Proluge
ติ๊ดๆ....ติ๊ดๆ....
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก่อนเปลือกตาที่กำลังปิดอยู่ค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับใช้มีเรียวสวยคว้าขึ้นมาและกดรับไปที่หน้าจอ
"ฮัลโหล ANNABELLE พูด" เสียงแหบพร่าพูดโค๊ดตัวเองขึ้น ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่อยู่ข้างเตียงเพื่อดูว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่
(ให้ตายสิ กว่าจะรับโทรศัพท์ได้นะเธอน่ะ มีภารกิจที่ต้องทำ รีบๆมาได้แล้ว ติ๊ด...) เสียงจากปลายสายบ่นออกมาชุดใหญ่ ก่อนจะรีบกดวางเพื่อไม่ให้คนที่กำลังฟังอยู่ได้โต้ตอบหรือคัดค้านอะไร
"อะไรของของตาแก่เนี่ย...ฉันพึ่งจะกินยาแล้วหลับไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้วเองนะ" เธอบ่นอุบอิบ ก่อนจะเดินไปแต่งตัวด้วยความรวดเร็วเพื่อไปทำภารกิจลับที่พึ่งได้รับแจ้งมาหยกๆ จากคนที่เธอเรียกว่า ตาแก่
สำนักงาน FBI
"มาได้สักทีนะครับหัวหน้า ท่านผู้บังคับบัญชากำลังเรียกหาอยู่พอดีเลยครับ" เมื่อเดินเข้ามาในสำนักงานได้ไม่ถึง 10 ก้าว ก็มีชายร่างสูงวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีเร่งรีบและตื่นตูมอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรีบรายงานสถานที่นัดพบให้แก่เธอและเดินจากไป
เธอพยักหน้ารับกับชายคนนั้น ก่อนจะก้าวเดินไปที่ห้องผู้บังคับบัญชาอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่ เพราะยังไงซะถึงจะไปช้าหรือเร็วเขาก็ต้องบ่นให้กับเธอก่อนจะอธิบายรายละเอียดของภารกิจอยู่แล้ว
เพราะงั้น ไม่รีบ
ก๊อกๆ
และไม่รอที่จะให้คนในห้องขานรับ เธอก็เปิดประตูเข้าไปและทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาในห้องอย่างหมดแรง โดยไม่สนว่าคนตรงหน้าคือผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าของเธอก็ตาม
"มาถึงก็มานอนเลยหรอยัยเด็กนี่" เสียงทุ้มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เพราะเมื่อเธอมาที่ห้องเขาทีไรก็เป็นต้องนอนบนโซฟาให้เขาบ่นตลอด ก่อนจะลุกขึ้นแล้วถือเอกสารมายื่นให้ตรงหน้าเธอ
หญิงสาวรับมาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ก่อนจะเปิดเอกสารแต่ละหน้าดูอย่าละเอียด พร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปมและมองมายังผู้บังคับบัญชา
"ไม่ทำได้ไหม" เธอเงยหน้าถามเขาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย และทิ้งตัวลงนอนตามเดิม
"ภารกิจนี้มีแค่หน่วยเธอเท่านั้นที่ทำได้" เขาสวนกลับด้วยท่าทีเฉยชาและเดินกลับไปนั่งที่เหมือนเดิมพร้อมกับจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความสนอกสนใจ
"ไม่เอา ไม่ทำ" พูดจบหญิงสาวก็วางเอกสารลงไปยังโต๊ะวางกาแฟ และเตรียมจะเดินออกไปจากห้องทันที
"ยัยแอน!!" แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตู ชายแก่ก็ตะโกนเรียกชื่อเธอไว้ซะก่อน แอนหยุดเดินไปชั่วขณะก่อนจะก้าวเท้าเตรียมเดินต่อไป แต่ก็ต้องหยุดเพราะประโยคต่อมาของผู้บังคับบัญชา
"แกต้องทำ เพราะถือว่านี่เป็นภารกิจแรกของคนในหน่วยของแก แล้วอีกอย่างเพราะฉันอยากให้แกทำภารกิจเยอะๆ จะได้รีบเลื่อนขั้นแล้วเอาไปบอกเพื่อนของฉันซักที ว่าลูกสาวคนเดียวของฉันได้เลื่อนยศแล้ว” แอนถอนหายใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบเอกสารที่วางอยู่แล้วเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีเงียบๆ
ใช่แล้วหละ ฉันเป็นลูกสาวของเขา แต่ถึงจะพูดอย่างงั้นก็เป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมล่ะนะ ในตอนแรกเขาก็ดูเหมือนจะไม่สนใจฉันนั่นแหละ แต่เพราะภรรยาของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว คาดหวังกับฉันไว้มาก เขาเลยหันมาสนใจและคาดหวังกับฉันไปด้วย
ก็แล้วยังไงล่ะ พวกเขาไม่ได้รักฉันเลยซักคน พวกเขาเพียงแค่ใช้ฉันเป็นฉากกันหน้าให้ตัวเองดูดีเท่านั้นแหละ
เมื่อออกมาจากห้องแอนก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋า พร้อมกับกดเพื่อส่งสัญญาณเรียกลูกน้องในหน่วยมารับภารกิจที่ห้องประชุม
ห้องประชุม
แอนเดินเข้ามาในห้อง อ่านเอกสารที่ผู้บังคับบัญชาให้มาอย่างละเอียด พร้อมบ่นกับตัวเองเบาๆ อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
"ก็แค่พวกเด็กอวดดีที่ได้คะแนนสอบสูงเท่านั้นแหละ พอไปเจอของจริงก็ตุ๊ดแตกกันทั้งนั้น" บ่นจบ เธอก็โยนเอกสารทิ้ง ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูดังขึ้น
พลัก!!!
