไม่ใช่เหรอ"
[เช้าต่อมา]
ณิชาได้แต่งตัวเตรียมไปทำงานวันแรก และยิ้มก็ได้มาดูแลลูกให้เธอ ยิ้มก็มาซะเช้าเลย...
"พี่ยิ้มคะ..."
"ว่าไงชา"
"เรื่องราวที่ผ่านมาพี่คงเจ็บปวดมากเลยใช่มั้ยคะ"
"ก็ต้องเจ็บสิ...แต่ตอนนี้พี่เฉยๆแล้วนะ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว....ใจเเข็งไว้ละ"
พูดง่าย...แต่ทำยากมากเลยนะ รู้มั้ยว่ากว่าฉันจะทำใจได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน เรื่องราวยังผ่านไปไม่ถึง3เดือนเลยด้วยซ้ำ แต่ใจฉันตอนนี้ดีขึ้นมากเลย ฉันมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกได้เห็นว่าตอนนี้เธอมีพัฒนาการที่ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าถ้าฉันได้เจอสามีเก่าฉันจะต้องทำตัวยังไง
[ร้านเบเกอร์รี่สายหมอก]
แอ๊ด~~~~~~
ประตูร้านถูกเปิดออก ณิชาเดินตรงไปที่เคาว์เตอร์ ก่อนที่เธอจะจัดเตรียมร้าน หญิงสาวมาเช้าแบบนี้เป็นประจำเพราะไม่อยากถูกมองว่าที่เข้ามาเป็นผู้จัดการร้านได้เพราะใช้เส้นสาย เธอรักลูกน้องและดูแลลูกน้องทุกคนอย่างดี เพียงเวลาไม่กี่วันเธอก็ทำให้ลูกน้องยอมรับในตัวเธอได้
"พี่ณิชา" เสียงทุ้มของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งไหล่กว้างใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ยิ่งตอนยิ้มยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เขาดูดีมากขึ้นไปอีก
"หืม"
"วันนี้ พี่จะกลับก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมกับแอลดูแลลูกค้าวีไอพีเอง"เสียงของภูมินทร์ได้เอ่ยบอกกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ผู้ชายร่างสูงราวประมาณ 184ซม. ใบหน้าคม มีความหล่อและเสน่ห์พร้อมดึงดูดสาวๆ รู้จักพูดหยอดประจบประแจงลูกค้าสาวๆโดยเฉพาะลูกค้าสาวรุ่นใหญ่
"ไม่เป็นไร....พี่จะอยู่ช่วย เห็นหมอกบอกว่าแขกคนนี้มากันแค่สองคนเอง คงอยากเซอร์ไพรส์แฟน"
"มินทร์....วันนี้ฉันมีเรียน เธออยู่ร้านช่วยพี่ชานะ" เสียงใสของหญิงสาวเธอตัวเล็กบอบบางหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม
"อ่าว...อยู่ๆทำไมมีเรียนล่ะ? ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเรียนอยู่เลย"
"ก็พึ่งนึกได้นะสิ...พี่ชาแอลกลับก่อนนะคะ"
"จ๊ะรีบไปเถอะ เดี๋ยวให้มินทร์ช่วยปิดร้าน ฮ่าๆๆๆ" เสียงหัวเราะชอบใจของณิชา เธอมองไปที่ชายหนุ่ม ซึ่งเขาเด็กกว่าเธอประมาณ3ปี มินทร์เป็นแค่เด็กพาทไทม์เขาทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนเท่านั้น และณิชาเองก็ชอบเด็กขยัน
"พี่ณิชาครับ"
"ว่าไงจ๊ะ" ฉันที่กำลังยืนสรุปรายรับรายจ่ายของวันนี้เพื่อส่งให้กับหมอกเจ้าของร้านอยู่นั้นเอง ก็ต้องเงยไปมองที่ชายหนุ่มด้วยความสงสัย วันนี้เขาดูแปลกไปตั้งแต่เช้าแล้ว "มีอะไรเหรอมินทร์?"
"คือ…ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ"
"อืม…ได้สิ อะไรเหรอ" ระหว่างที่ฉันมองหน้าของภูมินทร์เพื่อต้องการฟังคำถามจากเขา พลางนึกคิดในใจ
[แอ๊ด~~~เสียงเปิดประตู]
หนุ่มหล่อร่างสูงราว 185ซม. นัยน์ตาสีดำคิ้วเข้มรับกับจมูกที่เป็นสัน แต่งตัวชุดสูทกางเกงขายาวสากลสีดำ แต่…เขากลับเดินเคียงคู่มากับผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงสาวหุ่นนางแบบผิวพรรณผ่องใสหน้าตาสะสวย
ฉันที่มัวแต่ยืนมองลูกค้าโดยไม่สังเกตเห็นว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันเองก็รู้จัก!!!
