Chapter 7 แบ่งกลุ่ม
ฟึบ…
บริอันน่าทิ้งตัวลงนอนที่เตียงนอนของเธอ ในขณะที่ราฟาเอลกำลังวางกระเป๋าของเขาไว้ที่เตียงข้างๆของบริอันน่า โดยที่ให้เหตุผลว่าคนที่อยู่เตียงข้างๆกับเธอตอนนี้ถูกคัดออกเพราะปัญหาสุขภาพ
“พรุ่งนี้จะประกาศผลแล้วนะบริอันน่า เธอตื่นเต้นรึเปล่า” ราฟาเอลพูดขึ้นหลังจากที่เขานั่งลงไปที่เตียง
“ไม่อ่ะ” บริอันน่าตอบหลังจากที่หยัดตัวลุกขึ้น ก่อนจะใช้มือขาวบางของเธอแก้ผมที่ถักเปียออก
เธอเริ่มเอาดอกไม้ออกจากผม แต่ก็ไม่ได้เอามันทิ้งพร้อมกับค่อยๆเอื้อมมือไปถึงผ้าที่รัดผมออกแล้วสางมันออกเบาๆ
ฟึบ…
แต่เมื่อราฟาเอลยื่นมือมาที่หัวของเธอ บริอันน่าก็รีบจับมือของเขาด้วยความเร็ว พร้อมกับจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“เอ่อ…ฉันแค่จะเอาเศษดอกไม้ออกให้น่ะ มันยังติดอยู่” ราฟาเอลพูด พร้อมกับยื่นมือไปหยิบดอกไม้ดอกนั้นออกมา และยื่นให้กับบริอันน่า
“ขอบใจ” บริอันน่าเอ่ยเบาๆ พร้อมกับหยิบดอกไม้ที่อยู่ในมือของเขา ก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาบ้าง
แกร๊ก..
เสียงเปิดกระเป๋าดังขึ้น ก่อนที่บริอันน่าจะหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมา พร้อมกับเปิดมันออกและนำดอกไม้ทั้งหมดสอดเข้าไปข้างในนั้นพร้อมกับปิดหนังสือและเก็บมันใส่กระเป๋าตามเดิม
“ทำไมเธอถึงต้องเก็บดอกไม้พวกนั้นไว้ด้วย สุดท้ายยังไงมันก็เหี่ยวอยู่ดี” ราฟาเอลพูดขึ้นเมื่อเห็นบริอันน่าเก็บกระเป๋าลงไป
“ไม่รู้สิ ฉันทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว” บริอันน่าตอบราฟาเอล ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะเสียดายดอกไม้ และไม่อยากจะทิ้งมันเมื่อมันเหี่ยวเฉา เธอจึงเลือกที่จะเก็บมันไว้เป็นคอลเล็กชั่นดอกไม้และเขียนชื่อดอกไม้และชื่อของผู้ที่ให้เธอด้วย
“แปลกคนเหมือนกันนะเธอน่ะ” พูดจบราฟาเอลก็ทิ้งตัวลงนอนที่เตียงของตัวเอง
“เลิกพูดเถอะน่า ฉันจะนอนแล้ว” เมื่อสิ้นเสียงของบริอันน่า เธอก็พลิกตัวหันไปทางอื่น พร้อมกับห่มผ้าให้กับตัวเอง
ราฟาเอลที่เห็นท่าทีของบริอันน่า เขาก็ยิ้มน้อยๆก่อนจะหลับตาลงเพื่อพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา
‘ราฟาเอลฉันอยู่กับนายได้อีกแค่ 5 นาทีนะ’ เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยที่มีเขาหนุนตักอยู่
‘ทำไมล่ะ’ ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง พร้อมกับจับมือของเธอไว้
‘ฉันต้องไปแล้ว’ เธอพูด
‘ฉันไม่ให้เธอไป เธอต้องอยู่กับฉันก่อน’ เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นจากตักของเธอ และกอบกุมมือน้อยๆไว้ด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง
‘ราฟาเอล…’ เสียงของเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมา
‘เธออย่าไปนะ อย่าจากฉันไปนะ’ ราฟาเอลบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน แต่แล้วคำขอของเขาก็ดูเหมือนจะไม่เป็นจริง
เมื่อร่างของหญิงสาวค่อยๆมะลายหายไปต่อหน้าต่อตาของเขาอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆของเธอ
เฮือก!!