เมื่อสิ้นเสียงเปิดประตูก็มีชายหนุ่มส่วนสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร เดินเข้ามา ก่อนจะเรียงแถวหน้ากระดานต่อหน้าเธอด้วยสายตามุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว และมั่นใจ
แอนมองพวกเขาด้วยความงุนงง และสับสน เธอจำได้ว่าเรียกสมาชิกในหน่วยมานี่นา ไม่ใช่พวกเด็กใหม่พวกนี้
"สมาชิกใหม่ของทีมเราเองครับหัวหน้า ต้องให้พวกเขาแนะนำตัวไหมครับหัวหน้า" เมื่อคนมาใหม่เรียงแถวกันเสร็จ ก็มีเสียงของอีกคนที่พึ่งเข้ามาในห้องตามมาอีก โจอี้ เขาเป็นหนึ่งในคนที่เธอไว้ใจที่สุด
นั่นสินะ พวกชุดเก่าก็ตายกันไปหมดแล้ว..
"ไม่ต้อง แค่บอกโค๊ดก็พอ" สิ้นสุดคำสั่งการ ทุกคนก็ทำสีหน้าไม่เข้าใจนิดๆ แต่สุดท้ายก็ทำการขานโค๊ดของตัวเองออกมาด้วยเสียงดังฟังชัดให้หัวหน้าทีมอย่างแอนฟัง จนมาถึงคนสุดท้ายที่แอนไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่
เขาก้าวเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับเชิดหน้าขึ้น สายตาที่มุ่งมั่นของเขามองมายังแอน และเขาก็เอามือทาบอกของตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจขึ้นเข้าเต็มอก
"สวัสดีครับ ผมชื่อธัน เดอร์ ฟรอสครับ!!!โค๊ดของผมคือ S K Y ครับ!!! ผมจะตั้งใจทำงานให้สุดความสามารถครับ!!!!!!" เสียงของเขาดังไปทั่วห้อง โจอี้ที่ฟังอยู่เงียบๆก็กุมขมับของตัวเองพร้อมกับพึมพำกับตัวเองว่า ‘ซวยแล้วเจ้าเด็กใหม่’ ก่อนที่แอนจะเงยหน้าขึ้นและหยัดตัวขึ้นเต็มความสูง
เธอค่อยๆเดินเข้าไปหาทันเดอร์อย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แอนหยุดอยู่ตรงหน้าของธันเดอร์และจ้องไปยังนัยน์ตาอันมุ่งมั่นที่เขาส่งมาให้กับเธอ
"นายรู้ไหมคนที่พูดแบบนาย มักจะอายุไม่ค่อยยืนเท่าไหร่นะ" แอนพูดขึ้นเสียงเบา แต่ก็ทำให้ทุกคนในห้องนั้นได้ยินอย่างชัดเจนว่าเธอพูดอะไร ธันเดอร์ที่ได้ยินนั้นก็มีสีหน้าไม่ต่างจากไข่ต้มเท่าไหร่ เพราะมันทั้งซีด แถมเหงื่อก็ตกอีก
แอนเริ่มเดินวนพวกเด็กใหม่ในหน่วยของเธอ พร้อมกับสำรวจชื่อและสมรรถภาพทางร่างกายของพวกเขาอย่างละเอียด
เมื่อเธอสำรวจพวกเขาเสร็จ เธอก็กลับมานั่งที่ของตัวเองเหมือนเดิม และสั่งให้โจอี้นำเอกสารที่เกี่ยวกับภารกิจไปแจกให้กับเด็กใหม่ทุกคน เพื่อที่จะให้พวกเขาได้ศึกษาข้อมูลก่อนจะถึงวันจริง เมื่อทุกคนได้รับเอกสารทุกคนแล้ว พวกเขาก็เดินไปนั่งที่ทันที
"ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะอันตรายพอสมควร นั่นคือการจับกุม เบอร์โต้ เคนยาเดส อดีตนักการเมืองที่ผันตัวมาเป็นผู้ค้าอาวุธเถื่อนให้กับพวกผู้ก่อการร้าย ยังไงซะถึงเขาจะเป็นอดีตนักการเมืองไปแล้ว แต่อำนาจของเขาก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นระวังตัวด้วย ส่วนรายระเอียดเรื่อแผน โจอี้จะเป็นคนอธิบาย" แอนพูดสรุปอย่างรวบรัดให้กับทุกคนได้ฟัง และโยนหน้าที่ให้กับโจอี้จัดการต่อก่อนจะเดินไปยังประตูแต่ก่อนที่จะเดินออกไป เธอก็หันมาหาคนในห้องก่อนจะพูดขึ้นเสียงเนือยๆว่า
"ลืมไป...ฉันแอน โค๊ด ANNABELLE จำให้ได้ด้วยล่ะ" พูดจบเธอก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนในห้องได้แต่งงงวยในการกระทำของเธอ
เมื่อแอนเดินออกไปได้ซักพัก โจอี้ก็ทำการอธิบายแผนให้กับเด็กใหม่ฟังต่อไป และได้สอนการใช้โค๊ดลับของหน่วยให้แก่พวกเขาฟัง
"เราจะทำการปฏิบัติการวันนี้ ที่ท่าเรือตอนเที่ยงคืนตรง มีใครมีคำถามไหม.." เขาถามขึ้น พร้อมกับมองไปรอบๆห้องเพื่อดูว่ามีคนจะถามเขาไหม
พรึบ...
จู่ๆ ธันเดอร์ก็ยกมือขึ้น ก่อนจะทำหน้าเลิ่กลั่กให้กับโจอี้และเพื่อนๆที่อยู่ในห้อง
"คะ..คือว่า ผมทำให้หัวหน้าโกรธรึเปล่าครับ ทำไมหัวหน้าดูอารมณ์เสียจัง" ธันเดอร์ถามออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะตั้งแต่ที่เขาแนะนำตัวไป หัวหน้าก็ดูอารมณ์ไม่ดีเลย
ฉันคงไม่โดนถอดออกจากหน่วยหรอนะ
"ก็...จะพูดว่าใช่ ก็ใช่ล่ะนะ แต่วันนี้หัวหน้าดูจะเหนื่อยกว่าทุกวันด้วยเลยทำให้ดูอารมณ์เสียน่ะ" โจอี้ตอบออกไปพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ เพื่อไม่ให้คนในหน่วยเกร็งเวลาคุยกับเขา
"แล้วหัวหน้าเป็นคนยังไง คุณโจพอรู้ไหมครับ" เสียงของชายอีกคนในหน่วยดังขึ้น โจอี้กอดอกพร้อมทำท่านึกขึ้น ก่อนจะให้คำตอบกับพวกเขาออกไป
"ไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉันพึ่งมาอยู่กับหัวหน้าเมื่อ 4 ปีก่อนนี่เอง ไม่ได้อยู่กับหัวหน้าตั้งแต่แรกๆหรอกนะ แต่ได้ยินคนเขาพูดกันว่าเมื่อก่อนหัวหน้าเป็นคนยิ้มง่ายมากๆ ทั้งคุยเก่งแล้วก็รักเพื่อนพ้องมากๆด้วย" โจอี้ตอบ
"แต่ตอนนี้ผมไม่เห็นว่าที่คุณโจพูดจะมีความจริงอยู่เลยนะครับ" ชายอีกคนพูดขึ้นหลังจากที่เขาอธิบายจบ
เด็กพวกนี้มันจะอยากรู้เรื่องหัวหน้าไปทำไมเนี่ย...