ทั้งสองสบตากันพร้อมนิ่งเงียบไป นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขาคนนี้ แถมยังขโมยแหวนเพชรมาอีก หนุ่มหล่อเดินตรงมาที่ณิชาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้ถามอะไรกับเธอมากนัก
"คุณเป็นผู้จัดการร้านใช่มั้ย?" คำถามที่ทำให้ฉันถึงกับละล่ำละลัก "ชะ…ใช่ค่ะ" ฉันตอบกลับไปพลางจ้องหน้าเขาไป ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนว่าไม่รู้จักฉัน
"เอ่อ…เราจะเริ่มเสิรฟ์อาหารคาวและตามด้วยอาหารหวานตามที่คุณแจ้งมาให้เลยนะคะ เชิญที่โต๊ะเถอะค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบของณิชาที่เอ่ยบอกชายตรงหน้า
ไม่รู้ว่าเขาจะจำฉันได้มั้ย แต่ถ้าหากเขาไม่ทัก ฉันก็จะไม่ทักเหมือนกัน ไม่อยากให้ใครมามองฉันต้อยต่ำแบบนั้นอีก สายตาที่ฉันเคยถูกผู้หญิงที่ฉันไม่รู้จักมองอย่างด้อยค่า…
"มินทร์จ้ะ…เดี๋ยวไปเตรียมเมนูของหวานมาได้เลยนะ" ณิชาเอ่ยปากสั่งลูกน้องเบาๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าไปที่ด้านในห้องครัวเพื่อเตรียมของหวานต่อ ในร้านมีเพียงลูกค้าสองท่านนี้เท่านั้น ร่างบางยืนอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะอาหารเท่าไหร่นัก ในขณะที่เธอยืนอยู่อย่างสำรวม สายตาคมได้เหลือบมองณิชาเป็นระยะโดยที่เธอไม่รู้ตัว
"แค่กๆ" เสียงไอของผู้หญิงตรงข้าม เธอสำลักอาหารจนไอออกมา แต่ณิชากลับมองว่าผู้หญิงคนนี้กำลังป่วย เพราะเธอมีใบหน้าเศร้าหมองและซีดเซียวทั้งที่แต่งหน้าทาปากมาอย่างดิบดีแต่กลับไม่มีสีสันปรากฏให้เห็นเลย
"ขอโทษนะคะ ดื่มน้ำเปล่าจะช่วยมากกว่าไวน์" เสียงใสเอ่ยกับหญิงสาว ด้วยท่าทีเรียบร้อยและดูสุภาพมากๆ เธอดื่มน้ำตามที่ณิชาแนะนำ
"คุณลูกค้าดื่มน้ำอุ่นดีมั้ยคะ ดิฉันไม่ทราบมาก่อนว่าคุณลูกค้าไม่ดื่มไวน์ ไม่งั้นดิฉันคงเสริฟน้ำส้มแทนหรือคุณไม่สบายคะ"
"เธอรู้ได้ยังไง!!!" หนุ่มหล่อมาดมาเฟียที่เอาแต่จ้องมองทุกอิริยาบถของณิชา เขาเองก็นึกแปลกใจที่เธอรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนี้กำลังป่วย
"ฉันแค่สังเกตเห็นเฉยๆเองค่ะ…" ณิชาเอ่ยเสียงใสพร้อมนั่งชันเข่าเธอก้มลงมาจับที่เท้าของผู้หญิงตรงหน้า หญิงสาวใบหน้าสวยเอะใจและจะชักเท้ากลับ แต่ณิชาก็ไม่ยอมปล่อยเธอเงยมองหน้าของผู้หญิงตรงหน้า และส่งยิ้มให้กับเธออย่างอบอุ่น
"คุณไม่จำเป็นต้องใส่ ในขณะที่กำลังทานอาหารอร่อยๆอยู่หรอกนะคะ ปล่อยให้เท้าเจ็บแบบนี้ได้ยังไง" ฉันทำแบบนี้เพราะว่าฉันสังเกตเห็นตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว เธอดูไม่ค่อยสบายและเท้าก็เดินแปลกๆ
ณิชาเป็นคนชอบสังเกตและเก็บรายละเอียดค่อนข้างดี เธอใส่ใจทุกการกระทำของคนรอบข้าง