“อย่าไปนะ!!!” เมื่อเขาเอ่ยอีกครั้ง ภาพตรงหน้ากลับไม่เป็นเหมือนเดิม แต่กลับเป็นภาพของห้องกว้างที่เริ่มมีแสงแดดอ่อนๆลอดผ่านเข้ามา
มือหนาของราฟาเอลค่อยๆลูบหน้าตัวเองแรงๆพร้อมกับลมหายใจที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ผ้าผืนเล็กๆจะถูกวางไว้บนหัวของเขา
“เช็ดซะสิ” หญิงสาวตรงหน้าพูดขึ้น ราฟาเอลมองเธอกลับตุ้งแต่หัวจรดเท้า
บริอันน่าในตอนนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงสีน้ำตาลอ่อน พร้อมกับรองเท้าบูทส้นสูงสีน้ำตาลที่ทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
“ตอนนี้กี่โมงแล้ว” ราฟาเอลถามพร้อมกับหยิบผ้ามาเช็ดหน้า
“ก็ประมาณ 8 โมงแล้ว รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ จะได้ออกไปทานข้าว” บริอันน่ะพูดพร้อมกับใช้แปรงหวีผมของตัวเองเบาๆ
เมื่อราฟาเอลได้ยินดังนั้น เขาก็รีบเดินไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง ก่อนจะมาเก็บกระเป๋าของตัวเองและเดินออกไปทานข้าวพร้อมกันกับบริอันน่า
พวกเขาใช้เวลาซักพักก่อนจะถึงร้านอาหาร และใช้เวลาในการทานอาหารอยู่นานเพราะอยู่คุยกับอาโน่เพื่อฆ่าเวลา
12:30 น.
บริอันน่าและราฟาเอลเดินไปรวมตัวกันที่สนามฝึก เพื่อฟังประกาศผลผู้ผ่านการทดสอบในครั้งนี้
“ถ้ามากันครบแล้วฉันก็จะประกาศผลเลยแล้วกัน” ครูฝึกพูด ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษที่ถูกเตรียมไว้จากครูฝึกอีกคนขึ้นมา
“และสำหรับคนที่ผ่านแล้วต้องการสละสิทธิ์ ก็ให้เดินออกมาแจ้งกับครูกับครูนะครับ" เสียงของครูฝึกที่เป็นผู้คุมสอบหน่วยทหารรักษาและพยาบาลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ในการสอบครั้งนี้จากทั้งหมด 1,561 คน เหลืออยู่ 750 คน และการประกาศในครั้งนี้จะไม่มีการจัดอันดับ เพราะงั้นอย่าให้ฉันเห็นว่าใครพูดเรื่องนี้ล่ะ” พูดจบครูฝึกก็เริ่มประดาศผลการทดสอบทันที จนเริ่มมีคนทยอยออกไปรับชุดและรับเครื่องหมายกันเป็นจำนวนหนึ่งแล้ว
“บริอันน่า นิคแชลโลว์” เสียงของครูฝึกดังขึ้น ก่อนที่บริอันน่าจะยืนขึ้นและเดินออกไปรับเครื่องแบบ
และเมื่อเธอยืนขึ้นได้ไม่นานนัก ผู้คนก็หันมามองเธอเป็นสายตาเดียวกัน ก่อนที่ตัวบริอันน่าจะเดินออกไปเพื่อรับเครื่องแบบ
เมื่อรับเสร็จเธอก็หันกลับไปมอง และพบว่าชื่อของราฟาเอลถูกประกาศแล้ว และเขากำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าระรื่นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวานยังทำหน้าอย่างกับผีตายซากอยู่เลย..