"นั่นสินะ ก็เห็นว่าเมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อนๆในหน่วยของหัวหน้าที่ฝึกด้วยกันมาตั้งแต่เข้าหน่วยลับใหม่ๆ ตายในหน้าที่กันยกทีมเลย เหลือแค่หัวหน้าที่บาดเจ็บสาหัสกลับมาคนเดียว หลังจากนั้นหัวหน้าก็กลายเป็นพวกเอื่อยๆเฉื่อยๆ มีน้อยมากเลยนะที่เธอจะยิ้มหรือหัวเราะน่ะ ฉันเห็นแค่ครั้งเดียวเอง" พูดจบโจอี้ก็เก็บเอกสารในห้องและเตรียมตัวจะออกจากห้องไป แต่ก็โดนพวกธันเดอร์ขัดไว้ก่อน
"ตอนไหนครับ"ธันเดอร์ถาม
"น่าจะตอนที่หน่วยของเราเซอร์ไพรส์หัวหน้าช่วงวันเกิดมั้ง ตอนนั้นหัวหน้าทั้งยิ้มทั้งหัวเราะเลยนะ แถมยังคุยกับพวกเราแบบเล่นๆแล้วก็พูดกวนพวกฉันด้วย วันนั้นน่ะฉันโครตมีความสุขเลย และฉันก็ได้รู้ว่าลึกๆแล้วหัวหน้าน่ะรักและเป็นห่วงพวกนายมาก เพราะงั้นรักษาตัวด้วยล่ะ อย่าให้หัวหน้าผิดหวังเหมือนรุ่นของฉัน..." แต่เมื่อกำลังจะก้าวพวกเด็กๆในห้องก็จะถามต่ออีก
อะไรอีกเนี่ย เจ้าเด็กพวกนี้..
"แล้วหัวหน้ารอดมาได้ไงจนถึงตอนนี้ครับ มีเคล็ดลับอะไรรึเปล่า" ธันเดอร์ตะโกนถามออกมาด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็นเต็มที่
"อืม...เพราะฉันเก่งไง" แต่เมื่อโจอี้ตอบคำตอบออกไป ก็ทำให้พวกคนในห้องพากันทำหน้าทำตาไม่เชื่อ พร้อมกับเดินออกไปจากห้องด้วยความหมดหวัง
พวกเราคงต้องตายแหงมๆ
"ไอ้สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันฮะ!!! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะเจ้าพวกบ้า" โจอี้ตะโกน พร้อมกับวิ่งตามพวกธันเดอร์ออกไป
ท่าเรือในเวลาเที่ยงคืน
ฟึบ...
เมื่อเสียงรถดับลง ทุกคนก็เข้าสู่โหมดจริงจัง ก่อนแอนจะบอกให้ทุกคนเช็คความพร้อมของตนเอง และตรวจสอบปืนที่ตัวเองถืออยู่ด้วย และกำชับให้ทุกคนใส่ที่เก็บเสียงไว้ เพื่อสะดวกในการทำภารกิจ
"พวกนายทุกคนจำไว้ ถ้าหากภายในเวลาตี 2 แล้วภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ให้ถอนกำลังออกมาทันที เราจะเรียกกำลังเสริมและบุกเข้าไปใหม่ เพราะฉะนั้นถ้าพวกนายตายล่ะก็ฉันจะตามไปจัดการพวกนาย ถึงแม้ว่าพวกนายจะเป็นวิญญาณฉันก็จะตามไปจัดการพวกนายถึงนรก ถ้าเข้าใจแล้วจากนี้ไปก็เริ่มทำภารกิจได้" พูดจบแอนก็ค่อยๆเลื่อนบานประตูออกและก้าวลงจากรถด้วยความรวดเร็วแต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บเสียงด้วย พร้อมกับส่งสัญญาณให้ทุกคนลงมาจากรถ
การทำภารกิจครั้งนี้พวกเขาแบ่งออกเป็นคู่ ซึ่งแอนได้คู่กับเจ้าเด็กที่ชื่อธันเดอร์
ตึก...ตึก....ตึก...
แอนหันไปมองคนที่กำลังตามมา แอนหยุดมองก่อนจะพบว่าคนที่กำลังตามเธอมามีอาการสั่นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเธอจะวางปืนที่ตัวเองถืออยู่และดึงหมวกของตัวเองออก พร้อมกับเดินเข้าไปหาเขา
หมับ!!!