“นี่ราฟาเอล ฉันจำได้ว่าเราพึ่งวัดไซต์เสื้อไปเมื่อวานนี้นี่ ทำไมชุดถึงเสร็จเร็วจัง” บริอันน่าว่าขึ้นหลังจากที่ราฟาเอลเดินมาหาเธอ
“เธอไม่รู้หรอ ว่าชุดพวกนี้ถูกทำขึ้นมาจากนักเวทย์ของอาณาจักร” ราฟาเอลตอบบริอันน่า
“ที่นี่มีเวทมนต์ด้วยหรอ” บริอันน่าถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ก่อนจะหยุดเดินและหันมาหาราฟาเอล
“ก็ใช่น่ะสิ เธอจะตกใจทำไมเนี่ย” เขาพูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ และเดินนำหน้าเธอออกไปเพื่อไปยังโซนที่ครูฝึกนัดไว้
“แล้วทำไมนายกับฉันไม่มีล่ะ” เมื่อวิ่งตามราฟาเอลมา เธอก็ถามเขาทันที แต่เพราะราฟาเอลมีขาที่ยาวและเขามักจะเดินเร็ว เธอจึงจำเป็นจะต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินเมื่อจะเดินตามเขา
อย่าให้ฉันสูงเท่านายแล้วกัน..
“ก็เพราะเราเป็นคนธรรมดาไงล่ะ คนที่จะมีเวทมนต์ได้จะต้องเป็นราชวงศ์ ไม่งั้นก็พวกชนชั้นสูง หรือไม่ก็…
พวกลูกเก็บของชนชั้นสูงน่ะ”
พูดจบราฟาเอลก็เดินไปเข้าแถวทันที โดยที่มีบริอันน่าเดินไปต่อข้างหลังของเขา
ลูกเก็บของชนชั้นสูงงั้นหรอ…
และเมื่อเวลาผ่านไปซักพัก ครูฝึกก็เดินเข้ามาภายในบริเวณทหารใหม่ พร้อมกับคนที่ใส่ชุดเต็มยศอีกประมาณหนึ่งกลุ่ม
“ทหารใหม่ที่มาในวันนี้ ฉันดีใจที่พวกแกสามารถสอบผ่านการทดสอบมาได้ ฉันไฮเนอร์ ฮัดสัน นายพลหน่วยทหารฝึกหัด ยินดีที่ได้รู้จัก” เสียงครูฝึกที่มักจะชอบทำท่าทีโหดพูดขึ้น
เขาเป็นนายพลหรอกหรอเนี่ย…มิน่าถึงได้ชอบทำหน้าโหดขนาดนั้น
“ส่วนครูชื่อ บริทเทิร์น อิซินัส เป็นผู้ช่วยครูฝึกครับ” ครูฝึกที่ดูท่าทางใจดีเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
“ต่อไปนี้ฉันจะฝึกฝนและดูแลพวกแกตลอดระยะเวลา 4 ปี” เขาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ
“นี่ๆบริอันน่า ตอนนี้เธออายุเท่าไหร่” ราฟาเอลหันกลับมาถามเธอด้วยความสงสัย ก่อนบริอันน่าจะทำท่านึกอะไรซักอย่าง
แม่บอกว่าฉันเกิดเดือน 9 งั้นก็แสดงว่าอีกไม่ถึงเดือนฉันก็จะอายุครบ 14 ปีแล้ว…
“13 จะ 14 แล้ว ทำไม” บริอันน่าถามเค้ากลับบ้าง
“อืมงั้นก็แสดงว่าเธออายุเท่าฉัน แล้วเราก็จะได้เข้าหน่วยทหารตอนอายุ 17 ปีสินะ” พูดจบราฟาเอลก็หันกลับไปตามเดิม พร้อมกับทำท่าขบคิดอะไรบางอย่าง
อะไรของหมอนั่นน่ะ…..
“และฉันจะแบ่งกลุ่มให้กับพวกแก กลุ่มละ 10 คนซึ่งแต่ละคนจะมีความสามารถแตกต่างกันไป
และพวกแกจะต้องอยู่กลุ่มนี้ไปจนจบหลักสูตร เพราะงั้นรักกันไว้ซะล่ะ” พูดจบทุกคนก็เริ่มฮือฮา เพราะถ้าหากได้อยู่กลุ่มกับคนที่ไม่ถูกชะตาด้วย นั่นก็แสดงว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานที่นี้ลำบาก
ซึ่งฉันก็ไม่ถูกชะตาหลายคนซะด้วยสิ แหงล่ะก็เล่นมองแรงทุกคนที่เข้าใกล้เลยนี่…
เมื่อทุกคนเริ่มเงียบ ครูฝึกก็เริ่มขานชื่อสมาชิกในกลุ่มและลำดับกลุ่มไปเรื่อยๆ โดยที่บางคนก็ทำท่าดีใจที่ได้อยู่กับคนที่รู้จัก และบางคนก็ทำสีหน้าไม่พอใจเมื่อได้อยู่กลุ่มกับคนที่เหม็นขี้หน้า
“กลุ่มที่ 22 ซีโน่ อัลเมดีฟ , อีธาน ซีลีฟ , โนแวน แอสเลอร์ , ราฟาเอล ฟิคลี่ , นิโคลัส อุสเซอร์เลีย , ไรเกอร์ อีลีกัส , วอลเลอร์ ไวล์ แทนดิอุส , วิสเลอร์ เออแกน , เมอร์ลัก ซีเดอร์
และสุดท้าย บริอันน่า นิคแชลโลว์” สิ้นเสียงทุกคนในทีมก็มองฉันด้วยสายตาเหลือเชื่อ โดยมีเพียงราฟาเอลที่ยิ้มแล้วเดินเข้ามากอดคอฉัน
จะว่าไปซีโน่มันจะเหม็นขี้หน้าฉันไหมเนี่ย…
บริอันน่าเดินเข้าไปในกลุ่ม พร้อมกับสังเกตลักษณะของทุกคนในทีม และเริ่มแนะนำตัวและบอกหน่วยที่จะเข้า
“ฉันซีโน่ อายุ 14 ปี หน่วยที่จะเข้าคือซุ่มโจมตี” ซีโน่พูดพร้อมกับมองไปทางอื่น เขาสูงประมาณ 170 แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะสูงได้อีกเรื่อยๆ สีผมของเขาเป็นสีน้ำตาลอมแดงพร้อมกับดวงตาสีม่วงที่ราวกับว่ามีเวทมนต์อยู่ภายในดวงตาของเขา ถึงเขาจะดูหยิ่งๆแต่ก็น่าจะพึ่งพาได้ล่ะนะ
“อีธาน อายุ 15 หน่วยอารักขาอาณาจักร” เขาตอบด้วยท่าทีที่พร้อมจะสลบลงตลอดเวลา เขาอายุมากกว่าพวกเรา 1 ปี อีธานมาพร้อมกับหน้าตาที่ดูง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา และเมื่อดูจากบุคลิกของเขาแล้ว เขาน่าจะเป็นคนที่สามารถหลับได้ทุกที่เลย เขาสูงประมาณ 175 ผมสีเหล้าองุ่นของเขาตัดกับสีแดงของดวงตาของเขามันเลยดูเหมือนมังกรที่กำลังหลับไหลอยู่ตลอดเวลา
“โนแวน” เสียงเล็กๆดังขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นน้องเล็กสุดในกลุ่มเลยหละ ถ้าไม่นับส่วนสูงของฉันนะ เขาสูงประมาณ 163 เขาดูเป็นคนเงียบๆ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเอ็นดูเขาเป็นพิเศษเลยคือเขามีดวงตาสีเทาที่เหมือนกับน้องแมว พร้อมกับผมสีดำหยิกที่ดูนุ่มนิ่มน่าลูบสุดๆ
“ฉัน ราฟาเอล อายุ 14 ปี หน่วยที่ฉันจะเข้าก็คือ หน่วยโจมตีระยะไกล” ส่วนหมอนี่ก็อย่างที่รู้ๆ พูดจาหน้าตบแถมยังชอบกวนคนอื่นเขาไปทั่วอีกด้วย