แอนคว้าไปยังคอเสื้อของธันเดอร์ และกระชากคอเสื้อเขาด้วยความรุนแรง พร้อมกับเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
"ฟังฉันนะ SKY ถ้าหากภารกิจของเราไม่สำเร็จหรือล่าช้า ก็รู้เอาไว้ซะว่ามันมันเป็นเพราะนาย" เธอเอ่ยออกไป พร้อมกับคว้าสร้อยคอที่เก็บไว้ในเสื้อของตัวเองออกมายื่นให้กับเค้าดู
"สร้อยคอเส้นนี้สลักชื่อคนที่ตายในหน้าที่ของหน่วยฉันทุกคน พวกเขายอมสละชีวิตเพื่อที่จะจับไอ้พวกสารเลวอย่างไอ้เบอร์โต้
เพราะงั้นแล้วนายต้องเลิกกลัว และสานต่อเจตนารมณ์ของพวกเขาต่อ" พูดจบเธอก็เก็บสร้อยคอไว้ที่เดิมและทำการใส่หมวกเพื่อที่จะทำภารกิจต่อไป ก่อนจะพูดอีกประโยค
"แล้วอีกอย่าง ห้ามตายเด็ดขาดล่ะ" แอนพูดพร้อมกับรีบเดินออกไป ทิ้งให้ธันเดอร์อึ้ง ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มออกมาด้วยความปลื้มปิติ
หัวหน้าก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลยนี่...
เวลาผ่านไปไม่นานนัก เสียงปืนก็ดังขึ้น ก่อนที่พวกของแอนจะเริ่มลอบเข้าไปในโกดังเพื่อเข้าไปประชิดตัวของเบอร์โต้ และจัดการจับกุมหมอนั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เมื่อเธอถึงก็ดังก็พบว่ามีแต่ลูกน้องของเบอร์โต้เท่านั้นที่อยู่ที่นี่ แอนจึงบอกให้ธันเดอร์ตามเบอร์โต้ไป ส่วนตนจะล่อลูกน้องของเจ้าเบอร์โต้ให้
"รีบไปซะ!! ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็จับตายมันเลย!!!" สิ้นสุรเสียงของแอน เธอก็พุ่งเข้าไปให้ชายร่างใหญ่ที่มีประมาณ 5-6 คน ก่อนจะจัดการพวกมันอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับรีบตามธันเดอร์ไป
ขอร้องล่ะ อย่าเป็นอะไรนะ...
และเมื่อเธอวิ่งไปถึงที่เกิดเหตุ แอนก็พบเข้ากับร่างของธันเดอร์ที่กำลังนั่งถือปืนของตัวเองพร้อมกับหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ และข้างๆเขาคือร่างของเบอร์โต้ที่นอนแน่นิ่งอยู่
เขายิ้มให้กับแอนด้วยความดีใจ ก่อนแอนจะวิ่งเข้ามาดูธันเดอร์ด้วยความเป็นห่วง
หมับ!!
"ขอบคุณที่นายไม่ตาย" แอนกอดธันเดอร์อยู่นานก่อนจะผละออกจากเขา และพยุงตัวเขาขึ้นมาอย่างยากลำบาก
วืด...
แอนเซไปข้างหลังก่อนจะนวดขมับตัวเองอย่างช้าๆ ก่อนจะพาธันเดอร์เดินออกไป แต่เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ต้องล้มลงไปกับพื้น
หืด...หาด....
เสียงลมหายใจของแอนดังไปทั่วบริเวณ ก่อนธันเดอร์จะเข้ามาดูเธอ
"หัวหน้าไม่สบายนี่ครับ เดี๋ยวผมจะตามหน่วยแพทย์ให้นะครับ!!" ธันเดอร์พูดด้วยน้ำเสียงติดขัด เขาพยายามกดวิทยุสื่อสาร แต่เพราะมือเขากำลังสั่นเลยทำให้มันไม่ได้ผล
"ไม่เป็นไร พักซักหน่อยเดี๋ยวก็หาย ฉันแค่มึนๆนิดหน่อย" พูดจบธันเดอร์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อแอนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบเข้ากับเบอร์โต้ ที่ตอนนี้มันควรจะตายเป็นศพไปแล้ว แต่ทำไมมันถึงยังยืนอยู่ล่ะ
เบอร์โต้คว้าปืนขึ้นมา ก่อนจะเล็งไปที่ธันเดอร์และมองเขาด้วยสายตาโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด
"ระวัง!!!!"
ปัง!!!!!!!!
ตึก...
"หัวหน้า!!"
และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยิน ก่อนทุกอย่างจะดับลง
อย่างน้อย... เจ้าเด็กธันเดอร์ก็ปลอดภัย...