“ผมนิโคลัสครับ อายุ 14 ปีเหมือนกันครับ ส่วนหน่วยที่จะเข้าก็รักษาและพยาบาลครับ” สิ้นเสียงเขาก็ยิ้มบางๆ สำหรับนิโคลัสแล้วเขามีส่วนสูง 178 ที่สูงพอสมควรเลยหละ แถมเขายังมาในลุคอ่อนโยนน่าทะนุถนอมสุดๆ ทั้งใบหน้าที่ดูเหมือนจะยิ้มตลอดเวลา และผมสีทองและตาสีฟ้ายิ่งทำให้เขาดูเหมือนเจ้าชายในหนังสือสุดๆ
“ไรเกอร์ อายุ 14 ปี หน่วยที่จะเข้าคือซุ่มโจมตีเหมือนกับซีโน่” มาถึงคนที่ตัวใหญ่ที่สุดอย่างไรเกอร์ เขาตัวใหญ่มากๆ อายุแค่ 14 ปี แต่เขาก็สูงตั้ง 180กว่าๆแล้ว เขามีสีผมสีฟ้าและดวงตาสีเขียวเข้ม
“วอลเลอร์ ไวล์ แทนดิอุส ตระกูลแทนดิอุส อายุของฉัน 14 ปี 3 เดือน หน่วยที่ฉันจะเข้าสังกัตก็คือหน่วยองครักษ์พิทักษ์พระองค์” พูดจบบริอันน่าก็เบ๊ปากทันทีด้วยความหมั่นไส้
พวกชนชั้นสูงนี่เอง
“ถ้ารู้แล้วว่าฉันเป็นใคร ก็ทำตัวดีๆด้วยล่ะ” วอลเลอร์ยังคงพูดต่อ
เขาอยู่ในประเภทคนที่บริอันน่าหมั่นไส้สุดๆ พวกหลงตัวเอง ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอเลย วอลเลอร์มีส่วนสูงเท่ากับเธอ ผมของเขามีสีทองอ่อนและดวงตาสีน้ำตาล ซึ่งถ้าให้เทียบกับคนในหน่วย เธอคิดว่านิโคลัสย่อมดีกว่าเห็นๆ
“ฉัน วิสเลอร์ เออแกน อายุ 14 ปีพอดี หน่วยที่จะเข้าก็คือหน่วยสนับสนุน” และเมื่อวอลเลอร์เลิกแหกปาก วิสเลอร์ก็แนะนำตัวต่อ ซึ่งมันก็เป็นการดี เพราะเจ้าวอลเลอร์จะได้เลิกแหกปากซักที
วิสเลอร์มีชื่อเหมือนกับวอลเลอร์เลยทำให้ครูฝึกสับสนเสมอๆ แต่วิสเลอร์ก็แก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดด้วยการให้คนแยกพวกเขาจากการสวมใส่แว่น ซึ่งวิสเลอร์จะสวมแว่นไว้ตลอดและผมสีน้ำเงินและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาจึงทำให้ครูฝึกเลิกสับสน
“ฉันชื่อเมอร์ลัก อายุ 14 ปี ฉันจะเข้าหน่วยองครักษ์หน่วยโจมตีทางทะเล” เขาพูดด้วยท่าทีขี้เล่น ซึ่งมันทำให้บุคลิกของเขาดูเหมือนคนขี้เล่นซะอย่างงั้น เมอร์ลักมีสีผิวสีแทน ดวงตาสีน้ำเงินประกายและผมสีน้ำตาลของเขามันทำให้ฉันนึกถึงพวกเพลบอยในผับที่มักจะมั่วสาวไปวันๆ
“ฉันบริอันน่า นิคแชลโลว์ อายุ 13 จะ 14 แล้ว ส่วนหน่วยที่จะเข้าก็คือหน่วยสอดแนม” พูดจบทุกคนในหน่วยก็หันมาหาเธอด้วยความสนอกสนใจ
“มีอะไรรึเปล่า” บริอันน่าถามออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเมื่อถูกทุกคนจ้อง
“เธอเป็นผู้หญิงจริงๆรึเปล่า” จู่ๆเสียงของเมอร์ลักก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนบริอันน่าจะพยักหน้าให้เป็นคำตอบ
แต่เมื่อผ่านไปซักพักหนึ่ง ครูฝึกก็เรียกให้ไปรวมกัน เพราะเขาจะแจ้งเรื่องที่พักให้กับทุกคนและแจกแจงเอกสารต่างๆให้กับทุกกลุ่มเพื่อให้ทุกคนเซ็น
จะว่าไป ฉันจะได้เจอพี่ชายรึเปล่านะ ยิ่งไม่เคยเห็นหน้าอยู่ด้วย..
บริอันน่าคิดไปพรางๆในขณะที่กำลังนั่งรอเข้าที่พักสำหรับทหารใหม่
